ReadyPlanet.com
dot dot
ลาดัก-ซันสการ์ article

ลาดักห์-ซันสการ์
ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่คุณต้องไปเยือนดินแดนแห่งนี้
From ‘Leh:Ladakh’ to 'Zanskar'



   

 
เดินทาง
(12 วัน 11 คืน)
9 - 20 สิงหาคม 2556
   

    

              เส้นทางสู่ดินแดนบนที่ราบสูงตอนปลายของเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งมีหิมะปกคลุมเกือบตลอดทั้งปี มีเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้นที่ดินแดนแห่งนี้จะเปิดรับคนภายนอกเข้าไปเยี่ยมเยือน เทือกเขาสูงหลากสีสันแห่งดินแดนลาดัก ทุ่งหญ้าเขียวขจีบนแผ่นดินแคชเมียร์ ดอกไม้เมืองหนาวนานาชนิด และธารน้ำตกที่เกิดจากการละลายของน้ำแข็ง ทั้งความงดงามของธรรมชาติ ประสาทพระราชวัง วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คน อารยธรรมเก่าแก่ของชนชาวทิเบต เหล่านี้ล้วนเป็นเสน่ห์ที่เย้ายวนให้เราอยากไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง
 

            รวบรวมภาพถ่าย เรื่องเล่า และบันทึกแรมทาง ลองเข้าไปอ่าน แวะเข้าไปดูภาพกันก่อนได้ค่ะ

            กระทู้ (เว็บบอร์ด) การเดินทางทริปที่ผ่านๆมา

เส้นทาง สู่ ลาดัก-ซันสการ์   5 กันยายน - 8 ตุลาคม 2552  <<  คลิก  
     

  

   
  

ราคา xx,xxx บาท

      

Update รายชื่อผู้จองทริป                                      ( เปิดรับ 16 ท่าน เท่านั้น)

1

 

 

 

2

 

 

3

 

 

 

 

4

 

 

 

 

5

 

 

 

 

 

^^ยังว่างค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

    
 หมายเหตุ- ท่านใดที่จองและโอนมัดจำแล้ว แต่ไม่เห็นรายชื่อในนี้ กรุณาโทรแจ้ง คุณนุ้ย - 08-1692-8233 ขอบคุณค่ะ
  
     

"มีผู้ร่วมทาง 8 ท่าน ก็ออกเดินทางแน่นอน"
กรณีไม่ได้ออกเดินทาง เราจะแจ้งล่วงหน้าและคืนเงินเต็มจำนวนค่ะ

 
แผนที่ ลาดัก

 

คลิกที่รูป เพื่อดูแผนที่ขนาดใหญ่  (สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกไปลงเว็บอื่นนะคะ กว่าจะทำได้เหนื่อยน่าดู ขอบคุณค่ะ)

 
แผนที่เส้นทาง ลาดัก-ซันสการ์ คณะวันแรมทาง
      
 
คลิกที่รูป เพื่อดูแผนที่ขนาดใหญ่  (สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกไปลงเว็บอื่นนะคะ กว่าจะทำได้เหนื่อยน่าดู ขอบคุณค่ะ)
   


โปรแกรมการเดินทาง


วันแรก           

เส้นทาง:         BANGKOK - DELHI

ค้างคืน:          โรงแรมมาตรฐาน, เดลลี 

              

05.00    พบกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
จุดนัดพบ- ชั้น 4 ประตู 7 เข้ามาด้านในแล้ว ให้หาที่นั่งรวมกลุ่มรอกันบริเวณเก้าอี้นั่งใกล้ๆประตู 7 ก่อนค่ะ
เมื่อทุกท่านมากันพร้อม ทีมงานจะพาไปที่เคาน์เตอร์
เพื่อ Check in บัตรโดยสารและโหลดสัมภาระ

 

06.50    ได้เวลาเหิรฟ้าสู่เมืองเดลลี ประเทศอินเดีย โดย โดยสายการบิน Jet Airways เที่ยวบินที่ 9W63 
รับประทานอาหารค่ำบนเครื่องบินค่ะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง
เมื่อเข้าสู่ประเทศอินเดียเราจะปรับเวลาให้ตรงตามเวลาของประเทศอินเดียนะคะ
เวลาในประเทศอินเดียจะช้ากว่าประเทศไทย
1 ชั่วโมง 30 นาที
เวลาที่นัดหมายต่อไปนี้จะเป็นเวลาประเทศอินเดียจนกว่าเราจะกลับเข้าประเทศไทยกันค่ะ
 

10.20    ถึงแผ่นดินอินเดียท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี เมืองนิวเดลี ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว รถมารับที่สนามบิน แล้วออกเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก เพื่อเก็บสัมภาระและพักผ่อนสักครู่ 
 

12.00    กินอาหารกลางวัน แล้วออกไปเที่ยวเมืองนิวเดลีกันเลย


ไปเที่ยวชม
National Museum พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอินเดีย เข้าไปชมสมบัติล้ำค่าของอินเดีย และนมัสการพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ในพิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นสิริมงคล

 
ไปต่อกันที่หอสูง กุตุป มีนาร์ (
Tower of Victory) หอคอยแห่งชัยชนะ สูง 72.5 เมตร สัญลักษณ์ของกรุงนิวเดลี ที่สร้างขึ้นเพื่อฉลองชัยของชาวมุสลิมบนแผ่นดินอินเดีย ใกล้กับหอคอยมีมัสยิดเก่าแก่โบราณสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง โดยบริเวณนี้เรียกว่า กุตุป คอมเพล็กซ์ซึ่งองค์การยูเนสโกของสหประชาชาติได้ประกาศยกย่องให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม

 

19.00    กินอาหารค่ำที่ร้านอาหารขึ้นชื่อ (อาหารอินเดีย India Food)

21.00    เข้าสู่โรงแรมที่พักพักผ่อนกันตามอัธยาศัย รีบเข้านอนเก็บแรงไว้ พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางกันแต่เช้ามืด

    


วันที่ 2            

เส้นทาง:         DELHI - SRINAGAR - SONAMARG
ค้างคืน:          โรงแรมมาตรฐาน, Hotel Sonamarg Glacier หรือเทียบเท่า, SONAMARG
         
 

05.00    ตื่นกันแต่เช้า แล้วเก็บกระเป๋าออกมาไว้หน้าห้องกันเลยนะคะ ทีมงานจะลำเลียงกระเป๋าขึ้นรถ

06.00    กินอาหารเช้าให้เรียบร้อย  (มีทั้งอาหารเช้าแบบอินเดียและสากล ให้เลือกเป็นแบบบุฟเฟ่ต์) 
แล้วออกเดินทางไปสนามบินภายในประเทศ
 

08.30   ถึงสนามบินภายในประเทศ เช็คอิน โหลดสัมภาระ เตรียมตัวออกเดินทางสู่ศรีนากา

 

10.10    ได้เวลาเหิรฟ้าสู่เมืองศรีนากา โดยสายการบิน Jet Airways เที่ยวบินที่ 9W603
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

 

11.30    เดินทางถึงสนามบินเมืองศรีนาการถมารับที่สนามบิน
ไปทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารในเมืองศรีนากา(อาหารแคชเมียร์
Kashmir Food) 

            จากนั้นออกเดินทางต่อสู่โซนามาร์ค (Sonamarg) กันเลย

            (ระยะทางประมาณ 84 กิโลเมตร แต่นั่งรถนานประมาณ 3-4 ชั่วโมง)
   
โซนามาร์ค เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น ประตูสู่ลาดัก (Gateway to Ladakh) หรืออีกความหมายหนึ่งคือ
"เมืองที่ยากแก่การค้นหา"
         

 

17.00    ถึงโซนามาร์ค เข้าสู่โรงแรมที่พัก พักผ่อนกันตามอัธยาศัย

  

