dot dot
ทัชมาฮาล ราชาสถาน
                 
               
ทัชมาฮาล ราชาสถาน
กรุงเทพ เดลลี อัครา ทัชมาฮาล ฟาร์เตปูร์สิคิรี แชนด์เบารี
ชัยปุระ พุชการ์ บิคาเน่ย์ จัยซัลเมียร์
แมนวาแค้มป์กลางทะเลทราย โยธะปุระ 
รานัคปุระ เมาท์อาบู อุทัยปุระ จิตตอร์กาห์ มุมไบ กรุงเทพ
มกราคม 2561
13 วัน 11 คืน
เปิดรับ 16 ท่าน
*ครบ 12 ท่าน ออกเดินทางได้ทันที
101,500
บาท
          
             
  อินเดียเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี มีพื้นที่ใหญ่เป็น
อันดับ 7 ของโลก มีความหลากหลายในทุกๆด้าน และมีเสน่ห์ที่ดึงดูดใจชวนให้
ค้นหาไม่รู้จบ นอกจากชื่อเสียงด้านความงดงามเป็นเลิศของ พระราชวังโบราณ โบสถ์วิหาร และมนต์ขลังแห่งศาสนสถานสำคัญ ที่มีอายุนับร้อยนับพันปีแล้ว 
นาฏลีลา ศิลปะ และดนตรีของอินเดีย ก็โดดเด่นไม่เป็นรองใคร ทั้งภูมิประเทศ
ที่หลากหลายและสวยงาม รวมไปถึงภูมิอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ 
ทำให้อินเดียเป็นจุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลกที่จะมุ่งมาเยือน เราจะเป็นอีกกลุ่มนักเดินทางกลุ่มเล็กๆ ที่จะไปสัมผัสเสน่ห์ของอินเดียด้วยตัวเอง 
จุดหมายอาจจะอยู่ไกล แต่รายทางก็มีอะไรดีๆ ให้ได้สัมผัสไม่น้อย 
เปิดใจกว้างๆ แล้วไปท่องแดนภารตะด้วยกัน
“โปรแกรมเดินทาง ไม่มีเวลากำหนดตายตัว ยืดหยุ่นได้ ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ไม่เร่งไม่รีบ”
             
จุดนัดพบ 
สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 3 บริเวณที่นั่งหน้าประตู
เวลา 04.00 น. (ตีสี่ตรง)
             
โปรแกรมการเดินทาง
    
DAY 01  
เส้นทาง bangkok - delhi - agra
เดินทาง bkk-del นั่งเครื่องประมาณ 4 ชม.
del-agra ประมาณ 200 กม. นั่งรถ 4-5 ชม.
รถโค้ชปรับอากาศส่วนตัว
ที่พัก Hotel Trident Agra (5 ดาว) , AGRA
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
โรงแรมหรู น่ารัก 
ต้อนรับคืนแรกสู่อินเดีย
              
  เริ่มโปรแกรมทัวร์- 
04.00 น. พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ 
เมื่อทุกท่านมากันพร้อม ทีมงานจะพาไปที่เคาน์เตอร์สายการบิน 
เพื่อเช็คอินบัตรโดยสารและโหลดสัมภาระ 
*สามารถโหลดกระเป๋าได้หนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม
เช็คอินเสร็จแล้ว แยกย้ายกันเข้าด้านใน ผ่าน ตม. รอขึ้นเครื่องพร้อมกัน
        
เที่ยวบิน ระหว่างประเทศ
TG323 สายการบินไทย
    กรุงเทพ-เดลลี
     เวลา 07.00-09.55
  07.00 น. ได้เวลาเครื่องออก เดินทางสู่ประเทศอินเดีย 
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง  *กินอาหารเช้าบนเครื่องบิน
09.55 น. ถึงแผ่นดินอินเดียท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี กรุงนิวเดลี 
ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
          
ปลา' Tour Leader พาเที่ยว  ลักษณะรถปรับอากาศ AC Mini Coach สำหรับคณะนี้
 

จากนั้นขึ้นรถปรับอากาศ ไปกินอาหารกลางวันที่ร้านอาหารในเมือง 
อิ่มแล้วออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ เมืองอัครา กันเลย

*ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 4-5 ชั่วโมง
เย็นถึงค่ำ- ถึงอัคราเข้าสู่โรงแรม  กินอาหารค่ำ
แล้วรีบเข้านอนเก็บแรงไว้ไปสัมผัสเสน่ห์ของอินเดียแบบเต็มๆในวันรุ่งขึ้น 
                  
DAY 02  
เส้นทาง agra - jaipur
เดินทาง ประมาณ 250 กม. นั่งรถ 5-6 ชม.
รถโค้ชปรับอากาศส่วนตัว
ที่พัก Hotel TRIDENT (5 ดาว) , JAIPUR
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
โรงแรมหรู มีเสน่ห์ ตกแต่งสไตล์ราชาสถาน 
มาชัยปุระต้องพักสบายๆหน่อย
Hotel Trident - Jaipur
          
 

05.00 น. ตื่นแต่เช้าไปดู ทัชมาฮาล (Taj Mahal) ต้องแสงอาทิตย์ยามเช้า

เมืองอัครา เป็นนครแห่งความรักที่ตั้งของ ทัชมาฮาล (Taj Mahal)
อนุสรณ์สถานแห่งความรัก 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ทุกคนอยากมาเยือน
เที่ยวชมความงดงามอลังการที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยอนุภาพแห่งรักของเจ้าชายชาร์จาฮานที่มีต่อพระนางมุมตัสมาฮาล มเหสี
ทัชมาฮาล เป็นพระราชวังหินอ่อนสีขาวประดับประดาด้วยอัญมณีล้ำค่า และได้
รับการยกย่องว่าเป็นไข่มุกแห่งอัครา หนึ่งในสถาปัตยกรรมที่สวยที่สุดในโลก
เป็นอนุสรณ์แห่งความรัก ที่ยิ่งใหญ่เหนือกาลเวลา
กลับมา กินอาหารเช้า พร้อมกันที่ห้องอาหารของโรงแรม 
ท้องอิ่มเรียบร้อย ออกเดินทางต่อกันเลย มุ่งหน่าสู่ เมืองชัยปุระ (Jaipur) 
*ระยะทาง 250 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง
เที่ยง- แวะกินอาหารกลางวัน ที่ร้านอาหารระหว่างทาง
ทัชมาฮาล Tajmahal - อัครา แม่น้ำยมุนา จากทัชมาฮาล
ทัชมาฮาล Tajmahal - อัครา แม่น้ำยมุนา วิวจากทัชมาฮาล
Fatehpur Sikri Chand Baori, Abaneri
ฟาเตะห์ปูร์ สิคิรี โรตีแผ่นยักษ์ ที่มัสยิดขาว (White Mosque)
 

