dot dot
สังเวชนียสถาน (4-11 กุมภาพันธ์ 2561) article
 
            

บินตรงสู่พุทธคยา ด้วยการการบินไทยสมายล์

 
   
ทัวร์แสวงบุญ ..
สังเวชนียสถาน 4 ตำบล
กรุงเทพ พุทธคยา ราชคฤห์ นาลันทา พาราณสี
กุสินารา ลุมพินี สาวัตถี ลักเนา กรุงเทพ
4-11 กุมภาพันธ์ 2561
8 วัน 6 คืน
เปิดรับ 20 ท่าน เท่านั้น
*ครบ 12 ท่าน ออกเดินทางได้ทันที
47,000
บาท
             

มี พระธรรมวิทยากร บรรยายตลอดการเดินทาง..
นำพา สวดมนต์ นั่งสมาธิ และเจริญจิตภาวนา 

            
  ทัวร์แสวงบุญ เส้นทางธรรมยาตรา ตามรอยบาทพระศาสดา
สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล ประเทศอินเดีย เนปาล
สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน และปฐมเทศนา
เป็นทริปแบบกันเอง ไม่เหนื่อย สะดวกสบายพอประมาณ
พักวัดไทย ร่วมบุญทำบุญทอดผ้าป่า ตามกำลังศรัทธา
              
จุดนัดพบ 
วันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
เวลา 08.00 น. (แปดโมงตรง)
สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 3-4 บริเวณที่นั่งหน้าประตู
            
โปรแกรมการเดินทาง
    
DAY 01 วันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
เที่ยวบิน ระหว่างประเทศ
WE327
    กรุงเทพ-พุทธคยา
     เวลา 11.50-13.35
เส้นทาง กรุงเทพ-พุทธคยา
เดินทาง กรุงเทพ-พุทธคยา , นั่งเครื่อง 3 ชม
สนามบิน-ที่พัก , นั่งรถประมาณ 30 นาที
รถบัสปรับอากาศ 
ที่พัก วัดไทยพุทธคยา 
พักห้องละ 4-6 ท่าน พักแยกหญิง-ชาย
ห้องพัดลม ห้องน้ำในตัว
วัดไทยพุทธคยา
        
  08.00 น. พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ 
เมื่อทุกท่านมากันพร้อม ทีมงานจะพาไปที่เคาน์เตอร์สายการบิน 
เพื่อเช็คอินบัตรโดยสารและโหลดสัมภาระ 
*สามารถโหลดกระเป๋าได้หนัก ไม่เกิน 20 กิโลกรัม
เช็คอินเสร็จแล้ว แยกย้ายกันเข้าด้านใน ผ่าน ตม. รอขึ้นเครื่องพร้อมกัน
11.55 น. ได้เวลาเครื่องออก เดินทางสู่ประเทศอินเดีย 
*ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง   กินอาหารกลางวัน บนเครื่องบิน
13.35 น. ถึงแผ่นดินอินเดียท่าอากาศยานนานาชาติ เมืองพุทธคยา 
ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

รถบัสมารับ เข้าสู่วัดไทยพุทธคยา พักผ่อน ให้หายเหนื่อยจากการเดินทาง
ปลา' Tour Leader พาเที่ยว รถปรับอากาศ สำหรับคณะนี้



 
15.00 น. พร้อมกันที่พระอุโบสถ   
 ร่วมกันทำพิธีถวายปัจจัย ทอดผ้าป่า ทำบุญเพื่อทำนุบำรุงวัด 
แล้วเดินทางไปที่ สถูปเนินดินบริเวณที่เคยเป็น บ้านนางสุชาดา 
ผู้ถวายข้าวมธุปายาสก่อนวันตรัสรู้ จากจุดนี้สามารถมองเห็นบริเวณที่เชื่อว่าเป็นจุดที่นางสุชาดาถวายข้าวมธุปายาสแด่พระพุทธเจ้า 
จากนั้นไปที่บริเวณสถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงอธิษฐานจิตลอยถาดทองคำ 
ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา หรือที่เรียกกันว่า “แม่น้ำแห่งการตรัสรู้”
สถูปเจดีย์ บ้านนางสุชาดา ริมฝั่งน้ำเนรัญชรา ที่เหลือแต่ผืนทราย
สถูปเจดีย์ บ้านนางสุชาดา ริมฝั่งน้ำเนรัญชรา ที่เหลือแต่ผืนทราย
  จากนั้นเดินทาง สู่สังเวชนียสถาน 
มหาเจดีย์พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณของพระพุทธเจ้า 
บูชาสถานที่ตรัสรู้ บริเวณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ 
นมัสการ 
พระแท่นวัชรอาสน์  ที่สร้างโดยพระเจ้าอโศกมหาราช 
กราบสักการะและขอพร หลวงพ่อ พระพุทธเมตตา
พระปฏิมาประธานปางมารวิชัยอายุกว่า 1,400 ปี ภายในวิหารมหาเจดีย์พุทธคยา
รัตนจงกรมเจดีย์ ที่ทรงเสด็จดำเนินจงกรม เสวยวิมุตติสุข ในสัปดาห์ที่ 3
อนิมิสสเจดีย์
 สถานที่ประทับเสวยวิมุตติสุข ในสัปดาห์ที่ 2 เป็นต้น
อภิสัมพุทธสถาน มหาเจดีย์พุทธคยา หลวงพ่อพระพุทธเมตตา
อภิสัมพุทธสถาน มหาเจดีย์พุทธคยา หลวงพ่อพระพุทธเมตตา
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ รัตนจงกรมเจดีย์
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ รัตนจงกรมเจดีย์
  19.00 น. กินอาหารค่ำ
ให้เวลาอิสระ ที่พระมหาเจดีย์ และ ต้นพระศรีมหาโพธิ์
ปฏิบัติธรรม ตามสมควรแก่เวลา หรือ ช้อปปิ้งในเมืองพุทธคยา ตามสะดวก
แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัยในร่มเงาของพุทธสถานที่ร่มเย็น
             