19.00    ได้เวลาท้องหิว กลับมากินอาหารค่ำกัน

 

21.00    นอนหลับฝันดี พรุ่งนี้เราจะมุ่งหน้าสู่เมืองการ์กิลกัน 

     

    

วันที่ 3           

เส้นทาง:         SONAMARG - KARGIL
ค้างคืน:
          โรงแรมมาตรฐาน, Hotel Sachien หรือเทียบเท่า 
 
             

 

06.00    ตื่นกันแต่เช้า กินอาหารเช้าให้เรียบร้อย แล้วเที่ยวชมทิวทัศน์ของโซนามาร์คกันก่อน

            เราจะเดินเที่ยว หรือขี่ม้ากัน โซนามาร์ค (Sonamarg) ตั้งอยู่ในหุบเขาชิน (Sindh) เป็นจุดที่มีน้ำตกที่เกิดจากการละลายของ ธารน้ำแข็ง (Garcier) แต่ในฤดูนี้ทุกอย่างถูกปกคลุมด้วยหิมะค่ะ ลองมาชมความสวยงามของ เทือกเขา Shakhdan (ภาษาท้องถิ่น “ทาจิวาส”) ซึ่งปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนกัน สนุกสนานกับการเล่นเลื่อน และถ่ายภาพกันตามอัธยาศัย 

 

12.00    กินอาหารกลางวันกันก่อน แล้วออกเดินทางสู่เมืองการ์กิล     
      
 

18.00    เดินทางถึงการ์กิล เข้าสู่โรงแรมที่พักของเรา

 เก็บของเข้าห้องพัก พักผ่อนกันพอหายเหนื่อย แล้วออกมารับประทานอาหารค่ำกัน

 

20.00    พักผ่อนนอนหลับกันตามสบาย

    

  

วันที่ 4           

เส้นทาง:         KARGIL - RANGDUM
ค้างคืน:
          โรงแรมเล็กๆ หรือ แคมป์ที่พัก 

 

06.00    ตื่นแต่เช้าเช่นเคย กินอาหารเช้าให้เรียบร้อย เก็บของออกเดินทางสู่ซันสการ์ (Zanskar) เราจะไปกันแบบช้าๆ ไม่รีบไม่ร้อน จะได้มีเวลาเก็บภาพความสวยงามและชมธรรมชาติกันเต็มอิ่ม

 

เราจะเดินทางสู่หมู่บ้านรังดุม (Rungdum) ซึ่งอยู่ครึ่งทางระหว่างการ์กิลกับพาดัม ระยะทางประมาณร้อยกว่ากิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง

คำเตือน- หนทางจากการ์กิลสู่ซันสการ์นั้น มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมาก แต่ถนนบางช่วงไม่ดีอย่างแรง ต้องทำใจไว้ก่อนนะคะ อาจจะต้องเหนื่อยกับการเดินทางมากหน่อย (ที่สำคัญคือต้องดูวิวสวยๆ จนหลับไม่ลงอีกด้วย)

                       

ซันสการ์ หรือ Zanskar ตั้งอยู่ในเขตของเทือกเขา Zanskar Range หนึ่งในเทือกเขาสูงใหญ่ของหิมาลัย

ซันสการ์ จัดว่าเป็นตำบล (Zanskar Sub district) ที่ขึ้นตรงกับอำเภอการ์กิล (Kargil District) ในแคว้นจังหวัดลาดัคห์ (Ladakh) ที่เรากำลังเดินทางกันอยู่นี้

 

อำเภอการ์กิลนั้นประกอบด้วย ตำบล Zanskar , ตำบล Suru , ตำบล Wakha และ ตำบล Dras

Rangdum หรือ รังดุม เป็นหมู่บ้านหนึ่งของตำบล Zanskar

 

ระหว่างหนทางอันยาวไกลนี้

-        เราจะขับรถเลาะไปตาม แม่น้ำ Suru river

-        แวะพักและแวะเที่ยวกันที่ Suru Valley และ วัด Rangdum Monastery

 

12.00    ถึงเมืองรังดุม เข้าที่พักและกินอาหารกลางวันกัน คืนนี้เราจะแวะพักที่หมู่บ้านรังดุมซัก 1 คืน

-        ช่วงบ่ายเดินเล่นชมธรรมชาติและวิถีชีวิตในเมืองรังดุมตามอัธยาศัย

 

19.00    กินอาหารค่ำ แล้วแยกย้ายกันนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่

     

  

วันที่ 5          

เส้นทาง:         RANGDUM - PADUM
ค้างคืน:
          โรงแรมเล็กๆ หรือ Guesthouse

 

06.00    ตื่นแต่เช้าเช่นเคย กินอาหารเช้าให้เรียบร้อย เก็บของออกเดินทางกันต่อสู่หมู่บ้านพันดัม (Padum) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรซันสการ์ พาดัมอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 3,505 เมตร ปัจจุบันเป็นเมืองที่สำคัญของเขตนี้ (ระยะทางประมาณร้อยกว่ากิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง)

 

ระหว่างทางเราแวะเที่ยวและถ่ายรูปกัน

 

ตื่นตากับวิวของเทือกเขาหิมะสูงใหญ่ ธารน้ำแข็งมากมาย เช่น ธารน้ำแข็ง Dran Drung Glacier

ผ่านเส้นทางที่สูง 4,406 เมตร จากระดับน้ำทะเล ชื่อ Pensi-la หรือ ประตูสู่ซันสการ์ (Gateway to Zanskar)

 

12.00    ถึงเมืองพาดัม เข้าที่พักและกินอาหารกลางวันกัน

 

ช่วงบ่ายไปเที่ยว

วัดซานี (Sani Gonpa)
ซึ่งตั้งก่อนถึงพาดัม ประมาณ 6 กิโลเมตร วัด Sani แห่งนี้เป็นสาขาของ Drukpa Kagyupa School แต่ละส่วนของวัดแห่งนี้ ได้สร้างขึ้นในแต่ละยุคสมัยที่ต่างกัน ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดนั้นสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 2 วัดนี้ถูกสร้างในลักษณะของปราสาท โดยมีสถูปกานิการ์ (Kanika Stupa) ประดิษฐานอยู่ด้านหลังของวัด จากหลักฐานชิ้นนี้เชื่อว่าวัดนี้สร้างขึ้นในสมัยของ Kushan ผู้ปกครองสมัยศตวรรษที่ 2 วัดนี้ยังเกี่ยวข้องกับโยคี นาโรบา ของอินเดียอีกด้วย โดยเชื่อว่าโยคีนาโรบา ได้มาปฏิบัติตนบริเวณสถูปแห่งนี้

ไปเที่ยววัดคาร์ซ่า (Karsha Gonpa) วัดที่ใหญ่ที่สุดในหุบเขาซันสการ์ สร้างไต่ระดับขึ้นไปบนเทือกเขาสูง ต้องออกแรงเดินกันจนได้เหงื่อทีเดียว

เดินเล่นชมธรรมชาติและวิถีชีวิตในเมืองพาดัมกัน

 

19.00    กินอาหารค่ำ แล้วนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ 

     


วันที่ 6          

เส้นทาง:         PADUM
ค้างคืน:
          โรงแรมเล็กๆ หรือ Guesthouse

 

06.00    ตื่นแต่เช้าเช่นเคย กินอาหารเช้าให้เรียบร้อย

แล้วออกเที่ยวพาดัม และหุบเขาซันสการ์ต่อกันเลย

ไปเที่ยววัดคาร์ซ่า (Karsha Gonpa) วัดที่ใหญ่ที่สุดในหุบเขาซันสการ์ สร้างไต่ระดับขึ้นไปบนเทือกเขาสูง ต้องออกแรงเดินกันจนได้เหงื่อทีเดียว
เที่ยวชมวัดและวังโบราณบนยอดเขาสูง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวมุมสูงของซันสการ์

วัดสตองเดย์ (Stongdey Gonpa) วัดใหญ่อันดับสองในหุบเขาซันสการ์ ตั้งอยู่บนภูเขาสูง ที่ชมวิวมุมสูงของซันสการ์ได้สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่ง

 

12.00    กลับมากินอาหารกลางวันกันในเมืองพาดัม แล้วออกไปเที่ยวกันต่อในช่วงบ่าย

       วัด Starrimo วัดหินโบราณขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำในเขตเมืองเก่า

       ไปเที่ยวดูหมู่บ้านเก่าแก่ Pibiting และวัดเก่าแก่บนยอดเขา

       เดินเล่นชมธรรมชาติและวิถีชีวิตในเมืองพาดัมกันตามอัธยาศัย

 

19.00    กินอาหารค่ำ แล้วนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ 

     

 

วันที่ 7          

เส้นทาง:         PADUM - KARGIL
ค้างคืน:          โรงแรมมาตรฐาน, Hotel Sachien หรือเทียบเท่า

 

06.00    ตื่นแต่เช้าเช่นเคย กินอาหารเช้า แล้วเก็บของออกเดินทางมุ่งหน้าสู่การ์กิล บนถนนเส้นเดิมที่เราเดินทาเข้าสู่ซันสการ์ เก็บภาพความสวยงามของธรรมชาติให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ชีวิตนี้คงไม่ได้มาที่นี่กันบ่อยๆ

 

12.00    แวะกินอาหารกลางวันกันที่เมืองรังดุม

 

18.00    ถึงการ์กิล เข้าที่พัก พักผ่อนกันตามอัธยาศัย

 

19.00    กินอาหารค่ำ แล้วนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ 

     

 

วันที่ 8          

เส้นทาง:         KARGIL- LAMAYURU - NURLA
ค้างคืน:          รีสอร์ทมาตรฐาน, Faryok Resort หรือเทียบเท่า 
 

06.00    ตื่นแต่เช้าเช่นเคย ชื่นชมธรรมชาติริมลำน้ำ กินอาหารเช้าให้เรียบร้อย แล้วออกเดินทางกันต่อ

จุดหมายที่เราจะไปคือที่

       Chamba Statue ที่นี่มีพระพุทธรูปแกะสลักอยู่บนภูเขาหิน อายุเก่าแก่กว่าพันปี

       Fotula Top จุดสูงสุดบนเส้นทางสายเลห์สู่ศรีนากา หรือ Highest Point the Srinagar Leh Road จุดนี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 13,479 ฟิต หรือประมาณ 4,118 เมตร 

ลามายุรุ (Lamayuru)
ลามายุรุ หุบเขาที่สภาพคล้ายผิวดวงจันทร์มากที่สุด แวะเที่ยววัดทิเบตกัน

 

17.00    เราน่าจะเดินทางถึง หมู่บ้านนูล่า (Nurla) ก่อนมืด เข้าสู่รีสอร์ทที่พักกันก่อน
พักผ่อนตามสบาย ใครต้องการไปเดินเล่นถ่ายรูปก็ตามสะดวก 
 

19.00    กินอาหารเย็นพร้อมกันที่ห้องอาหารของโรงแรม

            คืนนี้ นอนหลับพักผ่อน ที่ Faryok Resort 

     

 

วันที่ 9          

เส้นทาง:         NURLA - LEH
ค้างคืน:
          โรงแรมมาตรฐาน, Hotel Holiday Ladakh หรือเทียบเท่า 

 

06.00    ตื่นแต่เช้าเช่นเคย กินอาหารเช้าให้เรียบร้อย แล้วออกเที่ยวกันต่อ

จุดหมายที่เราจะไปคือที่

       เมืองอินดัส (Indus) แวะหาข้าวกลางวันกินกันที่นี่แหละ อินดัสเป็นเมืองเล็กๆ ที่ดูเรียบง่าย ผู้คนน่ารักและเป็นกันเอง มีร้านอาหารหลายร้านให้เลือก แต่ร้านที่เราแวะน่าจะดูดีที่สุดแล้ว มีอาหารประมาณพวกข้าวราดแกงบ้านเรา มีกับข้าวให้เลือกไม่กี่อย่าง เป็นพวกอาหารพื้นฐานที่แขกเค้ากินกันทุกมื้อ คือดาลหรือแกงถั่ว ผัดผัก แกงไข่ และสลัด แต่ลองแล้วรสชาติอาหารใช่ได้

       วัดอัลชิ (Alchi Gompa) วัดเก่าแก่อายุหลายร้อยปี เป็นวัดเล็กๆ ในหมู่บ้านที่ดูเงียบสงบ ทางเดินเข้าไปที่วัดจะผ่านหมู่บ้าน และได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนที่เรียบง่าย วิหารของวัดนี้สร้างด้วยไม้ผสมโครงสร้างที่เป็นอิฐในรูปแบบดั้งเดิมของชาวลาดัก และภายในวิหารเก่าๆ นั้นมีพระพุทธรูปทองคำประดิษฐานอยู่ด้วย ด้านหลังวัดติดกับลำธารที่มีน้ำสีฟ้าสวยทีเดียว

 

กินอาหารกลางวัน แล้วไปเที่ยวต่อที่

 

       วัดลิกีร์ (Likir Gompa) วัดเก่าแก่อายุหลายร้อยปี เป็นวัดเล็กๆ ในหมู่บ้านที่ดูเงียบสงบ ทางเดินเข้าไปที่วัดจะผ่านหมู่บ้าน และได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนที่เรียบง่าย วิหารของวัดนี้สร้างด้วยไม้ผสมโครงสร้างที่เป็นอิฐในรูปแบบดั้งเดิมของชาวลาดัก และภายในวิหารเก่าๆ นั้นมีพระพุทธรูปทองคำประดิษฐานอยู่ด้วย ด้านหลังวัดติดกับลำธารที่มีน้ำสีฟ้าสวยทีเดียว

 

       บาสโก้ (Basgo) วัดเก่าแก่อายุหลายร้อยปี เป็นวัดเล็กๆ ในหมู่บ้านที่ดูเงียบสงบ ทางเดินเข้าไปที่วัดจะผ่านหมู่บ้าน และได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนที่เรียบง่าย วิหารของวัดนี้สร้างด้วยไม้ผสมโครงสร้างที่เป็นอิฐในรูปแบบดั้งเดิมของชาวลาดัก และภายในวิหารเก่าๆ นั้นมีพระพุทธรูปทองคำประดิษฐานอยู่ด้วย ด้านหลังวัดติดกับลำธารที่มีน้ำสีฟ้าสวยทีเดียว

 

       เดินทางต่อไปจนถึงเมืองเลห์ เข้าสู่ที่พัก

 

19.00     กินอาหารเย็นพร้อมกันที่ห้องอาหารของโรงแรม

             คืนนี้ นอนหลับพักผ่อน ที่ Faryok Resort 

     

  

วันที่ 10         

เส้นทาง:         LEH
ค้างคืน:
          โรงแรมมาตรฐาน, Hotel Holiday Ladakh หรือเทียบเท่า 

    

06.00    ตื่นเช้ามากินอาหารเช้ากันให้เรียบร้อย แล้วออกไปเที่ยวเมืองเลห์กัน
เมืองเลห์ ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3
,505 เมตร จากระดับน้ำทะเลที่นี่ยังคงมีกลิ่นอายวัฒนธรรมของชาวลาดักให้เห็น

 

07.00    เดินทางสู่ เมืองเชย์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของลาดัก แวะที่ พระราชวังเชย์ (Shey Palace) สร้างโดยกษัตริย์ Deldan Namgyal เพื่อระลึกถึงผู้เป็นพระบิดา Singge Namgyal กำแพงพระราชวังถูกฉาบด้วยทองคำผสมทองแดง ก่อสร้างเพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์แห่งลาดัก ภายในมีรูปปั้นของพระศากยมุณีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้