ระหว่างทางแวะเที่ยว นครฟาเตะห์ปูร์ สิคิรี (Fatehpur Sikri) 
ป้อมปราการและเวียงวังอันโอฬาร อยู่ห่างจากเมืองอัคราไปทางตะวันตก

ประมาณ 40 กิโลเมตร สร้างโดยกษัตริย์อักบาร์ซึ่งมีมเหสีมากมาย แต่กลับยังไม่มีองค์รัชทายาทสืบสกุล พระองค์เดินทางมาที่เมืองสิคิรีนี้ เพื่อสวดอ้อนวอน
กับอิหม่าม Sheikh Salim Chisti จนเมื่อได้โอรสสมดังปรารถนาก็ทรงสร้างวังแห่งนี้ขึ้นมาให้เป็นเมืองหลวง แต่ในชั่วเวลาไม่นานนัก (ค.ศ. 1571-1585) 
ฟาเตะห์ปูร์ สิคิรี ก็ถูกทิ้งร้างเนื่องจากปัญหาขาดแคลนน้ำ
 

แวะเที่ยว Chand Baori บ่อน้ำขั้นบันไดโบราณ

อยู่ที่เมือง Abhaneri  บ่อน้ำนี้อยู่ก่อนถึงเมืองชัยปุระประมาณ 95 กิโลเมตร 
บนเส้นทางจาก อัครามุ่งหน้าไป ชัยปุระ 
Chand Baori เป็นหนึ่งในสถานที่ที่เก่าแก่และน่าสนใจมากที่สุดอีกแห่งหนึ่ง
ในราชสถาน มันถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ Chanda ของราชวงศ์ Nikumbha 
ระหว่าง ปี ค.ศ. 800-900 เพื่ออุทิศให้ กับ Hashat Mata เทพธิดาแห่งความสุข ราชสถานเป็นพื้นที่แห้งแล้งมาก การก่อสร้าง Chand Baori มีวัตถุประสงค์เพื่อ
การอนุรักษ์น้ำให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ที่ด้านล่างสุดอากาศยังคงอยู่ที่ 5-6 องศาเย็นกว่าที่พื้นผิว ที่บ่อน้ำ Chand Baori นี้ ชาวบ้านจะออกมาพักผ่อนกัน
ในวันที่อากาศร้อนอย่างรุนแรง บ่อน้ำ Chand Baori มีความลึก 30 เมตร (เทียบเท่าตึก 13 ชั้น) มีจำนวนขั้นบันได 3,500 ขั้น แต่ละชั้นก็จะเป็นทางเดิน 
ที่พอเดินได้ทีละคน Chand Baori มีชื่อเสียงมากจากการถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Fall และ The Dark Knight Rises
เย็นถึงค่ำ- ถึงชัยปุระ เข้าสู่โรงแรมที่พัก กินอาหารค่ำ 
พักผ่อนกันตามอัธยาศัย
   
DAY 03  
เส้นทาง jaipur - pushkar
เดินทาง ประมาณ 150 กม. นั่งรถ 2-3 ชม.
รถโค้ชปรับอากาศส่วนตัว
ที่พัก Hotel Pushkar Palace 
(Heritage Hotel) 
, PUSHKAR
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
ที่นี่ไม่ใช่ 4-5 ดาว แต่ก็น่าพักที่สุดในเมืองนี้
วังเก่า ริมทะเลสาบ สวยงาม มีสไตล์
Hotel Pushkar Palace - Pushkar
              
 

06.00 น. ตื่นกันแต่เช้า กินอาหารเช้า 
ท้องอิ่มเรียบร้อย ออกไปตะลุยเมืองชัยปุระ กันเลย

นครชัยปุระ (Jaipur) นครแห่งชัยชนะ หรือ “นครสีชมพู” ชัยปุระเป็นเมืองหลวงของรัฐราชสถาน ซึ่งได้รับการออกแบบวางผังเมืองอย่างสวยงาม 
เป็นเมืองที่สร้างขึ้นใหม่โดยท่านมหาราชา ไสว ชัย สิงห์ ที่ 2 เป็นชุมชนศิลปินและช่างฝีมือ มีชื่อเสียงด้านการผลิตสินค้าหัตถกรรมหลากหลายชนิด 
ชัยปุระได้รับสมญานาม “นครสีชมพู” (Pink City) เพราะเมืองถูกทาสีชมพูเพื่อต้อนรับการเสด็จเยือนของ Prince of Wale ซึ่งต่อมาคือ King Edward VII 
แห่งสหราชอาณาจักร
วังสายลม Hawa Palace - ชัยปุระ ป้อมปราการแอมเบอร์ Amber Fort - ชัยปุระ
วังสายลม Hawa Palace - ชัยปุระ ป้อมปราการแอมเบอร์ Amber Fort - ชัยปุระ
 

เริ่มต้นด้วย แวะถ่ายรูปที่ พระราชวังสายลม (Palace of the Wind)

วังเดิมที่ปัจจุบันตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง จุดที่จะชมพระราชวังนี้ได้ดีที่สุด 
คือต้องข้ามถนนไปยืนชมจากฝั่งตรงข้าม
จากนั้นไปต่อที่ พระราชวังแอมเบอร์ (Amber Palace) ซึ่งเป็นป้อมปราการด้วย จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า ป้อมปราการแอมเบอร์ (Amber Fort) ในห้องต่างๆ 
ของพระราชวังแอมเบอร์ ตกแต่งด้วยการแกะสลักลวดลายเครือเถา
และฝังกระจกชิ้นเล็กๆ สะท้อนแสงสีที่แตกต่างและให้ภาพที่สวยงามแปลกตา
จากนั้นแวะเที่ยวกันที่ City Palace มหาราชา ไสว ชัย สิงห์ ที่ 2 ได้ย้ายเมืองหลวงจากพระราชวังแอมเบอร์ มายัง “ชัยปุระ” และได้สร้างพระราชวังขึ้นใหม่
ใจกลางเมือง ปัจจุบันเรียกว่า City Palace ภายในเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงของ 
ใช้ส่วนพระองค์ของมหาราชาแห่งเมืองชัยปุระ City Palace แห่งนี้เป็นสมบัติ
ส่วนพระองค์ ชาวเมืองชัยปุระบางส่วนยังนับถือพระองค์อยู่แม้พระองค์จะไม่มี
อำนาจใดๆ แล้วก็ตาม
 

