dot dot
ลาดักห์ เมษายน article
              
 
          
  ทำไมเราเลือกไป ลาดักห์ ในเดือนนี้..
มันเป็นเดือนที่หนาวเย็น หิมะยังคงปกคลุม การเดินทางคาดเดาอะไรไม่ได้ มันตื่นเต้นดี ..
มันเป็นช่วงเวลาที่ต้นแอปริคอท (Apricot) ออกดอกเบ่งบาน งามสะพรั่ง
เราจะไปหุบเขานูบราวัลเลย์ ไปหมู่บ้านเล็กๆติดเทือกเขาคาราโครัม ที่ชื่อว่า Turtuk Village
เขาว่ากันว่าหมู่บ้านเล็กๆนี้งดงาม
เราอยากไปเส้นทางหฤโหด จากนูบราวัลเลย์ ถึง ทะเลสาบพันกอง ผ่านหุบเขาที่ชื่อว่า Sheyok Valley 
แม่น้ำ Sheyok ทั้งสายเป็นสีฟ้าสดใส งดงามที่สุด
เราจะไป..
ไปด้วยกันมั๊ย ?
             
  คำเตือน..ด้วยรักและห่วงใย
เขาบอกกันว่าที่นี่ คือ "สถานที่ที่สวรรค์กับโลกมนุษย์มาบรรจบกัน"
ถึงแม้ว่า เส้นทางนี้งดงามเกินบรรยาย ชนิดที่เรียกว่า ควรไปเห็นด้วยตาให้ได้สักครั้งในชีวิต
ถึงแม้ว่า เสน่ห์ของทริปนี้ อยู่ที่วิวสองข้างทาง สวยงามจนหลับตาไม่ลง
แต่.. ทริปนี้ไม่ได้สะดวกสบาย ไปลำบาก นั่งรถเหนื่อยมาก อาหารพื้นเมืองกินยากมาก !
ด้วยเป็นพื้นที่ที่อยู่สูงเหนือจากระดับน้ำทะเลเกินกว่า 4,000 เมตร จึงสุ่มเสี่ยงต่ออาการแพ้ความสูง
ทำให้ปวดหัว อาเจียน หายใจไม่ทัน หรือหัวใจวาย
ดังนั้น.. กรุณาอ่านโปรแกรมดีๆก่อนตัดสินใจจอง 
ถ้าร่างกายไม่แข็งแรง เป็นโรคหัวใจ ความดันสูง หอบหืด ไม่ควรเดินทาง
หากชวนเพื่อนกรุณาบังคับให้เพื่อนอ่านด้วย เพื่อนที่เรื่องเยอะ ห้ามชวน ! เดี๋ยวจะผิดใจกัน 
!
ปล. ภาพถ่ายทุกภาพ  ที่นำมาให้ดูในโปรแกรมการเดินทางนี้
คือสิ่งที่เราคาดหวังว่าจะไปเจอ แต่ด้วยภาวะโลกร้อน สภาพอากาศและฤดูกาลเปลี่ยนแปลงเอาแน่นอนกับ
อะไรไม่ได้ ทำให้เราไม่กล้าการันตี แต่เราเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง ว่าจะได้เจอะเจอสิ่งสวยงาม
            
        
ทัวร์อินเดีย ..
เลห์ ลาดักห์ 
พิเศษ..  ตามหา ดอกแอปริคอท..บานฉ่ำ ที่ลาดักห์
   ฤดูกาลเมื่อแม่น้ำทุกสายกลายเป็นสีฟ้า
เดลลี เลห์ อัลชิ ลามายุรุ หมู่บ้าน Temisgang นูบราวัลเล่ย์
หมู่บ้าน Turtuk แม่น้ำ Sheyok ทะเลสาบพันกอง 

(11 วัน 10 คืน)
เดินทาง  เดือนเมษายน
เปิดรับ  8-10 ท่าน เท่านั้น



ราคาทัวร์ 
45,000 บาท
*
ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน

"จองเร็วได้ตั๋วถูก จองช้าได้ตั๋วแพง"

             
    
ค่าตั๋วเครื่องบิน จ่ายตามราคาจริง ณ วันที่ออกตั๋ว กรุณาสอบถามราคาตั๋วก่อนโอนเงิน
*กรณีขอยกเลิกการเดินทาง สามารถขอ refund คืนค่าตั๋วได้เท่าที่สายการบินคืนให้
ค่าตั๋วเครื่องบิน 11,000   บาท *เป็นราคาโดยประมาณ
           
โปรแกรมการเดินทาง
        
จุดนัดพบ  
สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 7 บริเวณที่นั่งหน้าประตู ใกล้ๆ Row W
เวลา 17.00 น. (ห้าโมงเย็น)
            
วันแรก  วันพฤหัสบดี
เที่ยวบิน ระหว่างประเทศ
9W63
    กรุงเทพ-เดลลี
     เวลา 21.10-23.15
Jet Airways
เส้นทาง bangkok-delhi
เดินทาง กรุงเทพ-เดลลี , นั่งเครื่อง 4 ชม.
ที่พัก พักรอต่อเครื่องในสนามบิน
delhi duty free
         