- แล้วมุ่งสู่ วัดเฮมิส (
Hemis monastery) 45 km ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเลห์ วัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง จัดได้ว่าใหญ่ที่สุดและมั่งคั่งที่สุดในลาดัคห์ ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำสินธุ (
Indus) เช่นเดียวกับวัดสำคัญอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Lamayuru, Alchi, Stok และ Thiksey

 

            - ต่อด้วย วัดธิคเซย์ (Thiksey Monastery) ซึ่งถือว่าเป็นวัดที่สวยงามที่สุดของลาดัก เป็นวัดของนิกายเกลุคปาภายในวัดมีรูปปั้นของพระศรีอารยะเมตไตรย์ ซึ่งชาวพุทธสายมหายานเชื่อว่าเป็นพระโพธิสัตว์องค์ต่อไป ที่จะคอยช่วยเหลือมนุษย์

13.30    ได้เวลาท้องหิว แวะกินอาหารกลางวันกันที่ร้านอาหาร

- จากนั้น ไปเที่ยว วัด Sankar Gompa วัดนี้เป็นวัดเล็กๆ ที่เขาว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ที่นี่มีพระลามะ ในนิกายหมวกเหลืองเป็นผู้ดูแล ข้อมูลเสริม- ให้สังเกตตอนที่เราจะเดินเข้าวัด จะมีประตูฝั่งตรงกันข้ามกับประตูวัด ที่นั่นแหละเรียกว่า photang เป็น ที่พักของประธานสงฆ์แห่งลาดัก (the head lama of ladakh)

             
- แล้วไปเที่ยว วัด Namgail Tsemo Gompa วัดที่สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1430 ก็ประมาณ 579 ปี มาแล้ว ที่วัด Namgail Tsemo Gompa นี้ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และพระคัมภีร์เก่าแก่จากทิเบต บริเวณเหนือตัววัดจะเป็นซากป้อมปราการเมืองเก่า วัดนี้เป็นจุดชมวิวอีกจุดหนึ่งที่สามารถเห็นตัวเมืองเลห์ได้อย่างสวยงาม
 

- วันนี้ปิดท้ายกันที่ Shanti Stupa ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเลห์ประมาณ 2 กิโลเมตร Shanti Stupa เป็นเจดีย์สันติภาพที่สร้างขึ้นโดยชาวญี่ปุ่นและมีการทำพิธีเปิดโดยองค์ดาไลลามะ เมื่อปี ค.ศ.1985 ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สามารถเห็นตัวเมืองเลห์และ พระราชวังเลห์ได้อย่างชัดเจน ชมบรรยากาศยามเย็น แสงสีทองจับทิวเขาขณะอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า สวยงามจับใจ


18.00    กลับเข้าสู่โรงแรมที่พักกันก่อน พักผ่อนตามสบาย ใครต้องการไปเดินเล่นในเมือง หรือจะไป Shopping ก็ตามสะดวก แล้วค่อยกินอาหารเย็นพร้อมกันที่ห้องอาหารของโรงแรม

 

20.00    หลับเอาแรงกันดีกว่านะ คืนนี้หลับสบายกันที่เลห์ (Leh) 

     

  

วันที่ 11         

เส้นทาง:         PANGONG LAKE
ค้างคืน:
          โรงแรมมาตรฐาน, Hotel Holiday Ladakh หรือเทียบเท่า 

                  

06.00    ตื่นเช้าขึ้นมา กินอาหารเช้ากัน
แล้วขึ้นรถมุ่งหน้าสู่ ทะเลสาบพันกอง (Pangong Tso) ระยะทางถึงทะเลสาบประมาณ 200 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง เส้นทางนี้จะวิ่งผ่าน ชางลา (Chang La Pass)
เส้นทางรถยนต์ซึ่งอยู่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก

 

- เดินทางถึงจุดหมาย ทะเลสาบพันกอง (Pangong Lake) มีความยาวถึง 40 ไมล์ และกว้าง 2-4 ไมล์ เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลก คือมีความสูงถึง 14,256 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ความงามของทะเลสาบที่มีภูเขาสูงเป็นฉากหลัง ทางการเพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเมื่อไม่นานมานี้ น้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีสีสันที่งดงามมาก โดยเฉพาะในช่วงเย็นน้ำจะมีสีน้ำเงินเข้ม ส่วนในช่วงเช้าจะมีสีที่อ่อนกว่าและพื้นที่ 75% ของทะเลสาบอยู่ในดินแดนทิเบต อีก 25% อยู่ในเขตของประเทศอินเดีย

 

12.00    กินข้าวกลางวันกันแบบปิกนิค ที่ทะเลสาบ
            (เป็นอาหารกล่อง แซนวิชผัก ไข่ต้ม มาม่า หรืออาหารพื้นเมืองแบบง่ายๆ) 
            แล้วพักผ่อนชื่นชมธรรมชาติกันตามสะดวก

- จากนั้นเดินทางกลับสู่ เมืองเลห์

 

18.00    กลับเข้าสู่โรงแรมที่พักกันก่อน พักผ่อนตามสบาย ใครต้องการไปเดินเล่นในเมือง หรือจะไป Shopping ก็ตามสะดวก แล้วค่อยกินอาหารเย็นพร้อมกันที่ห้องอาหารของโรงแรม

  

20.00    หลับเอาแรงกันดีกว่านะ คืนนี้หลับสบายกันที่เลห์ (Leh)
  
    


วันที่ 12         
เส้นทาง:         LEH-DELHI-BANGKOK
ค้างคืน:
          โรงแรมมาตรฐาน, Hotel Holiday Ladakh หรือเทียบเท่า 
               

05.00    ตื่นกันแต่เช้า กินอาหารเช้าให้เรียบร้อย
เก็บกระเป๋า ออกเดินทางไปสนามบิน
 

06.00    เดินทางไปที่สนามบินเมืองเลห์ ถึงสนามบิน Check-in โหลดกระเป๋าเดินทางให้เรียบร้อย 

 

08.25    ได้เวลาเหินฟ้าสู่ นิวเดลี (New Delhi) โดย สายการบินภายในประเทศ
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที

 

09.40    เดินทางถึงสนามบิน นิวเดลี (New Delhi) รอต่อเครื่องกลับเมืองไทยกันเลย

 

12.15    บอกลาอินเดีย ออกเดินทางกลับสู่มาตุภูมิโดย สายการบิน Jet Airways เที่ยวบินที่ 9W64
มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง
กินอาหารกลางวันบนเครื่องบิน

 

18.00    เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมกับมุมมองใหม่ๆ ในโลกใบเดิม โลกที่แคบลงเสมอเมื่อการเดินทางสิ้นสุด....สวัสดีเมืองไทย
  

 
หมายเหตุ -
โรงแรมที่พักเน้นที่ ความสะอาดและ ปลอดภัย ค่ะ
โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมของช่วงเวลา และสถานการณ์เฉพาะ
  
  


ค่าเดินทาง

1.   

ค่า "ทริปเดินทาง"            

 

XX,000

    บาท

 

(ไม่รวม "ตั๋วเครื่องบิน ธรรมเนียมน้ำมันเครื่องบิน และ ภาษีสนามบิน")

 

 

 

 

 

 

 

 

2.

ค่าตั๋วเครื่องบิน ทั้งระหว่างประเทศและภายในประเทศ             

 

XX,000

    บาท*

 

(*อาจเปลี่ยนแปลง ณ วันที่ออกตั๋วเครื่องบิน)

 

 

 

 

รวม

XX,000

บาท

(พักเดี่ยว-กรุณาโทรสอบถาม)

 

       .