เที่ยง- กินอาหารกลางวันกันที่ร้านอาหาร

จากนั้นเดินทางสู่สถานที่พิเศษในทางจิตวิญญาณ เมืองพุชการ์ 
*ระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง
เย็นถึงค่ำ- ถึงพุชการ์ เข้าสู่โรงแรมที่พัก แล้วไปเดินเล่นกัน เมืองนี้ตลาดน่าเดิน
ถ้าจะเปรียบแล้วที่นี่ก็เหมือนกับ “ตลาดทาเมล” ที่เนปาล shopping ในตลาดตามสมควรกับเวลา กินอาหารค่ำ  พักผ่อนกันตามอัธยาศัย
             
 

หมายเหตุ- พุชการ์ เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ เมืองนี้เคร่งศาสนา 

อาหารจะเป็นเจ Pure Veg ไม่มีแม้กระทั่งไข่ ไม่แนะนำให้แอบเอาอาหารเสริม
ที่เป็นเนื้อสัตว์ ไปกิน มันบาปมาก และถ้ามีใครเห็น เค้าจะไม่พอใจ

             
DAY 04  
เส้นทาง pushkar - bikaner
เดินทาง ประมาณ 250 กม. นั่งรถ 5-6 ชม.
รถโค้ชปรับอากาศส่วนตัว
ที่พัก Hotel Laxmi Niwas Palace 
(5 ดาว Grand Heritage Hotel) 
, BIKANER
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
อีกหนึ่งพระราชวังที่กลายมาเป็นโรงแรม 
มาเมืองนี้ต้องพักวังแบบนี้
Hotel Laxmi Niwas Palace - Bikaner
                
 

06.00 น. ตื่นแต่เช้า ออกไปดู ทะเลสาบพุชการ์ ต้องแสงอาทิตย์ยามเช้า 

เดินไปชมความงามรอบทะเลสาบ และความน่าสนใจอื่นๆ ในเมืองพุชการ์ 
อย่างเช่น วัดพระพรหม
พุชการ์ Pushkar เป็นเมืองเล็กๆ แต่เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู 
ซึ่งมีผู้คนเดินทางมาแสวงบุญอยู่เป็นประจำทำนองเดียวกับแม่น้ำคงคา
ชาวฮินดูมักมาทำพิธีชำระล้างบาปที่ท่าน้ำ (Ghat) ซึ่งอยู่โดยรอบ ทะเลสาบ
พุชการ์ (Pushkar Lake) อันเป็นบริเวณที่เชื่อกันว่ากำเนิดขึ้นจากการที่
พระพรหมทิ้งดอกบัวลงมาบนพื้นโลก ว่ากันว่าในเมืองพุชการ์นี้เป็นที่ตั้งของ
วัดพระพรหมแห่งเดียวในประเทศอินเดีย
08.00 น. กลับมากินอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
แล้วเดินทางต่อไปเมือง บิคาเน่ย์ (Bikaner)
*ระยะทางประมาณ 250 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง
เที่ยง- แวะกินอาหารกลางวัน ที่ร้านอาหารระหว่างทาง
ทะเลสาปศักดิ์สิทธิ์ - Pushkar ทะเลสาปศักดิ์สิทธิ์ - Pushkar
ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ - Pushkar ทะเลสาปศักดิ์สิทธิ์ - Pushkar
  เย็นถึงค่ำ- ถึงบิคาเน่ย์ เข้าสู่โรงแรมที่พัก กินอาหารค่ำ 

พักผ่อนกันตามอัธยาศัย 

           
DAY 05  
เส้นทาง bikaner - jaisalmer
เดินทาง ประมาณ 330 กม. นั่งรถ 7-8 ชม.
รถโค้ชปรับอากาศส่วนตัว
ที่พัก Hotel Suryagarh 
(5 ดาว Grand Heritage Hotel) 
, JAISALMER
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
ที่นี่ไม่ใช่ 5 ดาว แต่หรูหราระดับมหาราชา
โรงแรมสีทอง พักชิวๆกัน 2 คืนเต็ม
Hotel Suryagarh  , JAISALMER
              
 

06.00 น. ตื่นกันแต่เช้า กินอาหารเช้า อิ่มแล้วไปเที่ยวต่อกันเลย 

เริ่มต้นด้วย ป้อมปราการ Junagarth ป้อมสีแดงแห่งเมืองบิคาเน่ย์ ถูกสร้าง
ขึ้นโดย Rao Bika ด้วยการต่อสู้กับชนพื้นเมืองจนสามารถตั้งถิ่นฐาน แม้ผ่านการ
รุกรานจากมหาโมกุลหลายครั้ง แต่ทะเลทรายที่อยู่รอบด้านรวมทั้งความกล้าหาญของนักรบช่วยให้เมืองอยู่รอดเสมอมา ป้อม Junagarth คือวังมหาราชา
ที่อยู่ในสภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งในราชสถาน ภายในป้อมปราการเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และเรื่องราว
ต้องไปดูด้วยตาตัวเองว่า ความงามเหนือคำบรรยายแห่งบิคาเน่ย์ นั้นเป็นเช่นไร
ป้อมปราการ Junagarth - บิคาเน่ย์ ห้องเมฆา ณ ป้อมสีแดง - บิคาเน่ย์
สีสัน ณ ป้อมสีแดง - บิคาเน่ย์ ห้องเมฆา ณ ป้อมสีแดง - บิคาเน่ย์
 

เดินเที่ยวดูสถานที่สำคัญภายใน ป้อมปราการ Junagarth เช่น

รอยฝ่ามือจารึกใกล้ประตูสุริยา (Sun Gate) บ่งบอกถึงผู้หญิงผู้สมัครใจทำพิธี “สตี” (Sati) ปลิดชีพตัวเองตายตามสามีผู้จากไปในสงครามป้องกันเมือง
บังลังค์ไม้จันทน์อายุเกือบหนึ่งพันปี เป็นเฟอร์นิเจอร์เก่าแก่ที่สุดของอินเดีย 
ตำหนักเมฆา (Badal Mahai) ภายในตกแต่งด้วยภาพวาดเมฆและท้องฟ้า
ตำหนักดอกไม้ (LalMahai) ภายในถูกประดับด้วยภาพวาดดอกไม้นานาพันธุ์
ตำหนักจันทรา (Chandra Mahai) ตำหนักวายุ (Hawa Mahai)
ท้องพระโรง ดิวันอิอัม (Diwan-i-Aam) Hall of Public Audience สถานที่ออก
ขุนนางชั้นนอก , ท้องพระโรง ดิวันอิคาส (Diwan-i-Khas) Hall of Private Audience สถานที่เข้าเฝ้าชั้นใน
 