  17.00 น. พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อทุกท่านมากันพร้อม
ทีมงานจะพาไปเช็คอินบัตรโดยสารและโหลดสัมภาระ 
*รับ O2 ออกซิเจน แพ็คใสกระเป๋าใครกระเป๋ามัน คนละ 2 กระป๋อง
*สามารถโหลดกระเป๋าได้หนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม  เท่านั้น
เช็คอินเสร็จแล้ว แยกย้ายกันเข้าด้านใน ผ่าน ตม. รอขึ้นเครื่องพร้อมกัน
ปลา' Tour Leader พาเที่ยว
O2 ออกซิเจน แจกที่สนามบิน
  21.10 น. ได้เวลาเครื่องออก เดินทางสู่ประเทศอินเดีย 
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง  *กินอาหารค่ำบนเครื่องบิน
23.15 น. ถึงแผ่นดินอินเดีย ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร  
นั่งๆนอนๆ รอต่อเครื่องในสนามบิน
               
วันที่สอง  วันศุกร์
เที่ยวบิน ภายในประเทศ
9W2368
    เดลลี-เลห์
     เวลา 05.40-07.05
Jet Airways 
เส้นทาง delhi-leh
เดินทาง delhi-leh นั่งเครื่อง 1 ชม 25 นาที
   รถส่วนตัว mahindra scorpio/xylo 
   นั่งคันละ 3 คน เก็บของท้ายรถ/บนหลังคา 
ที่พัก Hotel  in LEH
โรงแรมเล็กๆน่ารัก บรรยากาศพื้นเมือง
ให้อารมณ์การพักแบบชาวบ้าน
        
  04.00 น. เช็คอินและโหลดสัมภาระ
05.40 น. เครื่องออก มุ่งหน้าสู่สนามบินเมืองเลห์ 
*ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
07.05 น. เดินทางถึงเมืองเลห์ รถมารับที่สนามบิน เข้าสู่โรงแรมที่พัก
กินอาหารเช้า แล้วพักผ่อน ปรับสภาพร่างกายให้คุนชินกับพื้นที่สูง
รถที่เราใช้ตลอดการเดินทาง นั่งคันละ 3 คน เต็นท์ห้องน้ำของเรา ปวดฉี่จอดได้ทันที
เมืองเลห์ (Leh)
อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,500 เมตร (10,500 ฟุต) 
เป็นเมืองหลวงของลาดักห์ คือดินแดนที่ซ่อนเร้นอยู่ท่ามกลางขุนเขา ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเทือกเขาหิมาลัย เต็มไปด้วยภูเขาหิมะที่สูงกว่า 7,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล
เทือกเขาสูงที่โอบล้อม ทำให้เลห์กลายเป็นดินแดนลี้ลับที่ยากแก่การเข้าถึง
ลาดักห์ในอดีต เคยเป็นอาณาจักรใหญ่ที่รุ่งเรือง เป็นชุมทางการค้าขายของ 1 ใน 3 เส้นทางสำคัญของหิมาลัยโบราณ อันได้แก่ เส้นทางสายไหม เส้นทางเกลือ และ เส้นทางเครื่องเทศ
พ่อค้ามากมายเดินทางมาพบปะเจรจา แลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้า ที่นี่จึงเป็นจุดเชื่อมต่อวัฒนธรรมและอารยธรรม ระหว่างเอเชียกลาง เอเชียตะวันตก ตะวันออกกลาง และยุโรป
  เที่ยง- กินอาหารกลางวัน
ช่วงบ่าย- ให้เวลาอิสระ เดินเล่นเพลินๆตามสบาย ในเมืองเลห์
เย็นถึงค่ำ- กินอาหารเย็น คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่
                  
วันที่สาม  วันเสาร์
เส้นทาง leh
เดินทาง นั่งรถ และ เดินเที่ยวในเมือง
   รถส่วนตัว mahindra scorpio/xylo 
   นั่งคันละ 3 คน เก็บของท้ายรถ/บนหลังคา
ที่พัก Hotel  in LEH
โรงแรมเล็กๆน่ารัก บรรยากาศพื้นเมือง
ให้อารมณ์การพักแบบชาวบ้าน
           
  07.00 น. ตื่นเช้า กินอาหารเช้า 
ไปเที่ยวสบายๆในเมืองเลห์ เริ่มที่ วัด Sankar Gompa 
แล้วไปต่อกันที่ วัด Namgail Tsemo Gompa 
และ พระราชวังเลห์ (Leh Palace)
พระราชวังเลห์ (Leh Palace) วัด Namgyal Tsemo Gompa


 
พระราชวังเลห์ (Leh Palace)
เป็นพระราชวัง ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นกลางเมืองเลห์ สร้างในปี ค.ศ. 1630 มีลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับพระราชวังโปตาลาในทิเบต คือมีผนังเอียงเข้าหากันทุกด้าน
วัด Namgyal Tsemo Gompa 
สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1430 ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และพระคัมภีร์เก่าแก่จากทิเบต บริเวณเหนือตัววัดจะเป็นป้อมปราการเก่า เป็นจุดชมวิวที่สามารถเห็นเมืองเลห์ได้อย่างสวยงาม
วัด Sankar Gompa 
วัดนี้เป็นวัดเล็กๆ ที่เขาว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ที่นี่มีพระลามะ ในนิกายหมวกเหลืองเป็นผู้ดูแล
  กลางวัน- ได้เวลาท้องหิว กินอาหารกลางวัน
แล้วไปต่อที่ และ วัด Spituk Gompa
วิวสวยๆของเมืองเลห์ ชาวบ้านขายผักในตลาด
  บ่าย- กลับเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย 
ใครต้องการไปเดินเล่นในเมือง หรือจะไป Shopping ก็ตามสะดวก 
เย็นถึงค่ำ- กินอาหารค่ำพร้อมกัน แล้วแยกย้ายเข้านอน คืนนี้หลับสบายกันที่เลห์
               