 

 

 

 

ราคานี้รวม

 

 

 

 

- ค่าตั๋วเครื่องบิน Jet Airways เส้นทาง กรุงเทพฯ-เดลลี-กรุงเทพฯ

 

 

 

 

- ค่าตั๋วเครื่องบินเส้นทาง Jet Airways เดลลี-ศรีนากา / เลห์-เดลลี

 

 

 

 

- ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบินไทย-อินเดีย ทุกสนามบิน

 

 

 

 

- ค่าวีซ่าอินเดีย

 

 

 

 

- อาหารมื้อหลักทุกมื้อ รวม ชา กาแฟ ของหวาน และผลไม้

 

 

 

 

- ค่าน้ำดื่ม (น้ำเปล่าบรรจุขวด) ไม่จำกัดจำนวน

 

 

 

 

- ที่พักห้องละ 2 ท่าน + ห้องน้ำในตัว

 

 

 

 

- ค่ารถตลอดเส้นทาง

 

 

 

 

- ค่าบัตรเข้าชมสถานที่ต่างๆ

 

 

 

 

- ค่าหัวหน้าทัวร์คนไทย และไกด์ท้องถิ่น

 

 

 

 

- ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงิน 2,000,000 บาท

 

 

 

 

        .

 

 

 

 

ราคานี้ไม่รวม

 

 

 

 

- ค่าทิป สำหรับไกด์ พนักงานขับรถ พนักงานบริการ

 

 

 

 

- ค่ากล้องถ่ายรูป และค่ากล้องวีดีโอ

 

 

 

 

- ค่าม้า ค่ากิจกรรมต่างๆ ตามฤดูกาล เช่น ขี่ม้า สกี เลื่อน เป็นต้น

 

 

 

 

- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ

 

 

 

 

       .

 

 

 

 

หมายเหตุ

 

 

 

 

- ทำวีซ่าเอง (ส่วนลดกรุณาโทรสอบถาม)

 

 

 

 

 
วิธีการสมัคร

1.         โพสต์ข้อความแจ้งไว้ในกระทู้ คลิกที่นี่ พร้อมเบอร์ติดต่อกลับด้วยนะคะ

หรือ โทรเข้ามาพูดคุยสอบถามได้เลยค่ะที่หมายเลข 0-2405-4561

มือถือ 08-7699-7475 (DTAC) , 08-1692-8233 (DTAC), 08-9811-9139 (AIS),

ทุกวัน ตั้งแต่ 09.00 - 18.00 น.

 

2.         ส่งแฟกซ์ ใบจองทริป ไปที่หมายเลข 0-2405-4560
โดยใช้แบบฟอร์ม ใบจองทริป นี้ คลิกที่นี่ PDF / คลิกที่นี่ WORD ได้เลยค่ะ

 

3.         ส่งแฟกซ์ สลิปหรือสำเนาใบโอนเงิน ไปที่หมายเลข 0-2405-4560
  
        

 
การชำระเงิน

    

1)         จ่ายมัดจำ            จำนวน     5,000 บาท        ทันทีที่จอง
2)
         จ่ายงวดที่ 1         จำนวน   XX,000 บาท        ภายในวันที่ 9 มิถุนายน 2556
3)         จ่ายส่วนที่เหลือ
    จำนวน   XX,000 บาท        ภายในวันที่ 9 กรกฎาคม 2556

            (กรุณาโทรสอบยอดเงินอีกครั้งก่อนโอนเงินส่วนที่เหลือ)

              
       โอนมาที่..
                บัญชีชื่อ  นางสาวชนิตา กัลยาณมิตร
                ธนาคารกสิกรไทย
                สาขา เซ็นทรัล พระรามที่ 2
                บัญชีออมทรัพย์ 
                เลขที่ 743-2-71576-5 

 

 

เงื่อนไขการให้บริการ สำหรับทริป อินเดีย

  • จองล่วงหน้าตามช่วงเวลาที่กำหนด
  • ชำระเงินตามเงื่อนไขข้างต้น
  • ยกเลิกการเดินทาง คิดค่าใช้จ่ายตามจริง และ/หรือ
  • ยกเลิกก่อนเดินทางน้อยกว่า 15 วัน เก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 10,000 บาท
  • ยกเลิกก่อนเดินทางน้อยกว่า 10 วัน เก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 50% ของราคาทริป
  • ยกเลิกก่อนเดินทางน้อยกว่า 5 วัน เก็บค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน
  • ค่าบริการนำเที่ยว มิได้คิดเป็นการเหมา แต่คิดสินจ้างเฉพาะค่านำเที่ยวและค่าบริการเท่านั้น ค่าใช้จ่ายที่นักท่องเที่ยว ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น เช่น ค่าวีซ่า ค่าประกัน ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าโรงแรมที่พัก ค่าอาหาร ที่ผู้จัดนำเที่ยวได้จ่ายทดรองให้นักท่องเที่ยวแต่ละคนไปก่อน โดยจ่ายไปจริงเท่าใดก็จะเรียกเก็บคืนจากนักท่องเที่ยวเท่านั้น และถ้ามีส่วนลดใดๆ จากผู้รับค่าใช้จ่ายดังกล่าว ก็จะคืนส่วนลดนั้นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง อาทิ ไม่เที่ยวบางรายการ, ไม่ทานอาหารบางมื้อ หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจำคืนได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • กรณีที่การตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศ ปฏิเสธมิให้เดินทางออกหรือเข้าประเทศในรายการเดินทาง หรือเกิดกรณีความล่าช้าจากสายการบิน, การประท้วง, การนัดหยุดงาน, การก่อจลาจล ทางเราขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • เมื่อท่านตกลงชำระเงิน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ที่ได้ระบุไว้แล้วทั้งหมด


การส่งเล่มพาสปอร์ต เพื่อขอวีซ่า

ตัวอย่างวีซ่าอินเดียปัจจุบัน

เอกสารและข้อมูลที่ต้องส่งมาด้วย
เพื่อขอวีซ่าอินเดีย
เนื่องจากสถานทูตอินเดียเพิ่งประกาศเปลี่ยนแบบฟอร์มการขอวีซ่าใหม่ (เริ่มใช้ ตั้งแต่ วันที่ 2 เมษายน 2555) จำเป็นต้องขอข้อมูลเพิ่มมากขึ้น สถานทูตอินเดียเข้มงวดมาก ไม่ได้ทำง่ายๆเหมือนเมื่อก่อน ถ้าข้อมูลไม่ครบ วีซ่าอาจจะไม่อนุมัติ เรื่องจะถูกตีกลับออกมา และที่สำคัญ ผู้ยื่นจะไม่ได้รับเงินค่าวีซ่าคืน ค่ะ
คลิก.. เพื่อสั่งพิมพ์แบบฟอร์ม
สำหรับกรอกข้อมูลที่ต้องใช้ประกอบการขอวีซ่า


1.
เล่มหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุเหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน

(ถ้าอายุไม่ถึง 6 เดือน จะไม่สามารถขอวีซ่าอินเดียได้ค่ะ กรุณาทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ก่อนนะคะ)


2. รูปถ่าย จำนวน 2 ใบ สำหรับการขอวีซ่า อินเดีย
รูปถ่าย ต้องเป็นรูปสี บนพื้นหลังสีขาว และต้องมีขนาด 2x2 นิ้ว เท่านั้นค่ะ
กรุณาบอกร้านถ่ายรูปว่า ขนาด 2x2 นิ้ว เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส เท่ากันทั้งกว้าง ทั้งยาว
ห้ามส่งขนาดอื่น มิเช่นนั้นเราจะไม่สามารถดำเนินการสมัครวีซ่าของท่านได้ สถานทูตเข้มงวดมาก ค่ะ