เที่ยง- กินอาหารกลางวัน แล้วเดินทางสู่เมืองจัยซัลเมียร์ (Jaisalmer)
*ระยะทางประมาณ 330 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชั่วโมง

เย็นถึงค่ำ- ถึงจัยซัลเมียร์ เข้าสู่โรงแรมที่พัก กินอาหารค่ำ 
พักผ่อนกันตามอัธยาศัย
        
DAY 06  
เส้นทาง jaisalmer
เดินทาง นั่งรถเที่ยวในเมือง
รถโค้ชปรับอากาศส่วนตัว
ที่พัก Hotel Suryagarh 
(5 ดาว Grand Heritage Hotel) 
, JAISALMER
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
ที่นี่ไม่ใช่ 5 ดาว แต่หรูหราระดับมหาราชา
โรงแรมสีทอง พักชิวๆกัน 2 คืนเต็ม
Hotel Suryagarh  , JAISALMER
           
 

06.00 น. ตื่นกันแต่เช้า กินอาหารเช้า อิ่มแล้วไปเที่ยวต่อกันเลย

จัยซัลเมียร์ (Jaisalmer) เมืองชายแดนติดพรมแดนปากีสถาน ตั้งอยู่ใน
เขตทะเลทราย ธาร์ (Thar Desert) บ้านเรือนสร้างด้วยหินทรายสีเหลืองนวล
โดยเฉพาะป้อมปราการประจำเมือง Jaisalmer Fortเป็นที่มาของสมญา 
The Golden City เมืองจัยซัลเมียร์ (Jaisalmer) นี้ก่อร่างสร้างอาณาจักรขึ้นเมื่อ
ปี ค.ศ. 1156 โดย ราว จัยซาล (Rao Jaisal) และยังเชื่อกันว่าราชบุตรแห่ง
จัยซัลเมียร์ สืบเชื้อสายมาจากพระกฤษณะ อาณาจักรกลางทะเลทรายแห่งนี้
สร้างฐานะจากการเก็บภาษี ค่าผ่านทางจากกองคาราวานสินค้าผ้าไหม และเครื่องเทศ สิ่งที่ต่างจากเมืองอื่นๆ ในราชสถานคือภายในป้อมปราการโบราณ
แห่งจัยซัลเมียร์ยังคงเป็นเมืองเก่าที่มีชีวิต เพราะยังมีผู้คนตั้งบ้านเรือนอาศัยกันอยู่จนปัจจุบัน
จัยซัลเมียร์ Jaisalmer Fort
ชาวจัยซัลเมียร์  จัยซัลเมียร์ ฟอร์ท ป้อมปราการสีทอง
 

ไปเที่ยว Jaisalmer Fort ป้อมปราการสีทองที่ยังคงมีชีวิต

เดินเที่ยวในป้อมปราการอันกว้างใหญ่ ที่นี่มีสินค้าพื้นเมืองที่น่าซื้อมากมาย 
บางอย่างอาจจะแพงแต่ก็หาซื้อไม่ได้ในที่อื่น ใช้เวลาช่วงเช้าที่นี่ แบบไม่รีบเร่ง
เที่ยวก่อน แล้วจะให้เวลาเดินช้อปปิ้งกันเต็มที่ 
ภายในยังมีสถานที่ท่องเที่ยว น่าสนใจมากมาย
วัดเชน Jain Temple วิหารในศาสนาเชนสร้างด้วยหินสีเหลือง 
ที่อยู่ภายใน Jaisalmer Fort
เที่ยง- กินอาหารกลางวัน อิ่มแล้วเดินเที่ยวต่อในช่วงบ่าย 
ไปกันที่ Havali ปราสาทหินทราย เป็นบ้านพักคหบดี ขุนนางเศรษฐี
ในสมัยโบราณ ตัวบ้านแกะสลักจากหินทราย ตกแต่งอย่างงดงาม
แล้วกลับโรงแรมที่พัก
เย็นถึงค่ำ- กินอาหารค่ำ พักผ่อนกันตามอัธยาศัย
             
DAY 07  
เส้นทาง jaisalmer - sand dune
เดินทาง ประมาณ 185 กม. นั่งรถ 3-4 ชม.
รถโค้ชปรับอากาศส่วนตัว
ที่พัก Manvar Resort and Camp 
(resort and camp)
, JODHPUR
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
เต็นท์พักแรม สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
Manvar resort and Camp < Jodhpur
              
 

06.00 น. ตื่นกันแต่เช้า กินอาหารเช้า

ก่อนออกเดินทางจากเมืองจัยซัลเมียร์ แวะไปเที่ยว 
ทะเลสาบกาดซิซาร์ Gadsisar Lake จัดเป็นโอเอซิสขนาดใหญ่ท่ามกลาง
ทะเลทราย สร้างโดยมหาราชาวาลกาดซี ราว 600 ปี มาแล้ว ทะเลสาบเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของชาวเมืองในอดีต ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
ทะเลสาบกาดซิซาร์ Gadsisar Lake ซุ้มประตูที่ ทะเลสาบกาดซิซาร์
 

แล้วมุ่งหน้าสู่เขตทะเลทราย Sand Dune ในเขตเมืองโยธะปุระ (Jodhpur)
*ระยะทางประมาณ 185 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง

เที่ยง- เดินทางถึงจุดลงทะเบียน เพื่อเข้าพักที่แค้มป์ 
กินอาหารกลางวัน พักผ่อนสักครู่ 
แล้วนั่งรถจี๊ปเข้าสู่ แค้มป์ที่พักแรม ของเรา
ห้องนอน
ภายในแค้มป์ของเรา
สะอาดมาก
หรูเลิศมาก
 ห้องน้ำ
ทุกอย่างพร้อม
ฝักบัว อ่างล้างหน้า
ชักโครกเอี่ยม
ไม่ต่างกับพักโรงแรม
นั่งรถจี๊ปเข้าสู่แค้มป์ที่พัก  ที่พักแรมของเราคืนนี้
 

ระหว่างทาง นั่งรถชมบรรยากาศทะเลทราย วิถีชีวิตชาวบ้าน

สามารถพบเห็น นกยูง ที่มีอยู่มากมาย และ ตัวนิลกาย สัตว์ป่าหายาก
 ขี่อูฐเที่ยวทะเลทราย  ขี่อูฐเที่ยวทะเลทราย
กิจกรรมรอบกองไฟ ที่ Manvar Camp
 กิจกรรมรอบกองไฟ ที่ Manvar Camp  กิจกรรมรอบกองไฟ ที่ Manvar Camp
 