วันที่สี่ วันอาทิตย์
เส้นทาง leh
เดินทาง นั่งรถ และ เดินเที่ยวในเมือง
   รถส่วนตัว mahindra scorpio/xylo 
   นั่งคันละ 3 คน เก็บของท้ายรถ/บนหลังคา
ที่พัก Hotel  in LEH
โรงแรมเล็กๆน่ารัก บรรยากาศพื้นเมือง
ให้อารมณ์การพักแบบชาวบ้าน
            
  ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า แล้วไปเที่ยวสบายๆกันต่อ ในเมืองเลห์ 
เริ่มที่ พระราชวังเชย์ (Shey Palace) ตอนแสงสวยๆ
แล้วไปต่อที่ วัดเฮมิส (Hemis monastery) 
พระราชวังเชย์ (Shey Palace)
วิวด้านหน้าพระราชวังเชย์ (Shey Palace)  องค์พระศากยมุณี ภายในพระราชวังเชย์
วัดเฮมิส (Hemis Monastery)
องค์คุรุปัทมสัมภวะ ภายในวัดเฮมิส  วัดเฮมิส (Hemis Monastery)


 
พระราชวังเชย์ (Shey Palace)
แต่เดิมเมืองเชย์ เป็นเมืองหลวงเก่าของลาดักห์ 
พระราชวังนี้สร้างโดยกษัตริย์ Deldan Namgyal เพื่อระลึกถึงผู้เป็นพระบิดา Singge Namgyal 
กำแพงของพระราชวังถูกฉาบด้วยทองคำผสมทองแดง ก่อสร้างเพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์แห่งลาดักห์ ภายในมีองค์พระศากยมุณีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้
วัดเฮมิส (Hemis monastery) 
เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง จัดได้ว่าใหญ่ที่สุดและมั่งคั่งที่สุดในลาดักห์ ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำสินธุ (Indus River) เช่นเดียวกับวัดสำคัญอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Lamayuru, Alchi, Stok และ Thiksey
  กลางวัน- ได้เวลาท้องหิว กินอาหารกลางวัน
แล้วไปต่อที่ วัดธิคเซย์ (Thiksey Monastery) 
วัดธิคเซย์ (Thiksey Monastery) พระศรีอารยเมตไตรย์ วัดธิคเซย์
วัดธิคเซย์ (Thiksey Monastery) พระศรีอารยเมตไตรย์ วัดธิคเซย์


 
วัดธิคเซย์ (Thiksey Monastery) 
เป็นวัดที่สวยงามที่สุดของลาดักห์ อยู่ในนิกายเกลุคปา ภายในวัดมีองค์พระศรีอารยะเมตไตรย์ 
ซึ่งชาวพุทธสายมหายานเชื่อว่า เป็นพระโพธิสัตว์องค์ต่อไป ที่จะคอยช่วยเหลือมนุษย์
เจดีย์ Shanti Stupa
อยู่ห่างจากตัวเมืองเลห์ประมาณ 2 กิโลเมตร Shanti Stupa เป็นเจดีย์สันติภาพที่สร้างขึ้นโดยชาวญี่ปุ่น และมีการทำพิธีเปิดโดยองค์ดาไลลามะ เมื่อปี ค.ศ.1985 
ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สามารถเห็นตัวเมืองเลห์ และ พระราชวังเลห์ ได้อย่างชัดเจน
  แล้วปิดท้ายของวันนี้กันที่ Shanti Stupa ชมบรรยากาศยามเย็น
แสงสีทองจับทิวเขาขณะอาทิตย์ลับขอบฟ้า สวยงามจับใจ
เย็นถึงค่ำ- กินอาหารค่ำพร้อมกัน แล้วแยกย้ายเข้านอน คืนนี้หลับสบายกันที่เลห์
                     
วันที่ห้า วันจันทร์
เส้นทาง leh-basgo-likir-lamayuru
เดินทาง leh-lamayuru ระยะทาง 140 กม. 
นั่งรถทั้งวัน *แวะเที่ยวตามที่ต่างๆ
   รถส่วนตัว mahindra scorpio/xylo 
   นั่งคันละ 3 คน เก็บของท้ายรถ/บนหลังคา
ที่พัก Hotel Moon Land  
หรือ เทียบเท่า in LAMAYURU

วิวสวยมาก ห้องพักไม่สะอาดนัก พอพักได้
           

ตื่นเช้า- กินอาหารเช้าแล้วรีบออกเดินทาง วันนี้เราต้องเดินทางไกล
เช้านี้เราจะไปเที่ยวกันที่ บาสโก้ (Basgo) และ วัดลิคีร์ (Likir Gompa) 
*ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร นั่งรถประมาณ 2-3 ชั่วโมง 
วิวจากวัดลิกีร์ (View from Likir Gompa)
บาสโก้ (Basgo) วันแรมทาง วัดลิกีร์ (Likir Gompa)
บาสโก้ (Basgo) วัดลิกีร์ (Likir Gompa)