ตัวอย่างภาพถ่าย
ขนาดรูปต้องเป๊ะตามนี้เลย ย้ำว่า 2x2 นิ้ว เป๊ะๆ
ถ้าไม่ได้ขนาดเราจะให้ท่านส่งรูปมาใหม่ ส่งจนกว่าจะ 'ใช่ขนาดที่ต้องการ' นะคะ
ถ้ารูปที่ท่านมีอยู่ไม่ได้ขนาด ก็อย่าส่งมาให้เรา อย่าคิดเอาเองว่า 'มันใช้ได้' เพราะว่ามันจะ 'ใช้ไม่ได้' ค่ะ
รบกวนเชื่อกันด้วยนะคะ ถ้าไม่มีรูปที่ขนาดตามนี้ ก็ช่วยไปถ่ายใหม่ด้วย ..ขอบคุณค่ะ
ปล. ควรเลือกรูปที่คุณดูดี เพราะว่าวีซ่าปัจจุบัน โชว์รูปด้วยนะคะ (ตามตัวอย่างข้างบน)



3. สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด (*ต้องเซ็นต์ชื่อรับรอง ลายเซ็นต์เหมือนที่เซ็นต์ในเล่มพาสปอร์ต)

4. สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด (ไม่จำเป็นต้องเซ็นต์ชื่อรับรอง)

5. แจ้งที่อยู่ปัจจุบันที่ติดต่อได้ - ถ้าตรงตามบัตรประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้าน ให้เขียนบอกด้วย
และกรุณาระบุ
รหัสไปรษณีย์ และหมายเลขโทรศัพท์บ้าน หรือ โทรศัพท์มือถือ (ถ้ามี)

6. กรุณาระบุอาชีพ
คือ
ถ้าเป็นพนักงานบริษัทเอกชน - ให้ระบุตำแหน่ง ชื่อบริษัทฯ ที่อยู่บริษัทฯ รหัสไปรษณีย์ และหมายเลขโทรศัพท์
ถ้าเกษียณราชการแล้ว - ให้ระบุชื่อหน่วยงานที่เคยสังกัด พร้อมที่อยู่ รหัสไปรษณีย์ และ หมายเลขโทรศัพท์
ถ้าเป็นแม่บ้าน - ให้แจ้งอาชีพและสถานที่ทำงานของสามี
ถ้าประกอบธุรกิจส่วนตัว - ให้เขียนแจ้งรายละเอียด พร้อมที่อยู่สถานประกอบการ
ถ้าเป็นนักเรียน/นักศึกษา - ให้แจ้งชื่อสถานศึกษา พร้อมที่อยู่ โดยละเอียด
ถ้าเป็นเด็กเล็กๆ - ให้แจ้งอาชีพและสถานที่ทำงานของ บิดาหรือมารดา

(หมายเหตุ- ที่อยู่ของสถานที่ทำงาน กรุณาเขียนให้ละเอียด พร้อมรหัสไปรษณีย์ และ หมายเลขโทรศัพท์)
** หนังสือรับรองการทำงาน ใบรับรองเงินเดือน หรือ bank statement ไม่จำเป็น ต้องส่งมา**

7. กรุณาแจ้งศาสนาที่นับถือ เช่น ศาสนาพุทธ คริสต์ หรือ อิสลาม เป็นต้น

8. หากแต่งงานแล้ว กรุณาแจ้ง ชื่อ-นามสกุล และสถานที่เกิด (ระบุจังหวัด) ของคู่สมรส
กรณีคู่สมรส หย่าร้างหรือเสียชีวิต- ให้แจ้งว่า หย่าแล้ว หรือ เสียชีวิตแล้ว

9. กรุณาแจ้ง ชื่อ-นามสกุล และสถานที่เกิด (ระบุจังหวัด) ของ บิดาและมารดา (ทั้งสองท่าน)

10. กรุณาแจ้งวุฒิการศึกษาที่จบ เช่น มัธยมศึกษา ม.6 , ปริญญาตรี , ปริญญาโท เป็นต้น

11. กรุณาแจ้งลักษณะรูปพรรณที่เด่นชัดในร่างกาย เช่น ผิวสีแทน ตาสีดำ ผมดำยาว เป็นต้น

12. กรุณาแจ้ง ชื่อ-นามสกุล บุคคลอ้างอิงที่ติดต่อได้ที่ประเทศไทย ระบุที่อยู่ รหัสไปรษณีย์ โทรศัพท์ โดยละเอียด
13. กรุณาแจ้งชื่อ/นามสกุล พร้อมเลขที่บัตรประชาชน ของผู้รับผลประโยชน์ สำหรับทำประกันการเดินทาง

14. ถ้าเคยเดินทางเข้าอินเดียมาแล้ว กรุณาแจ้ง
หมายเลขวีซ่าเดิม และ วันที่ออกวีซ่า
(Date of Issue)
วันเดือนปี ที่เดินทางออกจากอินเดียล่าสุด
เมืองที่ขึ้นเครื่องออกจากอินเดียล่าสุด เช่น New Delhi, Kolkata หรือ Mumbai
เป็นต้น
ที่อยู่สถานที่ที่เคยไปพักล่าสุด
เช่น ถ้าเป็นโรงแรมที่พัก ให้ระบุชื่อโรงแรม และที่อยู่ โดยละเอียด

หมายเหตุ-
การให้ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้อง จะเป็นผลดีกับผู้สมัครขอวีซ่าเอง
เรียนให้ทราบว่า ตามกฏและแบบฟอร์มการขอวีซ่า แบบใหม่ของประเทศอินเดีย มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2555 เป็นต้นไปนั้น สถานทูตอินเดีย ค่อนข้างเข้มงวดและเคร่งครัดกับผู้ที่ประสงค์จะยื่นขอวีซ่า ทางเราจำเป็นต้องขอข้อมูลมากมายและยุ่งยากจุกจิก ข้างต้น เพื่อทำให้วีซ่าอนุมัติโดยง่าย และไม่เสียเวลา หรือเสี่ยงที่วีซ่าจะไม่อนุมัติ ค่ะ

กำหนดวันส่งเอกสาร-
กรุณาส่งเล่มพาสปอร์ตและเอกสารประกอบ อย่างน้อย 3 สัปดาห์ ก่อนวันเดินทาง
ส่งเล่มพาสปอร์ตได้ที่-

น.ส. ชนิตา กัลยาณมิตร
สำนักงาน วันแรมทาง

1/60 ซ.อนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150
(วงเล็บมุมซอง วันที่ทริปที่เดินทาง)
เรียนให้ทราบว่า-

1) ปกติเราจะไม่ส่งเล่มพาสปอร์ตคืนให้นะคะ เราจะถือไปให้ทุกคนในวันที่เดินทางเลย
แต่ ท่านใดที่ต้องการเล่มพาสปอร์ตคืนก่อนการเดินทาง กรุณาแจ้งความประสงค์ และระบุที่อยู่สำหรับส่งพาสปอร์ตคืนให้ชัดเจน
ด้วยค่ะ เราจะส่งคืนให้ทาง
ems ค่ะ

2) รบกวนโทรแจ้งให้เราทราบล่วงหน้าก่อนส่งเล่มพาสปอร์ตนะคะ
เราจะได้รอรับ เล่มพาสปอร์ตของท่านจะได้ไม่ตกหล่นสูญหายค่ะ

 

คำแนะนำ

 

เวลา

ช้ากว่าไทย 1.30 ชม.