เย็น- เดินทางถึงแคมป์ที่พักแรม เก็บของเข้าที่พัก 
ขี่อูฐออกไปชมพระอาทิตย์ตก บนเนินทรายที่งดงาม

สนุกสนานกับกิจกรรมรอบกองไฟ
ค่ำ- กินอาหารค่ำ พักผ่อนกันตามอัธยาศัย
               
DAY 08  
เส้นทาง sand dune - jodhpur
เดินทาง ประมาณ 110 กม. นั่งรถ 2-3 ชม.
รถโค้ชปรับอากาศส่วนตัว
ที่พัก Hotel Raas 
(5 ดาว, JODHPUR
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
โรงแรมสมัยใหม่ ห้องพักสบาย
บริการมาตรฐาน อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง
Hotel Raas - Jodhpur
           
  06.00 น. ตื่นกันแต่เช้า กินอาหารเช้า
ออกเดินทางสู่เมืองโยธะปุระ (Jodhpur) 
*ระยะทางประมาณ 265 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 2-3 ชั่วโมง 
  โยธะปุระ - นครนักรบ (Jodhpur)
ถือเป็นเมืองเก่าแก่ของพวกราชบุตร เป็นต้นกำเนิดของอีกหลายราชวงศ์ 
เช่น ราชาแห่งบิคาเน่ย์ก็เคยเป็นเจ้าชายแห่งโยธะ ความเก่าทำให้เมืองนี้
มีมนต์ขลัง เป็นศูนย์กลางของชาวราชสถานตั้งแต่อดีตกาลนานหลายร้อยปี
 
 

เที่ยง- ไปกินอาหารกลางวัน กันที่ร้านอาหารอร่อยๆในเมือง
แล้วไปเที่ยวชม Mehrangarh fort

ป้อมปราการที่ยาวเหยียดข้ามเขาถึง 125 ลูก ภายในมีพระราชวังที่สวยงาม
และใหญ่ที่สุด และเป็นจุดชมวิวเมืองสีฟ้าที่ดีที่สุด ไม่มีป้อมปราการแห่งไหน
ในราชสถาน เด่นสง่าเทียบเท่า Mehrangarh fort แห่งเมืองโยธะปุระ 
มหาปราการหินถูกสร้างขึ้นบนเขาสูง 400 ฟุต ใน ค.ศ. 1459
เมื่อฤาษีท่านหนึ่งบอกแก่มหาราชาโยธะ (Jodha - นักรบ) ว่าพระองค์ควร
สร้างเมืองขึ้นที่นี่ โยธะปุระเป็นศูนย์กลางอาณาจักรใหญ่แต่ครั้งโบราณ
ป้อมจึงถูกเสริมเติมแต่งจนมีขนาดใหญ่มหึมา      
เมืองสีฟ้า - Jodhpur Mehrangarh fort - Jodhpur
 เมืองสีฟ้า - Jodhpur  ภายใน Mehrangarh fort - Jodhpur
  บ่ายถึงเย็น- ไปเที่ยวช้อปปิ้ง 
ซื้อเสื้อผ้าจากร้าน Anokhi Shop ผ้าฝ้ายพิมพ์ลายเก๋ไก๋
ค่ำ- กลับเข้าสู่โรงแรมที่พัก กินอาหารค่ำ พักผ่อนกันตามอัธยาศัย 
                
DAY 09  
เส้นทาง jodhpur - ranakpur
เดินทาง ประมาณ 170 กม. นั่งรถ 3-4 ชม.
รถโค้ชปรับอากาศส่วนตัว
ที่พัก Hotel King's Abode 
(mountain resort) 
, Ranakpur
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
รีสอร์ทสวย เหมือนโอเอซิส กลางหุบเขา
King's Abode Resort - Ranakpur
               
  06.00 น. ตื่นกันแต่เช้า กินอาหารเช้า
แล้วเดินทางต่อสู่เมืองรานัคปุระ (Ranakpur) 
*ระยะทาง 170 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง
เที่ยง- เดินทางถึง รานัคปุระ (Ranakpur) เข้าสู่โรงแรมที่พัก 
กินอาหารกลางวัน 
วัดเชนแห่งรานัคปุระ วัดเชนแห่งรานัคปุระ
วัดเชนแห่งรานัคปุระ  วัดเชนแห่งรานัคปุระ
 

บ่าย- ไปเดินเที่ยวชม วัดเชน (Jain Temple) ให้เต็มอิ่ม

วัดเชนแห่งรานัคปุระ คือหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์แห่งอินเดีย ก่อสร้างโดยคหบดี
Dharna Sah เมื่อเกือบ 500 ปีก่อน ภายในประกอบด้วยห้องโถงใหญ่น้อย
24 ห้อง โดมทั้งหมด 80 โดม และเสาถึง 1,144 ต้น เสาแต่ละต้นจะถูก
แกะสลักลวดลายอย่างงดงามมาก คิดเป็นพื้นที่แกะสลักกว่า 3,000 ตารางเมตร
ทั้งหมดถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีเยี่ยม เมื่อสร้างวัดนี้จำเป็นต้องสร้างเมืองขึ้นมาเพื่อเป็นที่อาศัยของคนงานนับหมื่น เมืองดังกล่าวตั้งชื่อว่า "รานัคปุระ"
เพื่อเป็นเกียรติแด่มหารานา แห่งราชอาณาจักรผู้อนุญาตให้สร้างวัด
ช่วงเย็น- กลับเข้าสู่โรงแรมที่พัก กินอาหารค่ำ พักผ่อนกันตามอัธยาศัย
                   
DAY 10  
เส้นทาง ranakpur - mt abu - udaipur
เดินทาง ranakpur- mt abu 190 กม. นั่งรถ 3-4 ชม.
mt abu - udaipur  180 กม. นั่งรถ 3-4 ชม.
รถโค้ชปรับอากาศส่วนตัว
ที่พัก Hotel Trident Udaipur  
(5 ดาว) 
, UDAIPUR
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
มีเสน่ห์ ตกแต่งสไตล์ราชาสถาน
พักให้สบาย ส่งท้ายแดนมหาราชา
                  
 