DAY 02 วันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
เส้นทาง พุทธคยา-ราชคฤห์-นาลันทา-พุทธคยา
เดินทาง พุทธคยา-ราชคฤห์  80 กม. นั่งรถ 2-3 ชม.
ราชคฤห์-นาลันทา 16 กม. นั่งรถ 30 นาที
รถบัสปรับอากาศ
ที่พัก วัดไทยพุทธคยา 
พักห้องละ 4-6 ท่าน พักแยกหญิง-ชาย
ห้องพัดลม ห้องน้ำในตัว
วัดไทยพุทธคยา
               
  04.00 น. ตื่นนอน
ออกเดินทางสู่ เมืองนาลันทา บ้านเกิดของอัครสาวกซ้าย-ขวา 
พระโมคคัลลานะและพระสารีบุตร  *ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง
07.00 น. กินอาหารเช้า ที่วัดไทยนาลันทา
  ไปกราบสักการะ หลวงพ่อองค์ดำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อายุนับพันปี
เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สร้างจากหินดำ ทางการไม่สามารถ
เคลื่อนย้ายเพื่อนำมาเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์ได้เพราะขนาดที่ใหญ่มาก และ
ทุกครั้งที่มีความพยายามโยกย้ายท่านออกไป ก็จะเกิดเหตุอาเพศเป็นประจำ
ชาวบ้านท้องถิ่นมีความเชื่อว่าหลวงพ่อ สามารถดลบันดาลให้หายเจ็บหายป่วย
คณะผู้แสวงบุญที่เลื่อมใสศรัทธา พากันไปกราบไหว้ขอความเป็นสิริมงคล
หลวงพ่อดำ เมืองนาลันทา สารีบุตรสถูป มหาวิทยาลัยนาลันทา
หลวงพ่อดำ เมืองนาลันทา สารีบุตรสถูป มหาวิทยาลัยนาลันทา
  จากนั้นไปกันที่ มหาวิทยาลัยนาลันทา 
มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของพุทธศาสนา เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่เคยรุ่งเรืองที่สุดในโลก ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพัง สะท้อนความยิ่งใหญ่ในอดีต
พระเจ้าอโศกมหาราชได้สร้างไว้เพื่อเป็นที่ศึกษาธรรมและเป็นอนุสรณ์สำหรับอัครสาวกทั้งสองท่าน ปัจจุบันเรียกสถานที่แห่งนี้ คือหมู่บ้านสารีจักร ทางรัฐบาล
ได้ทำการขุดค้นในเนื้อที่ 231 ไร่ ในอดีตมหาวิทยาลัยแห่งนี้ประกอบด้วย ห้องเรียน ห้องสมุด หอพักนักศึกษา หอสวดมนต์ โรงครัว ยุ้งฉาง บ่อน้ำ
มีพระสงฆ์มาศึกษาจำนวนมาก และมีครูอาจารย์สอนถึง 1,400 ท่าน
  สารีบุตรสถูป เป็นสถูปที่สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พระสารีบุตร 
อัครสาวก บริเวณที่ประชุมเพลิง สร้างสมัยแรกโดยโยมมารดาท่านสารีบุตร 
คือ นางสารีพราหมณี ต่อมาพระเจ้าอโศกได้สร้างเสริมจากที่เดิม และกลายเป็น
สถานที่สักการะของมหาชน ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยนาลันทา
  เพล- กินอาหารกลางวัน
 ร่วมกันทำพิธีถวายปัจจัย ทำบุญเพื่อทำนุบำรุงวัด ตามกำลังศรัทธา 
แล้วเดินทางไปเที่ยวเมืองราชคฤห์ กันเลย
              
  เมืองราชคฤห์ (Rajgir) เมืองที่เคยยิ่งใหญ่ เป็นเมืองหลวงของแคว้นมคธ
ในสมัยพุทธกาล พระพุทธศาสนาได้ประดิษฐาน ตั้งมั่นที่เมืองนี้มาโดยตลอด
เพราะการอุปถัมภ์บำรุงของพระราชาผู้ทรงธรรมของเมือง เมืองราชคฤห์จึงเต็มไปด้วยโบราณสถานต่างๆ มากมาย



เริ่มต้นกิจกรรมภาคบ่าย กันที่ สวนเวฬุวัน
สักการะบูชาสถานที่อันเคยเป็นที่ตั้งของ วัดเวฬุวันวิหาร วัดที่พระเจ้าพิมพิสารได้ทรงถวายสวนเวฬุวัน ให้เป็นพระอารามหลวงแห่งแรกในพระพุทธศาสนา 
พระพุทธองค์ทรงประทับจำพรรษา ณ ที่แห่งนี้รวมแล้ว 6 พรรษา เป็นที่ทรงตั้งอัครสาวกคือ พระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร และยังเป็นสถานที่ที่พระอรหันต์
1,250 รูป มาชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมาย ในวัน จาตุรงคสันนิบาต มาฆบูชา 
และพระพุทธองค์ได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ แก่ภิกษุเหล่านั้น
มูลคันธกุฎี ณ ยอดเขาคิชฌกูฏ
 วัดเวฬุวันวิหาร วัดแห่งแรกในพุทธศาสนา มูลคันธกุฎี ณ ยอดเขาคิชฌกูฏ
ถ้ำสุกรขาตา บนเขาคิชฌกูฏ
ถ้ำสุกรขาตา บนเขาคิชฌกูฏ ถ้ำพระโมคคัลลานะ บนเขาคิชฌกูฏ