ค่าเงิน

100 รูปีอินเดีย เท่ากับ 65-70 บาท โดยประมาณค่ะ

100 ดอลล่าร์ แลกได้ประมาณ 4400-4700 รูปี (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงนั้น)


สิ่งที่ต้องเตรียมไป

หมวกกันแดดหรือร่ม, ผ้าปิดจมูกกันฝุ่น, ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น,ยาประจำตัว(เท่าที่จำเป็น), ฟิล์มถ่ายภาพ, ปลั๊กชาร์จแบตเตอรี่ของกล้องดิจิตอล, ปลั๊กแปลงขาเสียบ

 

เสื้อผ้า
- เจอทุกฤดู เตรียมเสื้อผ้าให้พร้อม ทั้งร้อน หนาวและฝน

- หมวกกันแดด ห้ามลืมนะ กันได้ทั้งแดดและลม ถึงอากาศจะหนาวเย็นแต่แดดก็แรงมาก

- หมวกกันหนาวก็ต้องเตรียมไปด้วยนะ เอาแบบปิดหูให้อุ่นๆ ด้วยก็ดีค่ะ ถ้าไม่สบายระหว่างเที่ยวเดี๋ยวจะหมดสนุกนะ

รองเท้า

- แนะนำว่าควรเป็นผ้าใบ หรือรองเท้าหุ้มส้นและสวมถุงเท้าหนาๆ ด้วยค่ะ กันหนาวได้ดีกว่า

- แต่สรุปแล้ว คือเอาตามที่สะดวก เอาที่ใส่เดินสบายๆ เท้าสำคัญมากนะคะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว กรุณาดูแลให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอค่ะ  


อุปกรณ์ส่วนตัว
- อากาศแห้งมาก ถึงมากที่สุด อาจทำให้สาวๆหน้าเหี่ยวแห้งได้อย่างแรง ปากอาจแห้งแตกจนเลือดออก กรุณาเตรียมพวกโลชั่น ครีมกันแดด ลิปมัน ลิปบาล์มกันปากแตก ไปด้วย ห้ามลืมเด็ดขาดค่ะ
- พวกแชมพู สบู่ ยาสีฟัน อะไรพวกนี้ เตรียมไปด้วยนะคะ โรงแรมพอมีให้ แต่บางทีก็ไม่ครบค่ะ
- ผ้าเช็ดตัว เผื่อไปด้วยนะคะ เพราะบางคนอาจไม่กล้าใช้ผ้าเช็คตัวที่โรงแรมให้ (คือว่าไม่ค่อยสะอาด จะเป็นคล้ายๆ ผ้าเช็ดตัวตามบ้านน่ะ ไม่หนานุ่มและสีตุ่นๆ)
 
ปลั๊กไฟ
- เตรียม
adapter ส่วนตัวไปด้วย เพราะที่นี่ส่วนใหญ่ใช้ปลั๊กกลม ถ้าเครื่องใช้ไฟฟ้าของท่าน (โดยเฉพาะที่ charge กล้อง) เป็นแบบแบนจะหาที่เสียบยากหน่อย และหาสามตาอันเล็กๆ ติดไปด้วย เพราะถ้าต้องชาร์จหลายคนจะได้ไม่มีปัญหา

 

กระเป๋าเดินทาง

- ใช้ตามที่สะดวก ไม่จำเป็นต้องเป็นเป้ เพราะใช้รถเหมาตลอดเส้นทาง ไม่ต้องแบกเอง แต่ก็ไม่ควรใหญ่โตมากเกินไป เพราะกระเป๋าจะต้องยกขึ้นบนหลังคารถค่ะ ขนขึ้นขนลงบ่อยๆ ถ้าหนักหรือใหญ่เกินไป อาจเกิดเหตุหูกระเป๋าแตกหักเสียหายได้ และควรมีกระเป๋าใบเล็กใส่ของที่จำเป็นต้องหยิบใช้บ่อยๆ ติดตัวไว้สักใบนะคะ

-  น้ำหนักกระเป๋าที่สายการบินกำหนดให้ คือคนละ 20 กิโลกรัม  โปรดระวังเรื่องน้ำหนักเกินด้วยค่ะ ค่าปรับแพงเหมือนกันนะ
   

 

คำเตือนที่ต้องอ่าน!!!

 

การเดินทางโดยรถยนต์

-     ฝุ่นเยอะมากในทุกๆ เมืองที่ไป โดยเฉพาะบนท้องถนน  

-     แดดแรงมากๆ ส่องเข้ามาในรถตลอดเวลา กระจกไม่ติดฟิล์ม รับแดดเต็มๆ โดยเฉพาะคนนั่งหน้า

-     นั่งรถนานมากๆ ในแต่ละช่วง ขั้นต่ำ 4 ชั่วโมงเป้นอย่างน้อย

-     ถนนไม่ดีอย่างแรง เบาะรถแข็ง นั่งไม่สบาย ค่อนข้างกระแทก และเขย่าไปเกือบตลอดทาง

-     อย่าวางหรือลืมของมีค่า เช่น Passport และ เงิน ไว้บนรถ คนขับบางคนก็ดี บางคนก็ไว้ใจไม่ได้ค่ะ

 

สุขภาพผู้เดินทาง

-     โรคแพ้ความสูง- อันนี้เป็นโรคสุ่ม บางคนเป็นบางคนไม่เป็น ต้องไปรอลุ้นเอา

       วิธีป้องกัน- กินยา Diamox (Acetazolamide 250 mg) วันละ 1-2 เม็ด เช้าหรือเย็น

                      ยานี้มีผลทำให้ปัสสาวะบ่อย และรู้สึกชา ซู่ซ่า ตามปลายนิ้ว หรือใบหน้า 

                      ห้ามคนที่เป็นโรคไต หรือ คนที่แพ้ยา ซัลฟา กินยานี้โดยเด็ดขาด

-     โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน โรคหอบหืด โรคไต โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคปอด โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ  ไม่ควรเดินทาง!!

 

โรงแรมที่พัก

-     บางทีก็ เป็นแคมป์ที่พัก เป็น Guest House บางทีก็ เป็นโรงแรม  2-4 ดาว แล้วแต่เมือง เน้นสะอาดและปลอดภัย
ไม่จำเป็นต้องหรูหรา เรื่องการบริการ บางทีจะเรียกเอาอะไรก็ค่อนข้างช้า
บริการยกกระเป๋าก็มีให้นะคะ ไม่ต้องยกกันเอง แต่ก็บริการช้าหน่อย ต้องรอกันนิดนึง ใจเย็นๆค่ะ

-     เสียงดัง- ธรรมชาติของชาวอินเดียที่ชอบ ลากเก้าอี้ ปิดประตูเสียงดัง วางของดัง ตะโกนคุยกัน เคาะห้องเรียกกันเอง
ซึ่งล้วนเป็นพฤติกรรมที่ชอบทำกันในเวลากลางคืนที่เราต้องการนอนหลับพักผ่อน
อันนี้ต้องทำใจค่ะ บางทีเราก็เลือกโรงแรมที่คิดว่าเงียบแล้ว
แต่บางทีก็โชคร้าย ได้ไปเจอแขกที่มีนิสัยแบบนี้
ใครที่รู้ตัวว่าหลับยาก ควรหาทางป้องกันตัวเอง จะพก MP3 ไปฟังเพลงอุดหูเลยก็ได้ค่ะ

-     น้ำอุ่นเวลาอาบน้ำ- ส่วนใหญ่จะมีน้ำอุ่นให้เป็นเวลา เฉพาะตอนเช้ากับตอนเย็น ต้องสอบถามพนักงานว่ามีน้ำอุ่นกี่โมง
แต่ถ้าโชคร้าย บางโรงแรมหรือ Guest house เล็กๆ น้ำอุ่นจะไม่ค่อยร้อน หรือไม่อุ่นเท่าไร แจ้งให้ทราบไว้ก่อนค่ะ

-     ห้องน้ำไม่มีฝักบัว- โรงแรมส่วนใหญ่ไม่มีฝักบัวในห้องน้ำ บางที่มีก็เสีย
ทางโรงแรมจะมีกระป๋องให้สำหรับรองน้ำตักอาบ

-     ห้องน้ำไม่มีหมวกคลุมอาบน้ำให้- กรุณานำไปเองนะคะ

-     ห้องน้ำไม่มีแชมพูและสบู่ให้- บางทีมีสบู่เล็กๆให้แค่ก้อนเดียว กรุณานำไปเองนะคะ

-     โรงแรมไม่มีผ้าเช็ดตัวให้- บางที่มีให้แค่ผืนเดียว และก็เป็นสีตุ่นๆ ผ้าแข็งหยาบกระด้างมากๆ
แนะนำว่า ควรเตรียมผ้าขนหนูเล็กๆ หรือผ้าเช็ดตัวไปเองค่ะ