 
วัดลิคีร์ (Likir Gompa) 
วัดนี้มีพระพุทธรูปพระศรีอาริยเมตไตรย์ ขนาดใหญ่ ทิวทัศน์บริเวณหุบเขาที่อยู่ระหว่างทางไปสู่
วัดลิคีร์ ผ่านโตรกลึก ลำธารน้ำใส ถนนพับไปพับมาตามไหล่เขา ทำให้หมู่บ้านสดชื่นมีชีวิตชีวา
บาสโก้ (Basgo)
แห่งหมู่บ้านบาสโก้ ชุมชนเล็กๆก่อนเข้าถึง หมู่บ้านอัลชิ 
บาสโก้มีชื่อเสียงเพราะ UNESCO Asia-Pasific Heritage ภายในมีวัดและพระพุทธรูป
พระศรีอาริยเมตไตรย์ ขนาดใหญ่ที่ปั้นด้วยดินเหนียว เก่าแก่และงดงามมากองค์หนึ่ง
Moon Land หุบเข้าโลกพระจันทร์
Moon Land หุบเข้าโลกพระจันทร์  Lamayuru Gompa วัดลามายุรุ


 
ลามายุรุ (Lamayuru)
อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,510 เมตร (10,520 ฟุต) ด้วยทำเลที่ตั้งของลามายุรุนั้นเคยเป็นทะเลสาบมาก่อน ปัจจุบันท้องทะเลสาบแห้งสนิทเห็นชั้นดินที่ธารน้ำแข็งกัดเซาะเป็นร่องลึก 
และเป็นชั้นๆสวยงามแปลกตา จนถูกขนานนามว่า Moon Land หรือ โลกพระจันทร์
วัดลามายุรุ (Lamayuru Gompa) วิหารของวัดตั้งอยู่บนยอดเขาสูงแวดล้อมด้วยเทือกเขาขนาดใหญ่ ภายในวัดมีถ้ำเล็กๆซึ่งประดิษฐานประติมากรรมรูปลามะองค์สำคัญได้แก่ท่านมอราปะ 
ผู้ก่อตั้งนิกาย Kagyupa ซึ่งเชื่อกันว่าท่านเคยมาปฏิบัติสมาธิภาวนาในถ้ำแห่งนี้
  กลางวัน- กินอาหารกลางวัน ระหว่างทาง
แล้วออกเดินทางต่อสู่ ลามายุรุ จุดหมายปลายทางของเราในวันนี้
*ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร นั่งรถประมาณ 2-3 ชั่วโมง 
ระหว่างทางผ่าน หุบเขาที่สภาพคล้ายผิวดวงจันทร์มากที่สุด
แวะถ่ายรูปกันบริเวณที่เรียกว่า Moon Land 
ถึงลามายุรุ ไปเที่ยวกันที่ วัดลามายุรุ (Lamayuru Gompa)
ช่วงเย็น- เข้าสู่ที่พัก กินอาหารค่ำ
จากนั้นพักผ่อนกันตามอัธยาศัย เก็บแรงไว้เดินทางในวันรุ่งขึ้น
                  
วันที่หก วันอังคาร
เส้นทาง lamayuru-temisgang-alchi
เดินทาง lamayuru-alchi ระยะทางประมาณ 60 กม.
  นั่งรถทั้งวัน *แวะเที่ยวตามที่ต่างๆ
   รถส่วนตัว mahindra scorpio/xylo 
   นั่งคันละ 3 คน เก็บของท้ายรถ/บนหลังคา
ที่พัก Hotel  in ALCHI
โรงแรมเล็กๆ บรรยากาศพื้นเมือง
ให้อารมณ์การพักแบบชาวบ้าน
       
  ตื่นเช้า- กินอาหารเช้าแล้ว ออกเดินทางสู่ หมู่บ้านอัลชิ 
*ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร นั่งรถนาน 2-3 ชั่วโมง 
ระหว่างทางแวะเที่ยว หมู่บ้าน Temisgang Village
เที่ยวชม พระราชวัง Tingmosgang และ วัด Tingmosgang Gompa
 
 พระราชวัง Tingmosgang และ วัด Tingmosgang Gompa


 
หมู่บ้าน Temisgang Village 
ตั้งอยู่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำสินธุ 
แต่เดิมที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงโบราณของ ราชอาณาจักรแชม (Syham Kingdom) 
บนเนินเขาเป็นที่ตั้งของ ปราสาท Tingmosgang Castle และ วัด Tingmosgang Gompa
Tingmosgang สร้างขึ้นโดยกษัตริย์ Drag-pa-Bum ในศตวรรษที่ 15 ต่อมาภายหลังกษัตริย์ Bhagan ซึ่งคือหลานปู่ของ Drag-pa-Bum ได้ขยายอาณาจักรจนยิ่งใหญ่ และเป็นผู้ก่อกำเนิด
ราชวงศ์นัมเกล (Namgyal Dynasty) อันมีความหมายว่าชัยชนะ  ราชวงศ์นัมเกล นับได้ว่าเป็นราชวงศ์ที่สองของลาดักห์ ที่มีอำนาจทางการปกครองมากในสมัยนั้น เชื้อสายของราชวงศ์นี้
ปัจจุบันยังคงอาศัยอยู่ที่ พระราชวังสต็อก (Stok Palace) ไม่ไกลจากเมืองเลห์
  Tingmosgang 
ยังมีความสำคัญในด้านประวัติศาสตร์ คือ หลังจากการสิ้นพระชนม์ของ
ดาไลลามะองค์ที่ 5 แห่งทิเบต ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ได้ส่งคณะทูต
นำโดย สังฆราชา
แห่งนิกายดรุกปะ (Drukpa) มาที่ Tingmosgang ในปี ค.ศ. 1684 และได้มีการเซ็นลงนาม 
ภายใต้ สนธิสัญญา Tingmosgang  ระหว่างราชอาณาจักรทิเบตและลาดักห์ ในประเด็นเขตแดน
ระหว่างสองราชอาณาจักร ข้อตกลงทางศาสนาและการค้า ที่ยังคงยึดถือมาจนถึงปัจจุบัน
แม่น้ำสินธุ (indus river) วัดอัลชิ (Alchi Gompa) ช่วงดอกแอปริคอทบาน
วัดอัลชิ (Alchi Gompa) พระโพธิสัตวิ์ ภายในวัดอัลชิ
วัดอัลชิ (Alchi Gompa)
วัดเก่าแก่อายุหลายร้อยปี เป็นวัดเล็กๆในหมู่บ้านที่ดูเงียบสงบ วิหารของวัดนี้สร้างด้วยไม้ 
ผสมโครงสร้างที่เป็นอิฐ 
ในรูปแบบดั้งเดิมของชาวลาดักห์ ภายในวิหารเก่าๆนั้น
มีพระพุทธรูปทองคำประดิษฐานอยู่ด้วย ด้านหลังวัดติดกับลำธารที่มีน้ำสีฟ้าสวยทีเดียว
  เที่ยง- เดินทางถึงหมู่บ้านอัลชิ เข้าสู่ที่พัก กินข้าวกลางวัน
แล้วไปเที่ยวชม วัดอัลชิ (Alchi Gompa) ต่อเลย
บ่ายถึงเย็น- เดินเล่นในหมู่บ้าน กินอาหารเย็น คืนนี้พักผ่อนสบายๆ
               