 
จากนั้น ไปเดินขึ้นเขาคิชฌกูฏกัน
เขาคิชฌกูฏ คือหนึ่งในเบญจคีรีหรือภูเขา 5 ลูก ได้แก่ เวภาระ เวปุละ คิชฌกูฏ อิศิคิลิ และปัณฑวะ ที่ชื่อเขาคิชฌกูฏนั้น เพราะมีลักษณะเหมือนนกแร้ง หรือ
เป็นที่เกาะอาศัยของฝูงแร้งที่มาคอยกินซากศพโจรที่ถูกประหารและทิ้งลงเหว ในบริเวณโดยรอบเขาคิชฌกูฏนั้น นับว่าเป็นที่สัปปายะของเหล่าพระอริยสาวก
เป็นที่จำพรรษาของพระอรหันต์หลายองค์ เช่น พระสารีบุตร พระอานนท์ 
พระมหากัสสปะ พระอนุรุทธะ พระปุณณมันตานี
บุตร และพระอุบาลี เป็นต้น
ระยะเดินขึ้นเขาคิชฌกูฎ ประมาณ 1 กิโลเมตร
ทางเดินขึ้นเขา ทางชัน แต่ปูลาดเดินง่าย (ตามภาพ)
มีขั้นบันไดเดินสะดวก เหนื่อยประมาณหนึ่งช่วงเริ่มเดิน
เดินไปได้สักพักจะดีขึ้น ค่อยๆไปช้าๆ เดินได้สบายๆ
แนะนำ สำหรับผู้ใหญ่ที่เดินไม่ค่อยไหว ขาไม่ดี หัวเข่าเจ็บ ฯลฯ
ที่นี่จะมีเสลี่ยงไว้ให้บริการค่ะ (ลักษณะเป็นดังรูป) 
ถ้าต้องการใช้บริการ กรุณาแจ้งทีมงานล่วงหน้า 
ราคา ขึ้น-ลง ต่อท่านประมาณ 1400 รูปี 
รวมทิปให้คนแบก
  ระหว่างทางเดินขึ้นสู่ยอดเขาคิชฌกูฎ ผ่าน 2 ถ้ำหลัก คือ
1) ถ้ำพระโมคคัลลานะ 
เป็นที่จำพรรษาของพระอัครสาวกผู้เลิศทางอิทธิฤทธิ์ 
คือ พระโมคคัลลานะ และที่แห่งนี้เองเป็นที่แก้ข้อสงสัยเรื่อง
เปรตมีจริงหรือไม่
มองขึ้นจากทางเดินจุดที่เป็นถ้ำของพระโมคคัลลานะนั้นจะเห็นก้อนหินตั้งเรียงกันสามก้อน มีช่องระหว่างเขาที่พอเดินได้ เมื่อก่อนยังไม่ก่อหินกั้นไว้ จะเป็นทาง
ขึ้นลงเพียงทางเดียวเท่านั้น ณ จุดนี้เองเชื่อกันว่าเป็นที่พระเทวทัตใช้ความพยายามกลิ้งก้อนหินเพื่อปลงพระชนม์พระพุทธองค์
  2) ถ้ำสุกรขาตา   
มีลักษณะเหมือนคางหมู ในสมัยพุทธกาล ถ้ำสุกรขาตาเป็นสถานที่ซึ่ง
พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมโปรด ทีฆนขปริพาชก 
ผู้เป็นหลานของพระสารีบุตร
ในขณะที่พระสารีบุตรกำลังนั่งถวายงานพัดอยู่นั้น ท่านก็ได้ฟังธรรม และสำเร็จ
เป็นพระอรหันต์ในขณะนั้นเอง เมื่อวันมาฆปุณณมี 
เพ็ญเดือน 3 หลังจาก
อุปสมบทแล้ว 15 วัน ส่วนทีฆนขปริพาชกได้บรรลุโสดาปัตติผลประกาศตน
เป็นอุบาสกผู้นับถือพระรัตนตรัย
  ณ ยอดเขาคิชฌกูฏ มูลคันธกุฎี คือที่ประทับส่วนพระองค์ของพระบรมศาสดา
ในพรรษาที่ 3, 5 และ 7 และ พรรษาสุดท้าย ก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน 
มูลคันธกุฎีแห่งเขาคิชฌกูฏนี้ บริเวณที่ประทับของเดิมเป็นกุฎีแคบๆ เหมาะที่จะนั่งมากกว่านอน วัดดูด้วยศอกได้กว้าง 3 ศอก กับ 1 คืบ ยาว 4 ศอกเท่านั้น 
เป็นที่ซึ่งชาวพุทธถือว่าสำคัญ พากันมากราบไหว้บูชาเพื่อระลึกถึงพระพุทธองค์ ที่เสด็จมาประทับ ณ ยอดเขาแห่งนี้อยู่เสมอ และได้แสดงธรรมหลายพระสูตร
เช่น ธัมมิกสูตร มหาสาโรปมสูตร อาฏานาฏิยสูตร อปริหานิยธัมมสูตร เป็นต้น
ผู้มาถึงสถานที่แห่งนี้ เหมือนว่าได้มาเข้าเฝ้าสมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้าถึงที่ประทับ ดวงจิตมีแต่ความปีติเบิกบานอย่างน่าอัศจรรย์
  แล้วเดินทางกลับวัดไทยพุทธคยา
เย็นถึงค่ำ- กิน
อาหารค่ำ
ให้เวลาอิสระ พักผ่อนตามอัธยาศัยในร่มเงาของพุทธสถานที่ร่มเย็น
                 