06.00 น. ตื่นกันแต่เช้า กินอาหารเช้า

ออกเดินทางสู่เมืองเมาท์อาบู (Mount Abu) 
*ระยะทาง 190 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง
เมาท์อาบู (Mount Abu) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ ภูเขาราชาเทวะ 
ตั้งอยู่ที่ความสูงประมาณ 1,219 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เป็นโอเอซิสที่ตั้ง
อยู่กลางท้องทะเลทราย และผืนดินอันรกร้างว่างเปล่าในดินแดนแห่งรัฐราชาสถาน ในครั้งประวัติศาสตร์ เมาท์อาบู ถูกเช่าโดยบริษัทอินเดียตะวันออกของ
สหราชอาณาจักร จากมหาราชาผู้ครองแคว้น เพื่อใช้เป็นที่ตั้งของค่ายทหาร “ราชบุตร” จนถึงปี ค.ศ. 1947 ด้วยสภาพภูมิประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์
อากาศเย็นสบาย มีทะเลสาบงดงาม น้ำตกและป่าที่เขียวขจี ที่นี่จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนสำคัญในดินแดนราชาสถาน ความโดดเด่น
และชื่อเสียงอีกอย่างของเมาท์อาบู คือ ความงดงามและศักดิ์สิทธิ์ของวัดเชน 
ที่มีชื่อว่าวัด Jain Delwara ตามความเชื่อของผู้ที่นับถือศาสนาเชน เมาท์อาบู
เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์และมีผู้แสวงบุญเดินทางมามากมาย
  เที่ยง- เดินทางถึง เมาท์อาบู (Mount Abu) กินอาหารกลางวัน
แล้วไปเที่ยว วัดเชน Delwara มหาวิหารที่มีชื่อเสียงในเรื่องความงดงาม 
วิจิตรพิสดาร เป็นวัดเก่าแก่อายุราว 1,000 ปี ที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง
ของศาสนาเชน ใช้เวลาดื่มด่ำกับความงดงามให้เต็มอิ่ม
*ที่นี่ห้ามถ่ายรูป และต้องถอดรองเท้าเดินเข้าไปภายในวัด
วัดเชน Delwara - เมาท์อาบู วัดเชน Delwara - เมาท์อาบู
วัดเชน Delwara - เมาท์อาบู  วัดเชน Delwara - เมาท์อาบู
  จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองอุทัยปุระ (Udaipur)
*ระยะทาง 180 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง
เย็นถึงค่ำ- ถึงอุทัยปุระ เข้าสู่โรงแรมที่พัก กินอาหารค่ำ พักผ่อนตามอัธยาศัย
                      
DAY 11  
เส้นทาง udaipur - chittor - udaipur
เดินทาง ระยะทาง ไป-กลับ ประมาณ 230 กม. 
นั่งรถไป 2 ชม. , 
นั่งรถกลับ 2 ชม. 
รถโค้ชปรับอากาศส่วนตัว
ที่พัก Hotel Trident Udaipur  
(5 ดาว) , UDAIPUR
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
มีเสน่ห์ ตกแต่งสไตล์ราชาสถาน
พักให้สบาย ส่งท้ายแดนมหาราชา
                 
 

06.00 น. ตื่นกันแต่เช้า กินอาหารเช้า 
แล้วเดินทางไป เมืองจิตตอร์ (Chittor)

*ระยะทาง 115 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง
เมืองจิตตอร์ (Chittor)
 เคยเป็นราชธานีของอาณาจักรเมวาร์
ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองอุทัยปุระไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 115 กิโลเมตร 
เป็นที่ตั้งของ ป้อมจิตตอร์กาห์ (Chittorgarh Fort) อันยิ่งใหญ่
จนกระทั่งมหารานาอุทัย สิงห์ที่ 2 ตัดสินใจละทิ้งเมืองจิตตอร์ให้กับกองทัพของจักรพรรดิอัคบาร์แห่งราชวงศ์โมกุล และสร้างเมืองอุทัยปุระเป็นราชธานีแห่งใหม่
Chittorgarh Fort Chittorgarh Fort
ป้อมจิตตอร์การห์ (Chittorgarh Fort) ป้อมจิตตอร์การห์ (Chittorgarh Fort)
  มหารานาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาณาจักรเมวาร์ คือ มหารานา ประตาป สิงห์ (Pratap Singh) พระราชโอรสของ มหารานาอุทัย สิงห์ ที่ 2 พระองค์ได้รับการ
ยกย่องในฐานะวีรบุรุษนักรบของอาณาจักรเมวาร์ เนื่องจากพยายามต่อสู้ในรูปแบบสงครามกองโจรกับกองทัพของจักรพรรดิอัคบาร์หลายต่อหลายครั้ง 
จนสามารถครองความเป็นรัฐอิสระมาได้อย่างยาวนาน กระทั่งปี ค.ศ. 1736 จึงได้ตัดสินใจควบรวมเข้าเป็นสาธารณรัฐอินเดีย
  เที่ยวชม ป้อมจิตตอร์กาห์ (Chittorgarh Fort)
เที่ยง- กินอาหารกลางวัน
จากนั้นเดินทางกลับเมืองอุทัยปุระ (Udaipur)
*ระยะทาง 115 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง
พระราชวัง City Palace ยามค่ำคืน City Palace มองจากทางทะเลสาบพิโครา
พระราชวัง City Palace ยามค่ำคืน City Palace มองจากทางทะเลสาบพิโครา
  อุทัยปุระ (Udaipur) เป็นเมืองที่กล่าวว่าสวยและโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งในอินเดีย ตั้งอยู่ริมทะเลสาบพิโคลา (Pichola Lake) รายล้อมด้วยขุนเขา
อาคารเก่าแก่อายุหลายร้อยปีรวมตัวกันอยู่ริมทะเลสาบ และบางอาคารสร้าง
เป็นเกาะกลางน้ำกลายเป็นความแตกต่างจากเมืองอื่นๆ ในราชสถาน
เมืองอุทัยปุระ (Udaipur) สร้างขึ้นราวกลางศตวรรษที่ 15 ตั้งชื่อเมืองตาม มหารานาอุทัย สิงห์ ที่ 2 (Maharana Udai Singh ll) ผู้สถาปนาเมือง ซึ่งเป็น
มหารานาผู้สืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ซิโซเดีย (Sisodia ที่ครองอาณาจักรเมวาร์ (Mewar) มาอย่างต่อเนื่องหลายร้อยปี และเป็นราชวงศ์ที่นับได้ว่ามีความแข็ง
แกร่งที่สุดในบรรดากลุ่ม เจ้าเชื้อสายราชบุตร ด้วยกัน ด้วยว่าไม่ยอมก้มหัวให้ผู้รุกรานต่างชาติ ทั้งยังสามารถยืนหยัดต่อสู้กับจักรวรรดิโมกุลได้อย่างยาวนาน
ล่องเรือเที่ยวทะเลสาบพิโครา - Udaipur City Palace มองจากทางทะเลสาบพิโครา
ล่องเรือเที่ยวทะเลสาบพิโครา - Udaipur Lake Palace ในทะเลสาบพิโครา
 