วันที่เจ็ด วันพุธ
เส้นทาง alchi - leh - nubra valley
เดินทาง alchi-leh ระยะทาง 80 กม. นั่งรถ 2-3 ชม.
leh-nubra ระยะทาง 150 กม. นั่งรถ 5-6 ชม.
   รถส่วนตัว mahindra scorpio/xylo 
   นั่งคันละ 3 คน เก็บของท้ายรถ/บนหลังคา
ที่พัก Hotel Grand Nubra 
หรือ เทียบเท่า in NUBRA VALLEY

บรรยากาศสบายๆ กลางหุบเขาที่ร่มรื่น
               
 

ตื่นเช้า- กินอาหารเช้ากัน วันนี้ต้องเดินทางไกลมากอีกครั้ง

ขึ้นรถมุ่งหน้าสู่ เมืองเลห์ (Leh) 
*ระยะทางประมาณ 80 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชั่วโมง
เที่ยง- กินอาหารกลางวัน ที่ร้านอาหารในเมืองเลห์
แล้วขึ้นรถมุ่งหน้าสู่ นูบราวัลเล่ย์ (Nubra Valley) 
*ระยะทางประมาณ 150 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง 4-5 ชั่วโมง
ผ่านเส้นทางรถยนต์สูงที่สุดในโลกคือ กาดุงลาพาส Khardung-La Pass 
(altitude 5,578 m) 
แวะถ่ายรูป สนุกสนานกันตามสมควรแก่เวลา
อูฐสองหนอก ที่ sand dune
Khardung-La Pass ขี่อูฐสองหนอก ที่ sand dune


 
นูบราวัลเลย์ (Nubra Valley)  
อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,048 เมตร (10,000 ฟุต)
เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางคารวานในอดีต เชื่อมต่อกับเส้นทางสายไหมอันโด่งดัง 
นูบราหมายถึงหุบเขาแห่งดอกไม้ เป็นแหล่งปลูก Apricot และผลไม้หลากหลายของลาดักห์
และเป็นที่อยู่อาศัย ของนกนานาชนิด อยู่ห่างจากเลห์ไปทางเหนือ ประมาณ 150 กิโลเมตร 
โอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัยและเทือกเขาคาราโครัม (Karakoram Range) 
ซึ่งเทือกเขาคาราโครัมนี้ เป็นเขตแดนตามธรรมชาติกั้นอินเดียกับปากีสถาน 
  ช่วงบ่าย- เดินทางถึง นูบราวัลเลย์ เข้าสู่ที่พัก เก็บของพักเหนื่อย 
พอแดดร่มๆ ไปเที่ยวที่ เนินทราย Sand Dunes
ไปดู อูฐหลัง 2 หนอก (Bactrian camels) ที่หลงเหลือมาจากสมัยที่ขบวนคาราวานยังผ่านไปมา ในเส้นทางสายไหม Trans-Karakoram อันเก่าแก่
ทุกวันนี้อูฐทำงานรับจ้างบริการนักท่องเที่ยว แทนอาชีพคาราวานดั้งเดิม 
เราจะ ขี่อูฐ เดินเล่นบนผืนทะเลทรายกัน
*ค่าอูฐ และค่าทิปให้คนจูงอูฐ ไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์ ต่างคนต่างจ่ายกันตรงนั้น
  เผื่อเงินค่าอูฐและทิป ประมาณ 500-600 รูปี
เย็นถึงค่ำ- แวะไปเที่ยวเดินตลาดเล็กๆในหมู่บ้าน แล้วกลับเข้าสู่ที่พัก 
กินอาหารเย็น คืนนี้หลับสบายกันที่ นูบราวัลเล่ย์
               
วันที่แปด วันพฤหัสบดี
เส้นทาง turtuk valley
เดินทาง นั่งรถเที่ยวทั้งวัน
   รถส่วนตัว mahindra scorpio/xylo 
   นั่งคันละ 3 คน เก็บของท้ายรถ/บนหลังคา
ที่พัก Hotel Grand Nubra 
หรือ เทียบเท่า in NUBRA VALLEY

บรรยากาศสบายๆ กลางหุบเขาที่ร่มรื่น
         
 

ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า แล้วรีบออกไปเที่ยวกัน วันนี้เที่ยวหลายที่เลย

ขึ้นรถมุ่งหน้าสู่ หมู่บ้าน Turtuk Village
*ระยะทางประมาณ 90 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชั่วโมง
สบายๆเที่ยวชมบรรยากาศในหมู่บ้าน 
Turtuk Valley เด็กน้อยที่ Turtuk Village


 
หมู่บ้าน Turtuk Village   
เป็นหมู่บ้านสุดท้ายชายแดนอินเดีย ติดเขตแดนปากีสถาน
ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำ Shyok ในหุบเขานูบรา (Nubra Valley) ห่างจากเมืองเลห์ ประมาณ 205 กม.
ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่ ธารน้ำแข็ง Siachen Glacier
      ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเป็นชาวมุสลิม พูดภาษา Baltistani ภาษาอูรดู และภาษาลาดักห์ หมู่บ้าน Turtuk อยู่ภายใต้การปกครองของปากีสถาน ตั้งแต่เมื่อครั้งที่อินเดียและ 
ปากีสถานได้รับเอกราชจากอังกฤษ จนกระทั่งในช่วงสงครามอินโด-ปากีสถาน ในปี ค.ศ. 1971
อินเดียจึงได้ควบคุมพื้นที่ยุทธศาสตร์แห่งนี้ ทั้งสองประเทศมีความขัดแย้งรุนแรงอีกครั้งเหนือ
พื้นที่บริเวณนี้ในปี ค.ศ. 1999 ในระหว่างสงครามการ์กิล (Kargil War) จึงไม่แปลกที่ระหว่างสองข้างทาง เราจะพบอนุสาวรีย์เล็กๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงทหารผู้กล้าที่สละชีวิตจากสงคราม
      ด้วยทัศนียภาพของหุบเขาที่สวยงาม หมู่บ้านแห่งนี้เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา
เยือนได้ในปี ค.ศ. 2010 แม้ว่าจะเป็นหมู่บ้านของชาวมุสลิม แต่ก็พอมีวัดเก่าแก่ในศาสนาพุทธให้เห็นอยู่บ้าง  
  เที่ยง- กินอาหารกลางวัน 
เบื่อแล้วค่อยเดินทางกลับ นูบราวัลเล่ย์ แวะถ่ายรูปสวยๆตลอดสองข้างทาง
เย็นถึงค่ำ- กลับที่พัก กินอาหารเย็น คืนนี้หลับสบายกันอีกสักคืนที่ นูบราวัลเล่ย์
             
วันที่เก้า วันศุกร์
เส้นทาง nubra velley - pangong lake
เดินทาง nubra valley - pangong lake 
เส้นทางผ่านแม่น้ำ sheyok river
  นั่งรถทั้งวัน *การเดินทางขึ้นอยู่กับสภาพถนน
   รถส่วนตัว mahindra scorpio/xylo 
   นั่งคันละ 3 คน เก็บของท้ายรถ/บนหลังคา
ที่พัก Camp at PANGONG LAKE
พักแรมกันริมทะเลสาบ
             
  ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า แล้วรีบออกไปเที่ยวกัน  
เริ่มที่ วัดดิสกิต (Diskit Gompa) วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1420
สักการะ พระศรีอารยเมตไตรย์ องค์ใหญ่ ถ่ายรูปจุดชมวิวตามอัธยาศัย
วัด Diskit - Nubra Valley พระศรีอารยเมตไตรย์ วัด Diskit
วัด Diskit - Nubra Valley พระศรีอารยเมตไตรย์ วัด Diskit
 

เที่ยง- กินอาหารกลางวัน 

ขึ้นรถมุ่งหน้าสู่ ทะเลสาบพันกอง (Pangong Tso)
วันนี้เราเดินทางเรียบแม่น้ำ Sheyok River
ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ระหว่างเส้นทางสู่ทะเลสาบพันกอง
แม่น้ำ Shyok River  ทะเลสาบพันกอง (Pangong Lake) 


 

ทะเลสาบพันกอง (Pangong Lake) 

มีความยาวถึง 40 ไมล์ กว้าง 2-4 ไมล์ 
พื้นที่ 75% ของทะเลสาบอยู่ในดินแดนทิเบต อีก 25% อยู่ในเขตของอินเดีย 
เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลก คือ 4,350 เมตร (14,270 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล
ชื่นชมความงามของทะเลสาบที่มีภูเขาสูงเป็นฉากหลัง น้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีสีสันที่งดงามมาก โดยเฉพาะในช่วงเย็นน้ำจะมีสีน้ำเงินเข้ม งดงามจับใจ
ถ่ายรูป สนุกสนานพักผ่อนชื่นชมธรรมชาติกันตามสะดวก
 

บ่ายถึงเย็น- เข้าสู่แคมป์ที่พัก พักผ่อนตามสบาย 
ถ่ายรูป ดื่มด่ำกับความงามของทะเลสาบ ชื่นชมธรรมชาติกันเต็มที่

ช่วงค่ำ- กินอาหารค่ำ คืนนี้หลับให้สบายริมทะเลสาบแสนงาม
             
วันที่สิบ วันเสาร์
เส้นทาง pangong lake - leh
เดินทาง pangong lake - leh 
ระยะทางประมาณ 200 กม. นั่งรถ 5-6 ชม.
   รถส่วนตัว mahindra scorpio/xylo 
   นั่งคันละ 3 คน เก็บของท้ายรถ/บนหลังคา
ที่พัก Hotel  in LEH
โรงแรมเล็กๆน่ารัก บรรยากาศพื้นเมือง
ให้อารมณ์การพักแบบชาวบ้าน
            