DAY 03 วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
เส้นทาง พุทธคยา-พาราณสี
เดินทาง ประมาณ 260 กม. นั่งรถ 5-6 ชม.
รถบัสปรับอากาศ
ที่พัก วัดไทยสารนาถ 
พักห้องละ 4-6 ท่าน พักแยกหญิง-ชาย
วัดไทยสารนาถ อินเดีย
             
  04.00 น. ตื่นนอน
05.00 น. ไปร่วมกันทำวัตรสวดมนต์ ที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ในตอนเช้าตรู่
07.00 น. กินอาหารเช้า
09.00 น. 
ออกเดินทางสู่เมืองพาราณสี *ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง
เพล- แวะกินอาหารกลางวัน ที่วัดไทยระหว่างทาง
 ร่วมกันทำพิธีถวายปัจจัย ทำบุญเพื่อทำนุบำรุงวัด ตามกำลังศรัทธา 




 
แล้วออกเดินทางต่อ สู่เมืองพาราณสี
บ่าย- เดินทางถึงพาราณสี เก็บกระเป๋าเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนกันสักครู่
แล้วไปเข้าชม พิพิธภัณฑ์สารนาถ 
ที่รวบรวมเก็บรักษาพระพุทธรูปและวัตถุโบราณ 
ที่ขุดได้ในบริเวณสารนาถ เมื่อปี พ.ศ. 2483 เช่น ยอดเสาหินพระเจ้าอโศกมหาราชซึ่งแกะสลักเป็นรูปสิงโต 4 เศียร หันหลังชนกัน 
และพระพุทธรูปหินทรายแดงเนื้อละเอียดปางปฐมเทศนา ที่มีพุทธลักษณะอันโดดเด่นงดงามที่สุดองค์หนึ่งในชมพูทวีป
พิพิธภัณฑ์สารนาถ ธัมเมกขสถูป สถานที่แสดงปฐมเทศนา
พิพิธภัณฑ์สารนาถ ธัมเมกขสถูป สถานที่แสดงปฐมเทศนา
  สู่สังเวชนียสถาน “อิสิปตนมฤคทายวัน" สถานที่แสดงปฐมเทศนา 
เป็นการแสดงธรรมครั้งแรกที่มีชื่อว่า พระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร 
สักการะธัมเมกขสถูปที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาแก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 
และ ฤษีโกณทัญญะบรรลุโสดาบัน ทูลขอบวชเป็นพุทธสาวกรูปแรก และเป็นวันแรกที่มีพระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์ครบองค์รัตนตรัย
สวดมนต์บูชาสถานที่แสดงปฐมเทศนา และอธิษฐานจิตแผ่บุญ 
กราบสักการะมูลคันธกุฎีที่พระพุทธองค์ทรงจำพรรษาแรก และยสเจตียสถาน
สถานที่แห่งความไม่ขัดข้อง ไม่มีความวุ่นวาย เป็นเจดีย์ขนาดเล็กมีอาคารสี่ เหลี่ยมมุงไว้เป็นอย่างดี สถานที่นี้เชื่อกันว่าพระพุทธองค์ทรงแสดงอิทธาภินิหาร
โปรดพระยสกุลบุตรผู้เป็นบุตรเศรษฐีแห่งเมืองพาราณสี ด้วยอนุปพพิกถา 
ในข้อธรรมที่แสดงทาน ศีล สวรรค์ เนกขัมมะ กามาทีนพ ตามลำดับ 
เป็นผลให้ยสมาณพได้ ดวงตาเห็นธรรม และให้บิดาได้เป็นปฐมอุบาสก มารดาและภรรยาได้เป็นปฐมอุบาสิกา ณ สถานที่นี้อีกด้วย
  ช่วงเย็น- กลับเข้าสู่ที่พัก
 ร่วมกันทำพิธีถวายปัจจัย ทำบุญเพื่อทำนุบำรุงวัด ตามกำลังศรัทธา 
กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัยในร่มเงาของพุทธสถานที่ร่มเย็น
          
DAY 04 วันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
เส้นทาง พาราณสี-กุสินารา
เดินทาง พาราณสี-กุสินารา นั่งรถ 6-8 ชม.
  รถบัสปรับอากาศ
ที่พัก วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ 
พักห้องละ 4-6 ท่าน พักแยกหญิง-ชาย
ห้องพัดลม ห้องน้ำในตัว
วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์
          



 
04.00 น. ตื่นนอน
05.00 น. ออกไปเยือนคงคามหานที
ลงเรือล่องไปตามลำน้ำคงคา ชมวิถีชีวิตผู้คนริมฝั่งน้ำ ดูพิธีอาบน้ำล้างบาป บูชาพระอาทิตย์ ชมกองไฟศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่เคยดับบริเวณท่ามณิกรรณิการ์ 
เพราะมีการเผาศพอยู่ตลอดเวลาตามความเชื่อที่ว่าที่นี่เป็นท่าของพระศิวะ หากนำศพมาเผาและเอากระดูกเถ้าถ่านโปรยลงที่ท่าน้ำนี้จะได้ไปสวรรค์ 
ทำพิธีลอยกระทงดอกไม้และจุดเทียนบูชา พระบรมสารีริกธาตุ และแม่คงคา 
ชมพระอาทิตย์ตกริมฝั่งคงคาซึ่งเรียกได้ว่างดงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
อาทิตย์ขึ้น ณ ฝั่งแม่น้ำคงคา - พาราณสี ล่องเรือแม่น้ำคงคา - พาราณสี
อาทิตย์ขึ้น ณ ฝั่งแม่น้ำคงคา - พาราณสี ล่องเรือแม่น้ำคงคา - พาราณสี
  08.00 น. กลับมากินอาหารเช้า 
แล้วมุ่งหน้าสู่เมืองกุสินารา *ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6-8 ชั่วโมง 
เพล- กินอาหารกลางวัน ระหว่างทาง (ข้าวกล่อง แพ็คมาจากวัดไทย)
               
วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์  
สร้างขึ้นเพื่อน้อมเป็นพุทธบูชา และเฉลิมพระเกียรติ 
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 
วาระครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา
ร่วมสักการะ พระบรมสารีริกธาตุ ได้รับพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 
เสด็จแทนพระองค์ ทรงบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ ใน “พระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา” 
พระมหาเจดีย์ ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ในวัดไทยกุสินาราฯ
  เย็น- เดินทางถึงเมืองกุสินารา  
เข้าสู่ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์  กินอาหารเย็น  
 ร่วมกันทำพิธีถวายปัจจัย ทอดผ้าป่า ทำบุญเพื่อทำนุบำรุงวัด 
เชิญทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย ในร่มเงาของพุทธสถานที่ร่มเย็น
                
DAY 05 วันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
เส้นทาง กุสินารา-ลุมพินี
เดินทาง กุสินารา-ลุมพินี 170 กม. นั่งรถ 4-5 ชม.
รถบัสปรับอากาศ
ที่พัก วัดไทยลุมพินี 
พักห้องละ 4-6 ท่าน พักแยกหญิง-ชาย
ห้องพัดลม ห้องน้ำในตัว
วัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล

             

  05.00 น. ตื่นนอน
06.00 น. ทำวัตรสวดมนต์ 
07.00 น. กินอาหารเช้า
  สู่สังเวชนียสถาน “ปรินิพพานสถาน” สถานที่เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน
ณ สาลวโนทยาน ที่มีต้นสาละปลูกไว้เป็นอนุสรณ์ นมัสการมหาปรินิพพานสถูป 
และเข้าไปสักการะ พระพุทธรูปปางอนุฏฐิตสีหไสยาสน์ คือปางเสด็จบรรทมครั้งสุดท้ายภายในวิหารปรินิพพาน  
หากจะทำพิธีถวายผ้าห่มพระพุทธปรินิพพานให้เตรียมผ้าขนาด
  กว้าง 2 เมตร ยาว 5.50 เมตร จะห่มได้พอดี
สวดมนต์บูชา องค์พระพุทธปรินิพพาน และถวายเครื่องสักการะ
ปิดทองที่พระพุทธบาท และอธิษฐานจิตขอพร
  จากนั้นไปกราบไปสักการะ มกุฏพันธนเจดีย์  
ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร ไปสักการะสถูปที่ถวายพระเพลิงพุทธสรีระ หลังวันปรินิพพาน 7 วัน กล่าวคำบูชาสถานที่ถวายพระเพลิง
และอธิษฐานจิตเรียบร้อยเป็นอันเสร็จพิธี
องค์พระพุทธปรินิพพาน
องค์พระพุทธปรินิพพาน
ปรินิพพานสถาน สถานที่เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน มกุฏพันธนเจดีย์ สถูปที่ถวายพระเพลิงพุทธสรีระ
ปรินิพพานสถาน สถานที่เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน มกุฏพันธนเจดีย์ สถูปที่ถวายพระเพลิงพุทธสรีระ
  เพล- กินอาหารกลางวัน
แล้วออกเดินทางมุ่งหน้าสู่แดนประสูติ ณ ประเทศเนปาล 
*ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง
ก่อนถึงชายแดน 3 กิโลเมตร แวะพักที่ วัดไทยนวราชรัตนาราม (วัดไทย 960) โครงการที่พักริมทางสำหรับพุทธศาสนิกชนผู้เดินทางแสวงบุญจากทั่วโลก
มีห้องน้ำ ที่พัก ศาลาอเนกประสงค์ ร้านขายของที่ระลึก ชากาแฟ
และ โรตีร้อนๆ ราดนมข้นหวาน ที่ทางวัดมีไว้รับรองทุกคนที่มาเยือน
จากนั้นออกจากวัดไทย 960 ไปที่ด่านโสเนาลี (Sonauli) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและเดินทางต่อสู่ลุมพินี
  เย็นถึงค่ำ- เดินทางเข้าที่พัก กินอาหารเย็น  
 ร่วมกันทำพิธีถวายปัจจัย ทอดผ้าป่า ทำบุญเพื่อทำนุบำรุงวัด   
เชิญทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยในร่มเงาของพุทธสถานที่ร่มเย็น
                  
DAY 06 วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
เส้นทาง ลุมพินี-สาวัตถี
เดินทาง ลุมพินี-สาวัตถี 230 กม. นั่งรถ 7-8 ชม.
รถบัสปรับอากาศ 
ที่พัก วัดไทยเชตวันมหาวิหาร 
พักห้องละ 4-6 ท่าน พักแยกหญิง-ชาย
ห้องพัดลม ห้องน้ำในตัว
              