ช่วงบ่าย เดินทางกลับถึงเมืองอุทัยปุระ (Udaipur)

บ่ายถึงเย็น- ไปล่องเรือใน ทะเลสาบพิโครา (Pichola lake) ชมทิวทัศน์รอบทะเลสาบที่มีฉากเป็นมหาราชวัง ในยามเย็นแสงอาทิตย์กระทบวังที่ทำด้วยหิน
อ่อนเป็นสีทอง และสะท้อนให้เกิดภาพเงาในทะเลสาบสวยงาม 
ยามพลบค่ำ เมื่อตะวันลับเหลี่ยมเขาไป ทิ้งสีสันไว้ตามริ้วเมฆเหนือทะเลสาบ
ชมท้องฟ้าเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ จนแสงหมด
ไปเดินเล่น ช้อปปิ้งของที่ระลึก ชมทัศนียภาพ ยามค่ำคืนด้านหน้าพระราชวัง
ช่วงค่ำ- กลับเข้าสู่โรงแรมที่พัก กินอาหารค่ำ พักผ่อนกันตามอัธยาศัย

หมายเหตุ-
คืนนี้เก็บกระเป๋า เตรียมขึ้นเครื่องในวันรุ่งขึ้น

เครื่องภายในประเทศ Air India น้ำหนักกระเป๋าได้คนละ 25 กิโลกรัม เท่านั้น
*ผู้ถือบัตรทอง ROP การบินไทย ได้น้ำหนักเพิ่มอีก ท่านละ 20 กิโลกรัม
กรณีน้ำหนักเกิน ลูกทัวร์ต้องจ่ายค่าน้ำหนักเกินกันเอง 
ทางทัวร์จะไม่รับผิดชอบค่าน้ำหนักเกินให้
                      
DAY 12  
เส้นทาง udaipur - mumbai
เดินทาง ในเมือง - รถโค้ชปรับอากาศส่วนตัว
  udr-bom นั่งเครื่องประมาณ 1 ชม 30 นาที
     
รอต่อเครื่องกลับไทย ในสนามบินมุมไบ
  duty free shopping  
                
 

07.00 น. ตื่นกันแต่เช้า กินอาหารเช้า

เริ่มต้นวันใหม่กันที่ วัด Jagdish Temple เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอุทัยปุระ และเป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองเป็นอย่างยิ่ง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1651
สัญลักษณ์แห่งอุทัยปุระ Crystal Gallery พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้ว
 

ไปเที่ยวชม พระราชวัง City Palace หรือ พระราชวังฤดูหนาว ซึ่งส่วนหนึ่ง
มีการดัดแปลงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม พระราชวังแห่งนี้

ถูกสร้างขึ้นด้วยหินแกรนิตและหินอ่อน ภายในประดับประดาด้วยกระจกและแก้วหลากสี นับเป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นราชสถาน ปัจจุบันบางส่วนยัง
คงเป็นที่ประทับของราชตระกูล และมีการจัดแสดงวัตถุโบราณที่มีค่ามากมาย
ไปเที่ยวชม Fateh Prakash Museum ไปดู Crystal Gallery พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้วล้ำค่า ที่ถูกเก็บอยู่ในกล่องนับร้อยปีโดยไม่มีใครเปิดออกดู
แล้วเดินทางกลับโรงแรมที่พัก เก็บกระเป๋า คืนกุญแจห้องพัก
เที่ยง- กินอาหารกลางวันที่โรงแรม  จากนั้น ออกเดินทางไปสนามบิน
             
เที่ยวบิน ภายในประเทศ
AI644 สายการบิน AIR INDIA
    udaipur - mumbai
     เวลา 16.15-17.45
สายการบินแอร์อินเดีย
 

14.00 น. เช็คอินบัตรโดยสารและโหลดสัมภาระ
16.15 น. ได้เวลาเครื่องออก *ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม 30 นาที

17.45 น. ถึงสนามบินเมืองมุมไบ รับกระเป๋า ไปต่อเครื่องกลับกรุงเทพ
                  
เที่ยวบิน ระหว่างประเทศ
TG318 สายการบินไทย
    mumbai - bangkok
     เวลา 23.20-05.05
 

19.00 น. เช็คอินบัตรโดยสารและโหลดสัมภาระ
กินอาหารค่ำ ต่างคนต่างกินตามอัธยาศัย *ค่าอาหารมื้อนี้ ไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์

23.20 น. ได้เวลาเครื่องออก  *ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม.  
 
 
DAY 13  
เส้นทาง bangkok
  05.05 น. ถึงสุวรรณภูมิ 
กลับสู่อ้อมกอดของดินแดนมาตุภูมิโดยสวัสดิภาพ
พร้อมกับมุมมองใหม่ๆในโลกใบเดิมที่แคบลงเสมอ 
เมื่อการเดินทางสิ้นสุด ..... สวัสดีเมืองไทย
จบโปรแกรมทัวร์-
                   
  
หมายเหตุ-
โปรแกรมการเดินทาง อาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของช่วงเวลา
และสถานการณ์เฉพาะหน้า
    
     
ราคาทัวร์
101,500  บาท
  โปรดทราบ- 
การคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ คิดจากอัตราแลกเปลี่ยน ที่ 35.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ 
ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งปรับเปลี่ยนราคาค่าเดินทาง 
หากมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นของอัตราแลกเปลี่ยน 
โดยยึดอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่จ่ายเงินค่าทัวร์ครบเต็มจำนวนเป็นหลัก
  เงื่อนไข
ต้องการนอนเดี่ยว  จ่ายเพิ่ม ท่านละ 35,000 บาท 
  ส่วนลดพิเศษ-  (หักจากการจ่ายเงินงวดสุดท้าย)
มีวีซ่าอินเดียอยู่แล้ว หรือ ทำวีซ่าเอง    ลดค่าวีซ่า 4,400 บาท
จองตั๋วการบินไทยเอง  (ส่วนลดกรุณาโทรสอบถาม)
เคยเดินทางกับ วันแรมทาง ลด 1,000 บาท