ชางลา (Chang la Pass)
ชางลา (Chang la Pass)  ความงดงามระหว่างทาง
แม่น้ำระหว่างทาง กลายเป็นน้ำแข็ง ก่อนกลับเข้าเมืองเลห์ 
 

ตื่นเช้า- กินอาหารเช้ากัน วันนี้เราจะกลับเมืองเลห์  

ใช้เส้นทางที่ผ่าน ชางลา (Chang La Pass) ถนนซึ่งสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก
*ระยะทางถึงเลห์ประมาณ 200 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง 5-6 ชั่วโมง
เที่ยง- กลับถึงเมืองเลห์ กินอาหารกลางวัน แล้วเข้าสู่ที่พัก
ช่วงบ่าย- ให้เวลาตามอัธยาศัย Shopping ตามสะดวก
Special Dinner
ช่วงค่ำ- กินอาหารเย็นพร้อมกัน ที่ร้านอาหารอร่อยๆในเมือง
คืนนี้หลับสบายกันที่เลห์
            
วันที่สิบเอ็ด วันอาทิตย์
เที่ยวบิน ภายในประเทศ + ระหว่างประเทศ
 
9W2369 IXL-DEL       เวลา 07.40-09.05
9W66 DEL-BKK      เวลา 14.00-19.45
Jet Airways
            
  05.00 น. ตื่นกันแต่เช้ามืด เก็บกระเป๋าออกมาไว้หน้าห้องกันเลย
ทีมงานจะลำเลียงกระเป๋าขึ้นรถ กินอาหารเช้า แล้วออกเดินทางสู่สนามบิน
ถึงสนามบินเลห์ Check in บัตรโดยสารและโหลดสัมภาระ 
*สามารถโหลดกระเป๋าได้หนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม
07.40 น. ได้เวลาเครื่องออก เดินทางสู่สนามบินเดลลี 
*ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาที
09.05 น. ถึงสนามบินเดลลี ไปเปลี่ยนเครื่องกลับกรุงเทพ
14.00 น. ได้เวลาเครื่องออก *ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม 15 นาที  
กินอาหารกลางวันบนเครื่องบิน
19.45 น. ถึงสุวรรณภูมิ กลับสู่อ้อมกอดของดินแดนมาตุภูมิโดยสวัสดิภาพ
พร้อมกับมุมมองใหม่ๆในโลกใบเดิมที่แคบลงเสมอ เมื่อการเดินทางสิ้นสุด .....สวัสดีเมืองไทย
               
               
หมายเหตุ-
โปรแกรมการเดินทาง อาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของช่วงเวลา
และสถานการณ์เฉพาะหน้า
                    
               
   ค่าทัวร์ 45,000 บาท
    ค่าตั๋วเครื่องบิน อีกประมาณ *11,000 บาท
        หมายเหตุจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินตามจริง ณ วันที่ออกตั๋ว *เป็นราคาตั๋วโดยประมาณ
             
  โปรดทราบ- 
การคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ คิดจากอัตราแลกเปลี่ยน ที่ 36.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ 
ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งปรับเปลี่ยนราคาค่าเดินทาง 
หากมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นของอัตราแลกเปลี่ยน 
โดยยึดอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่จ่ายเงินค่าทัวร์ครบเต็มจำนวนเป็นหลัก
  เงื่อนไข
ราคารวม "ค่าตั๋วเครื่องบิน และทุกอย่างแล้ว"
ต้องการนอนเดี่ยว กรุณาโทรสอบถามราคา
  ส่วนลดพิเศษ
ทำวีซ่าอินเดียเอง ลด 2,000 บาท
เคยเดินทางกับ วันแรมทาง ลด 1,000 บาท
  ราคานี้รวม-
ค่าตั๋วเครื่องบิน ทุกเส้นทางตามที่ระบุในโปรแกรม
 Bangkok-Delhi-Leh
 Leh-Delhi-Bangkok
ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบินไทย-อินเดีย 
ค่าวีซ่าอินเดีย 
ยา Acetazolamide (Diamox) 250 mg มีสำหรับทุกท่าน
O2 ออกซิเจน ฟรี .. ส่วนตัวคนละ 2 กระป๋อง , ติดรถเป็นกองกลาง 1 แท็งค์
อาหารมื้อหลักทุกมื้อ รวม ชา กาแฟ ของหวาน ผลไม้
ที่พัก โรงแรมเทียบเท่าตามที่ระบุ พักห้องละ 2-3 ท่าน  
ค่ารถตลอดเส้นทาง นั่งคันละ 3 คน (ทุกคนได้นั่งริมหน้าต่าง)
ค่าบัตรเข้าชมสถานที่ต่างๆ เฉพาะตามที่ระบุในโปรแกรม
ค่าบริการ หัวหน้าทัวร์คนไทย/ไกด์ท้องถิ่น (ไม่รวมทิป) 
 ประกันอุบัติเหตุ 
CHARTIS New Hampshire Insurance วงเงิน 2,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท
เงื่อนไข- ภายใต้ข้อตกลงที่มีไว้กับบริษัทประกันชีวิต ครอบคลุมเฉพาะกรณีอุบัติเหตุ 
ไม่ครอบคลุมกรณี เจ็บไข้ ป่วย เป็นไข้หวัด ท้องเสีย หรือ อาหารเป็นพิษ ระหว่างเดินทาง
  ราคานี้ไม่รวม-
ค่ากล้องถ่ายรูป และ ค่ากล้องวีดีโอ ซึ่งเรียกเก็บเป็นบางสถานที่
ค่ากิจกรรมต่างๆ เช่นขี่อูฐ เป็นต้น
ค่าทิป หัวหน้าทัวร์คนไทย
ค่าทิป guide หรือ escort  ชาวอินเดีย
ค่าทิป พนักงานบริการในโรงแรม คนขับรถ เด็กยกกระเป๋า และทิปอื่นๆ
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ
  ค่าทิป-
 ทีมงานอินเดีย (guide และ คนขับรถ) 
   เผื่อเงินไว้ประมาณ 4,400 รูปี หรือ 2,200 บาท สำหรับ 11 วัน ในอินเดีย
  เด็กยกกระเป๋าที่โรงแรม ควรให้ไม่ต่ำกว่า 20 รูปี ต่อครั้ง
  หัวหน้าทัวร์คนไทย แล้วแต่ความพอใจ
                  