  05.00 น. ตื่นนอน
06.00 น. กินอาหารเช้า
เดินทางสู่ สังเวชนียสถาน ลุมพินีวัน สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า
ซึ่งเชื่อกันว่าบริเวณ ที่ประสูติของสิทธัตถราชกุมาร คือจุดที่เสาศิลา ของพระเจ้าอโศกมหาราชตั้งอยู่ และยังมีข้อความภาษาพราหมีจารึกไว้อย่างสมบูรณ์
เขียนว่า เป็นสถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
  มหามายาเทวีวิหาร (The Mahamaya Devi Temple) 
ภายในมีศิลาสลักภาพพุทธประวัติปางประสูติ เป็นรูปพุทธมารดา
อยู่ในพระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ขวา เหนี่ยวกิ่งไม้สาละ
มีรูปเจ้าชายสิทธัตถะ ออกมาทางปัสสะขวา ของพระพุทธมารดา
ด้านหน้ามหามายาเทวีวิหาร มี สระโบกขรณี (The Sacred Pond) ซึ่งเป็นที่
สรงสนานของพระนางสิริมหามายาเทวี ก่อนและหลังประสูติกาลพระกุมาร
สวดมนต์บูชาสถานที่ประสูติ กล่าวคำอธิษฐานจิตให้ชีวิตประสบแต่ความดีงาม เสมือนการได้เกิดใหม่ในแดนประสูติแห่งนี้
เสาหินพระเจ้าอโศก มหามายาเทวีวิหาร เสาหินพระเจ้าอโศก มหามายาเทวีวิหาร
เสาหินพระเจ้าอโศก มหามายาเทวีวิหาร ศิลาสลักภาพพุทธประวัติปางประสูติ
  เพล- กินอาหารกลางวัน ที่วัดไทยนวราชรัตนาราม (วัดไทย 960)
 ร่วมกันทำพิธีถวายปัจจัย ทอดผ้าป่า ทำบุญเพื่อทำนุบำรุงวัด  
  ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่นครสาวัตถี ฐานที่มั่นแห่งกองทัพธรรม
*ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชั่วโมง
เย็นถึงค่ำ- เดินทางถึงสาวัตถี เข้าสู่ที่พัก กินอาหารเย็น  
เชิญทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยในร่มเงาของพุทธสถานที่ร่มเย็น
  คืนนี้เก็บของแพ็คให้เรียบร้อย พรุ่งนี้เราจะขึ้นเครื่องกลับบ้าน
น้ำหนักกระเป๋า 
โหลดได้ไม่เกินคนละ 20 กิโลกรัม
(หากมีค่าน้ำหนักเกิน ลูกทัวร์ต้องรับผิดชอบกันเอง)
             
DAY 07 วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
เส้นทาง สาวัตถี-ลักเนา
เดินทาง ระยะทาง 180 กม. นั่งรถ 5-6 ชม.
รถบัสปรับอากาศ
  06.00 น. ตื่นกันแต่เช้า กินอาหารเช้า 
สาวัตถี หรือ ศราวัสตี (Sravasti) 
สมัยพุทธกาลเป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศล 
มีพระเจ้าปเสนทิโกศลเป็นกษัตริย์ครองเมือง 
พระพุทธองค์ทรงประทับบำเพ็ญพุทธกิจในเมืองนี้
นานถึง 25 พรรษา ได้ทรงแสดงพระสูตร พระวินัย
และชาดกที่สำคัญ เช่น มงคลสูตร กรณียเมตยสูตร
เรื่องนางจิญจมาณวิกา นันทมาณพ โจรองคุลีมาล
นางปฏาจารา พระเทวทัตถูกแผ่นดินสูบ เป็นต้น
  เริ่มต้นด้วยการไปที่ เชตวันมหาวิหาร พระอารามนี้ท่านอนาถบิณฑิกะคฤหบดี เป็นผู้หาสถานที่เพื่อจะสร้างวัดถวายพระพุทธเจ้า เห็นสวนเจ้าเชตกุมารเหมาะ 
กว่าที่อื่นๆ ท่านจึงได้เจรจาขอซื้อสวนนี้ เจ้าเชตได้เสนอราคาที่ดินโดยการให้นำทองคำมาปูเรียงจนเต็มบริเวณที่ต้องการซื้อทั้งหมด ท่านจึงให้คนนำเกวียน
บรรทุกแผ่นทองคำมาเรียงจนเกือบเต็มบริเวณนั้นทั้งหมด เจ้าเชตเห็นถึงศรัทธาที่แน่วแน่ของท่าน ประสงค์ร่วมทำบุญด้วยจึงมอบที่เหลือนั้นให้ และขอให้สร้าง
ซุ้มประตูไว้ด้วย เมื่อสร้างวัดเสร็จแล้วท่าน อนาถะได้จารึกชื่อเจ้าเชตไว้ที่ซุ้มประตูอันเป็นที่มาของชื่อวัดว่า เชตวันมหาวิหาร ท่านอนาถบิณฑกะเศรษฐี
ได้สร้างวิหาร กุฏิ ห้องประชุม โรงครัว เวจกุฎี ห้องน้ำ บ่อน้ำ เป็นต้น
พระพุทธองค์เสด็จประทับจำพรรษา ณ พระเชตวันแห่งนี้ รวมแล้วถึง 19 พรรษา
มูลคันธกุฎี ภายในเชตวันมหาวิหาร ต้นอานันทโพธิ์ ภายในเชตวันมหาวิหาร
มูลคันธกุฎี ภายในเชตวันมหาวิหาร ต้นอานันทโพธิ์ ภายในเชตวันมหาวิหาร
  จากนั้นไปดูที่สถูปเก่าที่เชื่อกันว่าบริเวณนี้คือ บ้านท่านองคุลีมาล และ 
บ้านอนาถบิณฑิกะเศรษฐี อยู่ในบริเวณพระราชวังของพระเจ้าปเสนทิโกศล
เลยพระวิหารเชตวันไปประมาณ 3 กิโลเมตร ปัจจุบันยังมีเขตเมืองสาวัตถีให้เห็นเป็นกำแพงล้อมรอบเมือง และภายในเมืองก็จะมีอาคารสิ่งปลูกสร้างในอดีตที่ถูก
ฝังไว้ใต้ดินเป็นจำนวนมาก ทางรัฐบาลอินเดียได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นสมบัติของทางการ และกำลังทำการขุดค้นเพื่อหาหลักฐานทางด้านประวัติศาสตร์
  แล้วไปกันที่ สถูปเนินดินเก่า ที่เชื่อกันว่าบริเวณนี้คือสถานที่ทรงแสดง 
ยมกปาฏิหาริย์ มีลักษณะเป็นเนินดินสูงประมาณ 50 เมตร