 
ราคานี้รวม-
ค่าตั๋วเครื่องบิน 
    สายการบินไทย            เส้นทาง  Bangkok-Delhi // Mumbai-Bangkok
    สายการบิน Air India     เส้นทาง  Udaipur-Mumbai
ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ไทย-อินเดีย
ค่าวีซ่าอินเดีย
อาหารมื้อหลักทุกมื้อ รวม ชา กาแฟ ของหวาน และผลไม้
ค่าน้ำดื่ม (น้ำเปล่าบรรจุขวด) วันละ 2 ลิตร ต่อคนต่อวัน
ที่พักโรงแรมตามที่ระบุ ห้องละ 2-3 ท่าน
ค่ารถปรับอากาศตลอดเส้นทาง
ค่าบัตรเข้าชมสถานที่ต่างๆ (เฉพาะตามที่ระบุในโปรแกรม)
ค่าขี่อูฐ (ไม่รวมทิป)
ค่าล่องเรือในทะเลสาบพิโคลา อุทัยปุระ
ค่าบัตรเข้าชม Crystal Gallery อุทัยปุระ
ค่าบริการ หัวหน้าทัวร์คนไทย (ไม่รวมทิป)
ค่าบริการ ไกด์ท้องถิ่น 
 ประกันอุบัติเหตุ 
CHARTIS New Hampshire Insurance วงเงิน 2,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท 
เงื่อนไข- ภายใต้ข้อตกลงที่มีไว้กับบริษัทประกันชีวิต ครอบคลุมเฉพาะกรณีอุบัติเหตุ 
ไม่ครอบคลุมกรณี เจ็บป่วย เป็นไข้หวัด ท้องเสีย หรือ อาหารเป็นพิษ ระหว่างเดินทาง
  ราคานี้ไม่รวม-
ค่าอาหารมื้อเย็น วันสุดท้ายที่สนามบินมุมไบ
ค่ากล้องถ่ายรูป และ ค่ากล้องวีดีโอ ซึ่งเรียกเก็บเป็นบางสถานที่
ค่าทิป หัวหน้าทัวร์คนไทย 
ค่าทิป ทีมงานอินเดีย ไกด์ท้องถิ่น คนขับรถ เด็กรถ
ค่าทิป เด็กยกกระเป๋าที่โรงแรม
ค่าทิป คนจูงอูฐ
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ
  ค่าทิป-  (ให้ในวันสุดท้าย ของการเดินทาง)
  ทีมงานอินเดีย (ไกด์ท้องถิ่น คนขับรถ เด็กรถ) 
    เผื่อเงินไว้ประมาณ 2,400 รูปี หรือ 1,200 บาท สำหรับ 12 วัน ในอินเดีย
  เด็กยกกระเป๋า ควรให้ไม่ต่ำกว่า 20 รูปี ต่อครั้ง
  หัวหน้าทัวร์คนไทย แล้วแต่ความพอใจ
     
               
การชำระเงิน
1) จ่ายมัดจำ จำนวน 20,000  บาท จ่ายทันทีที่จอง
2) จ่ายงวดแรก จำนวน 40,750  บาท จ่ายภายในวันที่  พฤศจิกายน 2560
3) จ่ายส่วนที่เหลือ จำนวน 40,750  บาท จ่ายภายในวันที่  ธันวาคม 2560
              
         
เงื่อนไขการให้บริการ
  จองล่วงหน้าตามช่วงเวลาที่กำหนด ชำระเงินตามเงื่อนไขข้างต้น
ขอยกเลิกการเดินทาง ยึดเงินมัดจำ และหักค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง 
และ/หรือ ขอยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน เก็บค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน
  เมื่อท่านออกเดินทางกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง 
เช่น ไม่เที่ยวบางรายการ ไม่ทานอาหารบางมื้อ หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่า
ท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจำคืนได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  รณีที่การตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯและในต่างประเทศ ปฏิเสธมิให้เดินทาง
ออกหรือเข้าประเทศในรายการเดินทาง หรือ กรณีความล่าช้าจากสายการบิน
การประท้วง, การนัดหยุดงาน, การก่อจลาจล 
ทางเราขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  เมื่อท่านตกลงชำระเงิน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน 
ถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ที่ได้ระบุไว้แล้วทั้งหมด
         
            
ขั้นตอนง่ายๆในการจองทริปกับเรา
1  2  3  4 
คลิกเพื่อจองทริป คลิกตรวจรายชื่อ คลิกเพื่อโอนเงิน คลิกเพื่อส่งเอกสาร
       
บริการของเรา
คำแนะนำ เตรียมของ เตรียมของ ฝากแลกเงิน จองโรงแรม
         
             
           
  ถ้ามีปัญหาสั่งพิมพ์ไม่ได้ กรุณาโทรแจ้ง 024054561, 0816928233 
หรือส่ง email แจ้งขอโปรแกรมได้ที่ 
info@wanramtang.com
 
               
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ที่อยู่ แผนที่ วันแรมทาง
บ้านวันแรมทาง
1/60 ซ. อนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
โทรศัพท์  024054561
แฟกซ์  024054560
มือถือ - ปลา 0898119139 (AIS)
มือถือ - นุ้ย 0816928233 (DTAC)
Email info@wanramtang.com  และ  wanramtang@hotmail.com
Line ID/โทรศัพท์ wanramtang3 / 0876997475
 
วันทำงาน วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00-18.00 น.
วันเสาร์ เวลา 09.00-12.00 น.
วันอาทิตย์ หยุดงาน งดการติดต่อทุกเรื่อง
ถ้าไม่รับสายหรือโทรไม่ติด กรุณาส่งเป็นข้อความ sms ส่ง email หรือ Line
                
หรือติดต่อผ่านระบบอัตโนมัติ ด้านล่างนี้

 




โปรแกรม ราชาสถาน

ราชาสถาน



dot
รับข่าวการเดินทาง

dot
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/06037
ติดต่อเรา
โปรแกรมการเดินทาง
แพ็คเกจ เที่ยวอินเดีย
dot
dot
dot
dot
dot
dot










อุณหภูมิ พยากรณ์อากาศ


Copyright © 2007-2017 สงวนลิขสิทธิ์ภาพและบทความที่จัดทำขึ้นโดยเว็บไซต์ ห้ามลอกโดยเด็ดขาด
ติดต่อเรา
บริษัท อัพเดททัวร์แอนด์ทราเวล จำกัด
เลขที่ 1/60 ซอยอนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
โทรศัพท์ : 024054561 , 0816928233 (dtac) , 0898119139 (ais) โทรสาร : 024054560
Email : info@wanramtang.com , wanramtang@hotmail.com
Line ID: wanramtang3