              
การชำระเงิน
1) จ่ายมัดจำค่าทัวร์ จำนวน 10,000 บาท จ่ายทันทีที่จอง 
2) จ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน จำนวน *11,000 บาท จ่ายทันทีที่จอง ตามราคาออกตั๋วจริง
*กรุณาโทรสอบถามค่าตั๋วก่อนโอนเงิน
3) จ่ายส่วนที่เหลือ จำนวน 35,000 บาท จ่ายภายใน 2 เดือนก่อนเดินทาง
               
                
เงื่อนไขการให้บริการ
  จองล่วงหน้าตามช่วงเวลาที่กำหนด ชำระเงินตามเงื่อนไขข้างต้น
ขอยกเลิกการเดินทาง ยึดเงินมัดจำ และหักค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง 
และ/หรือ ขอยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 10 วัน เก็บค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน
  เมื่อท่านออกเดินทางกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง 
เช่น ไม่เที่ยวบางรายการ ไม่ทานอาหารบางมื้อ หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่า
ท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจำคืนได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  รณีที่การตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศ ปฏิเสธมิให้เดินทางออกหรือเข้าประเทศในรายการเดินทาง หรือ กรณีความล่าช้าจากสายการบิน
การประท้วง, การนัดหยุดงาน, การก่อจลาจล 
ทางเราขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  เมื่อท่านตกลงชำระเงิน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน 
ถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ที่ได้ระบุไว้แล้วทั้งหมด
               
             
ขั้นตอนง่ายๆในการจองทริปกับเรา
1  2  3  4 
คลิกเพื่อจองทริป คลิกตรวจรายชื่อ คลิกเพื่อโอนเงิน คลิกเพื่อส่งเอกสาร
       
บริการของเรา
คำแนะนำ เตรียมของ เตรียมของ ฝากแลกเงิน จองโรงแรม
                  
              
               
  ถ้ามีปัญหาสั่งพิมพ์ไม่ได้ กรุณาโทรแจ้ง 024054561, 0816928233 
หรือส่ง email แจ้งขอโปรแกรมได้ที่ 
info@wanramtang.com ขอบคุณค่ะ
 
              
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ที่อยู่ แผนที่ วันแรมทาง
บ้านวันแรมทาง
1/60 ซ.อนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
โทรศัพท์  024054561
แฟกซ์  024054560
มือถือ - ปลา 0898119139 (AIS)
มือถือ - นุ้ย 0816928233 (DTAC)
Email info@wanramtang.com  และ  wanramtang@hotmail.com
Line ID/โทรศัพท์ wanramtang3 / 0876997475
 
วันทำงาน วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00-18.00 น.
วันเสาร์ เวลา 09.00-12.00 น.
วันอาทิตย์ หยุดงาน งดการติดต่อทุกเรื่อง
ถ้าไม่รับสายหรือโทรไม่ติด กรุณาส่งเป็นข้อความ sms ส่ง email หรือ Line
                
หรือติดต่อผ่านระบบอัตโนมัติ ด้านล่างนี้

 


ชื่อ :  *
เบอร์โทรศัพท์ :  *
อีเมล :  *
ชื่อทริปเดินทาง :  *
วันที่เดินทาง :  *
ต้องการ : จองทริป
สอบถาม
หัวข้อที่ต้องการสอบถาม :
รายละเอียด :



โปรแกรม ลาดักห์

ลาดักห์ นูบราวัลเล่ย์ แคชเมียร์
ลาดักห์ นูบราวัลเล่ย์ แคชเมียร์
ลาดักห์ นูบราวัลเล่ย์
เลห์ ลาดักห์ เทศกาลหน้ากาก article



dot
รับข่าวการเดินทาง

dot
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/06037
ติดต่อเรา
โปรแกรมการเดินทาง
แพ็คเกจ เที่ยวอินเดีย
dot
dot
dot
dot
dot
dot










อุณหภูมิ พยากรณ์อากาศ


Copyright © 2007-2017 สงวนลิขสิทธิ์ภาพและบทความที่จัดทำขึ้นโดยเว็บไซต์ ห้ามลอกโดยเด็ดขาด
ติดต่อเรา
บริษัท อัพเดททัวร์แอนด์ทราเวล จำกัด
เลขที่ 1/60 ซอยอนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
โทรศัพท์ : 024054561 , 0816928233 (dtac) , 0898119139 (ais) โทรสาร : 024054560
Email : info@wanramtang.com , wanramtang@hotmail.com
Line ID: wanramtang3