ที่แห่งนี้พระพุทธองค์ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์เพื่อโปรดประชาชนชาวสาวัตถี และข่มเจ้าลัทธิอื่นๆ จากนั้นทรงเสด็จไปประทับจำพรรษาที่ดาวดึงส์ 
เมื่อออกพรรษาทรงเสด็จลงจากสวรรค์ในวันเทโวโรหนะที่สังกัสสนคร
  เพล- กินอาหารกลางวัน 
 ร่วมกันทำพิธีถวายปัจจัย ทอดผ้าป่า ทำบุญเพื่อทำนุบำรุงวัด   
 กราบลาพระธรรมวิทยากร  
เชิญทุกท่านร่วมกันกราบขอบคุณพระธรรมวิทยากรที่ได้ให้ความรู้ตลอดเวลาที่
เดินทางไปสังเวชนียสถานในที่ต่างๆ และกราบขอขมาในสิ่งที่พวกเราได้ล่วงเกิน
ต่อพระสงฆ์ทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ แล้วร่วมกันทำพิธีถวายปัจจัย ทำบุญถวาย
แก่พระธรรมวิทยากร ผู้ใดที่ประสงค์สมทบปัจจัยใดๆเพิ่มเติมขอเชิญร่วมอนุโมทนาตามกำลังศรัทธา
            
  บ่าย- ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ เมืองลักเนา
*ระยะทาง 180 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง
เย็นถึงค่ำ- กินอาหารค่ำ ที่โรงแรมในเมืองลักเนา
22.00 น. เดินทางไปสนามบิน เช็คอินบัตรโดยสารและโหลดสัมภาระ
                   
DAY 08 วันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
เที่ยวบิน ระหว่างประเทศ
WE334
    ลักเนา-กรุงเทพ
     เวลา 01.20-06.25
เส้นทาง ลักเนา-กรุงเทพ
  01.20 น. ได้เวลาเครื่องออก 
*ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. 30 นาที  
06.25 น. ถึงสุวรรณภูมิ 
กลับสู่อ้อมกอดของดินแดนมาตุภูมิโดยสวัสดิภาพ
พร้อมกับมุมมองใหม่ๆในโลกใบเดิมที่แคบลงเสมอ 
เมื่อการเดินทางสิ้นสุด .....สวัสดีเมืองไทย
        
  
หมายเหตุ โปรแกรมการเดินทาง อาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของช่วงเวลา 
และสถานการณ์เฉพาะหน้า
    
     
ราคาค่าเดินทาง 47,000 บาท
  โปรดทราบ- 
การคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ คิดจากอัตราแลกเปลี่ยน ที่ 35.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ 
ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งปรับเปลี่ยนราคาค่าเดินทาง 
หากมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นของอัตราแลกเปลี่ยน 
โดยยึดอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่จ่ายเงินค่าทัวร์ครบเต็มจำนวนเป็นหลัก
  เงื่อนไข- 
พักที่วัด นอนแยกชาย-หญิง ไม่มีจัดให้นอนเดี่ยว
  ส่วนลดพิเศษ-  (หักจากการจ่ายเงินงวดสุดท้าย)
มีวีซ่า อินเดีย-เนปาล อยู่แล้ว หรือ ทำวีซ่าเอง    ลดค่าวีซ่า 5,300 บาท
พระสงฆ์และแม่ชี ลดราคา 6,000 บาท (เฉพาะกรณีที่มีหนังสือสุทธิ)
พาพ่อแม่ไป ลดให้ทั้งครอบครัว ท่านละ 500 บาท
เคยเดินทางกับ วันแรมทาง ลด 1,000 บาท
  ราคานี้รวม-
ค่าตั๋วเครื่องบิน สายการบิน ตามที่ระบุในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบินไทย-อินเดีย
ค่าวีซ่าอินเดีย ค่าวีซ่าเนปาล
อาหารมื้อหลักทุกมื้อ รวม ชา กาแฟ ของหวาน ผลไม้
น้ำดื่มบรรจุขวด (ไม่จำกัดจำนวน แต่กรุณาดื่มอย่างรู้คุณค่า)
วัดไทย พักห้องละ 4-6 ท่าน แยกชาย-หญิง (หรือแล้วแต่ทางวัดจะจัดให้) 
เป็นห้องพัดลม มีห้องน้ำในตัว 
โรงแรม พักห้องละ 2 ท่าน
เงินทำบุญ ค่าธรณีสงฆ์-ค่าน้ำค่าไฟ-ค่าอาหาร ทุกวัดที่เข้าพัก
เงินทำบุญ ถวายพระธรรมวิทยากร
ค่ารถปรับอากาศตลอดเส้นทาง
ค่าบัตรเข้าชมสถานที่ต่างๆ เฉพาะตามที่ระบุในโปรแกรม
ค่าบริการ หัวหน้าทัวร์คนไทย 
   ประกันอุบัติเหตุ  
CHARTIS New Hampshire Insurance  วงเงิน 2,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท 
เงื่อนไข- ภายใต้ข้อตกลงที่มีไว้กับบริษัทประกันชีวิต ครอบคลุมเฉพาะกรณีอุบัติเหตุ 
ไม่ครอบคลุมกรณี มีโรคประจำตัว เจ็บป่วย เป็นไข้หวัด ท้องเสีย หรืออาหารเป็นพิษ ระหว่างเดินทาง
  ราคานี้ไม่รวม-
ค่ากล้องถ่ายรูป และ ค่ากล้องวีดีโอ ซึ่งเรียกเก็บเป็นบางสถานที่
ค่าทิป escort หรือผู้ช่วยหัวหน้าทัวร์ ชาวอินเดีย
ค่าทิป หัวหน้าทัวร์คนไทย
ค่าทิป คนขับรถ เด็กรถ เด็กยกกระเป๋า และทิปอื่นๆ
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ
  ค่าทิป-  (ให้ในวันสุดท้าย ของการเดินทาง)
  ทีมงานอินเดีย (ไกด์ท้องถิ่น คนขับรถ เด็กรถ) 
    เผื่อเงินไว้ประมาณ 1,400 รูปี หรือ 700 บาท สำหรับ 7 วัน ในอินเดีย
  เด็กยกกระเป๋า ควรให้ไม่ต่ำกว่า 20 รูปี ต่อครั้ง
  หัวหน้าทัวร์คนไทย แล้วแต่ความพอใจ
  หมายเหตุ-
อาหารมื้อเย็น (ท่านใดถือศีล 8 ไม่กินอาหารเย็น ไม่คืนค่าอาหาร เงินทำบุญวัดทั้งหมด)
การเข้าพักที่วัด ทางเราได้จัดเตรียมเงินทำบุญ ถวายเป็นค่าธรณีสงฆ์
ค่าน้ำ-ไฟ ค่าอาหาร ไว้แล้ว ตามความเหมาะสม ถ้าใครต้องการจะทำบุญเพิ่มก็แล้วแต่ศรัทธา
     