 

การให้ทิป

-     เป็นธรรมเนียมขอวชาวอินเดีย- พนักงานบริการทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนขับรถ เด็กรถ พนักงานโรงแรม เด็กยกกระเป๋า เด็กเสริฟ พ่อบ้านในบ้านเรือ พ่อครัวในบ้านเรือ คนพายเรือ คนจูงม้า ฯลฯ
เราควรจะเตรียมเงินทิปให้พวกเขาบ้างค่ะ ให้น้อยดีกว่าไม่ให้ค่ะ
บางทีพวกเขาก็ขอเลย บางทีก็ยืนรอตาปริบๆ
แต่พอให้แล้ว แขกพวกนี้บางทีก็ไม่รู้จักพอนะคะ มักจะขอเพิ่ม
เราก็ไม่ต้องสนใจค่ะ "วางเฉยเสียแหละดี" เขาไม่ว่าอะไรไม่ทำอะไรเราหรอก
เขาแค่ขอ ไม่ให้ก็ไม่ว่ากัน ไม่ต้องกลัวค่ะ

 

อาหารการกิน

-     อาหารแขก- เจอเกือบทุกมื้อแน่ๆค่ะ เตรียมตัวเตรียมใจไว้เลย
เราไม่ใช่ทัวร์ที่จะมีอาหารดีๆเตรียมไปจากเมืองไทย
เต็มที่ก็จะมีพวกอาหารแห้ง น้ำพริก ปลากระป๋อง มาม่า สำรองไปบ้าง แต่ก็ไม่มาก
นอกจากเมนูอาหารแขกแล้ว เราจะเลือกสั่งอาหารที่หลายท่าน พอกินได้
เช่น แกงไก่ ผัดผักแบบแขกๆ ข้าวเปล่า ข้าวผัด ไข่ทอด ซุปร้อนๆ อะไรทำนองนี้
กรณีที่ทานอาหารแนวอินเดียไม่ได้ ใครจะพกเสบียงอะไรไปเพิ่มก็ตามสะดวกค่ะ
ทีมงานมีเตรียมไปเหมือนกัน แต่ถ้าอยากให้ถูกปากก็ต้องเตรียมไปเองค่ะ

-     รออาหารนาน- เนื่องจากเราเป็นทัวร์เล็กๆที่ชอบเลือกสั่งอาหารเองตามเมนู แบบตามใจปาก
บางทีและบ่อยครั้งที่ต้องรออาหารนานมาก ร่วมครึ่งชั่วโมง เตรียมตัวเตรียมใจไว้เลย
ของอร่อยต้องรอนา

 

  

  

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

ที่อยู่

"บ้านวันแรมทาง"
1/60 ซ.อนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150
แผนที่ "บ้านวันแรมทาง" << คลิกที่นี่ค่ะ

โทรศัพท์ (สำนักงาน)
แฟกซ์ (สำนักงาน)
มือถือ (ปลา)
มือถือ (นุ้ย)
มือถือ (สำนักงาน)

0-2405-4561
0-2405-4560
08-9811-9139 (AIS)
08-1692-8233 (DTAC)
08-7699-7475 (DTAC)

Email

info@wanramtang.com

วันทำงาน
เวลา

วันจันทร์-วันศุกร์
09.00- 18.00 น.

ติดต่อ

เวลางาน:           โทรเข้าสำนักงาน ติดต่อใครก็ได้ค่ะ
นอกเวลางาน:     โทรมือถือ "ปลา" หรือ "นุ้ย" ได้เลยนะคะ
  โทรหาได้ วันจันทร์-วันเสาร์ "ทุกเวลาแต่อย่าดึกนัก" 
  ขอความกรุณา
อย่าโทรวันอาทิตย์ วันหยุดพักผ่อนค่ะ
  ถ้าไม่รับสายหรือโทรไม่ติด แสดงว่าอยู่อินเดีย กรุณาส่งเป็นข้อความ
sms
    ให้โทรกลับนะคะ
 (กรุณาอย่าฝากข้อความเสียง เพราะจะเปิดฟังไม่ได้ค่ะ)

หรือ คลิกไปที่ >>

  
       
   

   
    

 ขออภัยค่ะ ยังสั่งพิมพ์ไม่ได้ตอนนี้
ถ้าต้องการโปรแกรมการเดินทาง กรุณาโทรแจ้ง 02-405-4561, 08-1692-8233
หรือส่ง
email แจ้งขอโปรแกรมได้ที่ info@wanramtang.com ขอบคุณค่ะ

  
  
    

     

 

 


ชื่อ :  *
เบอร์โทรศัพท์ :  *
อีเมล :  *
ชื่อทริปเดินทาง :  *
วันที่เดินทาง :  *
ต้องการ : จองทริป
สอบถาม
หัวข้อที่ต้องการสอบถาม :
รายละเอียด :
รหัสป้องกันสแปม CAPTCHA Image



 *



แรมทางสู่อินเดีย

สังเวชนียสถาน article
โกลกัตตา-ศานตินิเกตัน article
แคชเมียร์ article
ดาร์จีลิ่ง-สิกขิม article
ซิมลา-มะนาลี-ธรรมศาลา article
ราชาสถาน article
ทัชมาฮาล-ชัยปุระ article
ถ้ำอชันต้า ถ้ำเอลโลร่า article
มะนาลี-ลาดัก-แคชเมียร์
ลาดัก-แคชเมียร์ article
VOF-Valley of Flowers article
อัมริตสา ธรรมศาลา มะนาลี article



dot

dot
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
Facebook วันแรมทาง - คลิกที่นี่ได้เลยค่ะ
คลิกที่นี่ เพื่อดูรายละเอียด
dot
dot
โปรแกรมการเดินทางล่าสุด คลิกตรงนี้
Package Tour คลิกตรงนี้นะคะ
วันแรมถึก by ตาล คลิกตรงนี้จ้า
dot
dot
สังเวชนียสถาน
ถ้ำอชันต้า-เอลโลร่า
ราชาสถาน
ดาร์จีลิ่ง-สิกขิม
ทัชมาฮาล
แคชเมียร์
มะนาลี-ลาดักห์-แคชเมียร์
ลาดักห์ & ลาดักห์-แคชเมียร์
ลาดัก-ซันสการ์
VOF-Valley of Flowers
อัมริตสา-ธรรมศาลา
ชิมลา-มะนาลี-ธรรมศาลา
โกลกัตตา-ศานตินิเกตัน
dot
dot
วันแรมทาง พาเที่ยวเนปาล
เนปาล Poon Hill Trekking
เนปาล Package 6 วัน
เนปาล Package 4 วัน


ขอต้อนรับ สู่ วันแรมทาง
ติดต่อเราได้ที่นี่
แวะคุยกันก่อน
คลิกเข้าไปเลือกชมสินค้า-ของฝาก จากที่เราไปเที่ยวกันมา ได้เลยนะคะ
อุณหภูมิ พยากรณ์อากาศ
ขอต้อนรับ สู่ วันแรมทาง
ร่วมบุญจัดพิมพ์หนังสือสวดมนต์
ขอต้อนรับ สู่ วันแรมทาง
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/06037


Copyright © 2007-2013 www.wanramtang.com สงวนลิขสิทธิ์ภาพและบทความที่จัดทำขึ้นโดยเว็บไซต์
ติดต่อเรา
บริษัท อัพเดททัวร์แอนด์ทราเวล จำกัด เลขที่ 1/60 ซอยอนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
Email: info@wanramtang.com , chanita@wanramtang.com , sarisa@wanramtang.com
โทรศัพท์ : 0-2405-4561, 08-9811-9139 (ais), 08-7699-7475 (dtac), 08-1692-8233 (dtac) โทรสาร : 0-2405-4560