               
การชำระเงิน
1) จ่ายมัดจำ จำนวน 5,000  บาท ทันทีที่จอง
2) จ่ายงวดแรก จำนวน 21,000  บาท ภายในวันที่   4 ธันวาคม 60
3) จ่ายส่วนที่เหลือ จำนวน 21,000  บาท ภายในวันที่   4 มกราคม 61
              
         
เงื่อนไขการให้บริการ
  จองล่วงหน้าตามช่วงเวลาที่กำหนด ชำระเงินตามเงื่อนไขข้างต้น
ขอยกเลิกการเดินทาง ยึดเงินมัดจำ และหักค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง 
และ/หรือ ขอยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน เก็บค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน
  เมื่อท่านออกเดินทางกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง 
เช่น ไม่เที่ยวบางรายการ ไม่ทานอาหารบางมื้อ หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่า
ท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจำคืนได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  รณีที่การตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศ ปฏิเสธมิให้เดินทาง
ออกหรือเข้าประเทศในรายการเดินทาง หรือ กรณีความล่าช้าจากสายการบิน
การประท้วง, การนัดหยุดงาน, การก่อจลาจล 
ทางเราขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  เมื่อท่านตกลงชำระเงิน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน 
ถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ที่ได้ระบุไว้แล้วทั้งหมด
         
            
ขั้นตอนง่ายๆในการจองทริปกับเรา
1  2  3  4 
คลิกเพื่อจองทริป คลิกตรวจรายชื่อ คลิกเพื่อโอนเงิน คลิกเพื่อส่งเอกสาร
       
บริการของเรา
คำแนะนำ เตรียมของ เตรียมของ ฝากแลกเงิน จองโรงแรม
         
             
           
  ถ้ามีปัญหาสั่งพิมพ์ไม่ได้ กรุณาโทรแจ้ง 024054561, 0816928233 
หรือส่ง email แจ้งขอโปรแกรมได้ที่ 
info@wanramtang.com
 
               
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ที่อยู่ แผนที่ วันแรมทาง
บ้านวันแรมทาง
1/60 ซ. อนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
โทรศัพท์  024054561
แฟกซ์  024054560
มือถือ - ปลา 0898119139 (AIS)
มือถือ - นุ้ย 0816928233 (DTAC)
Email info@wanramtang.com  และ  wanramtang@hotmail.com
Line ID/โทรศัพท์ wanramtang3 / 0876997475
 
วันทำงาน วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00-18.00 น.
วันเสาร์ เวลา 09.00-12.00 น.
วันอาทิตย์ หยุดงาน งดการติดต่อทุกเรื่อง
ถ้าไม่รับสายหรือโทรไม่ติด กรุณาส่งเป็นข้อความ sms ส่ง email หรือ Line

        

หรือติดต่อผ่านระบบอัตโนมัติ ด้านล่างนี้

 


ชื่อ :  *
เบอร์โทรศัพท์ :  *
อีเมล :  *
ชื่อทริปเดินทาง :  *
วันที่เดินทาง :  *
ต้องการ : จองทริป
สอบถาม
หัวข้อที่ต้องการสอบถาม :
รายละเอียด :



โปรแกรม สังเวชนียสถาน

สังเวชนียสถาน (14-23 ตุลาคม 2560) article
สังเวชนียสถาน ถ้ำอชันต้า (24 พฤศจิกายน - 5 ธันวาคม 2560) article
สังเวชนียสถาน ถ้ำอชันต้า (24 พฤศจิกายน - 5 ธันวาคม 2560)
สังเวชนียสถาน ทริปปีใหม่ (24 ธันวาคม - 3 มกราคม 2561) article
สังเวชนียสถาน ทัชมาฮาล (2-11 มีนาคม 2561) article



dot
รับข่าวการเดินทาง

dot
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/06037
ติดต่อเรา
โปรแกรมการเดินทาง
แพ็คเกจ เที่ยวอินเดีย
dot
dot
dot
dot
dot
dot










อุณหภูมิ พยากรณ์อากาศ


Copyright © 2007-2017 สงวนลิขสิทธิ์ภาพและบทความที่จัดทำขึ้นโดยเว็บไซต์ ห้ามลอกโดยเด็ดขาด
ติดต่อเรา
บริษัท อัพเดททัวร์แอนด์ทราเวล จำกัด
เลขที่ 1/60 ซอยอนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
โทรศัพท์ : 024054561 , 0816928233 (dtac) , 0898119139 (ais) โทรสาร : 024054560
Email : info@wanramtang.com , wanramtang@hotmail.com
Line ID: wanramtang3