7 - 15 เมษายน 52 : ชิมลา -อัม...
ReadyPlanet.com


7 - 15 เมษายน 52 : ชิมลา -อัมริตสา - ธรรมศาลา
avatar
วันแรมทาง


ทริปกึ่งสำรวจ + ไปส่งน้องตาล สู่ "ธรรมศาลา"
ทริปนี้เที่ยวไปตามรายทาง กว่าจะส่งน้องถึงที่หมาย ก็ใช้เวลาเที่ยวไปหลายวัน
ก็มันเป็นทริปสำรวจด้วยน่ะ เลยต้องเข้า concept ไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก (ไม่เหนื่อยก็พัก) แบบว่าไปพักผ่อนจริงๆ นะ จะบอกให้...


กลับมาได้ครึ่งเดือนแล้วจ้า แต่งานล้นมือ เลยเพิ่งได้ฤกษ์มาเล่าเรื่องการเดินทางของทริปนี้ ทริปนี้ใช้ชื่อว่า "ทริปไปส่งตาล" ทริปนี้สนุกสนาน ได้สัมผัสหลากรสชาติ ทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ตามสไตล์ทริปสำรวจของวันแรมทางค่ะ เจอทั้งร้อน ทั้งหนาว ทั้งเศร้า (ฝนตกน่ะ) แต่พวกเรา 5 สาวก็พร้อมลุยค่ะ 
ใครที่รอติดตามชมทริปนี้อยู่ ไปลุยด้วยกันเลยค่ะ..

สมาชิกจากซ้ายไปขวา
1.ปลา  2.น้องตาล 3.พี่จี้  4.พี่น้อง

หมายเหตุ-
นุ้ย (ผู้น่าสงสาร) เป็นตากล้องอีกตามเคยค่ะ



ผู้ตั้งกระทู้ วันแรมทาง กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2009-05-06 16:07:46 IP : 58.9.27.77



ความคิดเห็นที่ 189 (1331499)
avatar
คนแรมทาง
image

ส่งความคิดถึงฝากโปสการ์ดกลับมาถึงคนที่บ้านกันซะหน่อย
ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-26 15:11:05 IP : 58.9.33.116


ความคิดเห็นที่ 188 (1331498)
avatar
คนแรมทาง
image

หลังจากเข้าร้านนั้นออกร้านนี้กันอยู่พักหนึ่ง เราก็สรุปกันว่าจะใช้บริการของเอเย่นต์เดิม Sly Line Travels ค่ะ เพราะเคยใช้บริการแล้ว รู้สึกคุ้นเคย คุยกันรู้เรื่อง และอยู่ใกล้โรงแรมที่เราพัก ที่สำคัญดูไว้ใจได้ เพราะพวกเรา (พี่ปลา นุ้ย และตาล) จะลงไปส่งพี่น้องกับพี่จี้ขึ้นรถไฟเที่ยว 21.30 แล้วกลับขึ้นมาธรรมศาลาพร้อมรถ ซึ่งกว่าจะกลับมาถึงก็ดึก เลยต้องเลือกที่น่าไว้ใจหน่อย

พอสรุปเรื่องค่าเหมารถ (รถโตโยต้า Innova ไป-กลับ 2,500 รูปี) และนัดเวลามารับตอน 16.30 น. เรียบร้อย คราวนี้ก็ได้เวลาเดินเที่ยวค่ะ โดยเฉพาะพี่น้องกับพี่จี้ที่วันนี้เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะช็อปปิ้งของฝากกันแล้ว เต็มที่เลยค่ะพี่ท่าน

ระหว่างเดินเลือกซื้อของถูกใจ ถ้าเห็นป้าย Guest House น่าสนใจ พวกเราก็จะเข้าไปเยี่ยมชมด้วย เพราะพรุ่งนี้นุ้ย พี่ปลาและน้องตาลจะต้องย้ายที่พักกันแล้วค่ะ เลยต้องเตรียมมองหาไว้ก่อน โดยเฉพาะน้องตาล เพราะต้องอยู่ที่นี่คนเดียวไปอีก 3 เดือน

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-26 15:09:17 IP : 58.9.34.134


ความคิดเห็นที่ 187 (1331496)
avatar
คนแรมทาง
image

การเดินทางจากธรรมศาลาไปเดลลีนั้น นอกจากทางรถไฟแล้ว ยังสามารถเดินทางโดยรถบัสปรับอากาศจากธรรมศาลาไปเดลลีได้เลย หรือจะใช้บริการสายการบินภายประเทศบินตรงไปลงเดลลีก็ได้ค่ะ แต่มีแค่วันละเที่ยวบินเดียว ออกตอนเย็นๆ ประมาณ 6 โมง ที่สำคัญคือค่าตั๋วแพงค่ะ เที่ยวเดียวประมาณ 5,000 - 6,000 บาทเป็นอย่างต่ำขึ้นอยู่กับจองช้าหรือเร็วด้วยค่ะ

ตารางเวลารถบัสที่จะออกจากแม็คลอดกันจ์ และธรรมศาลา (คือต้องไปขึ้นรถที่ธรรมศาลาด้านล่างค่ะ) มีวันละหลายเที่ยว และหลายเส้นทาง เลือกเอาเองตามแต่ความต้องการ อันนี้มาเล็งไว้ก่อน เพราะอีกไม่กี่วันหลังจากทำภารกิจส่งน้องตาลเข้าเรียนแล้ว นุ้ยกับพี่ปลาก็ต้องกลับไปเดลลีเช่นกัน และตั้งใจว่าจะนั่งรถบัสจากธรรมศาลาไปค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-26 14:50:32 IP : 58.9.33.116


ความคิดเห็นที่ 186 (1331493)
avatar
คนแรมทาง
image

สวัสดีวันใหม่ หายไปตั้ง 3 วัน ป่านนี้แฟนๆ หนีหายไปหมดแล้วแน่เลย ขออภัยอย่างแรงที่พาเที่ยวธรรมศาลาไม่ต่อเนื่องเสียที ช่วงนี้การงานยุ่งเยินเหลือหลายค่ะ บ่ายนี้ดีขึ้นหน่อยแล้ว เลยแว็บมาปฏิบัติภารกิจที่ค้างคาอยู่ให้เสร็จเสียที (วันนี้จะเสร็จหรือเปล่าไม่รู้นะ ช่วงเย็นมางานข้างนอกอีกอ่ะ เอาเป็นว่าจะพยายามแล้วกันนะ)

วันอังคารที่ 14 เมษายน 2552  ธรรมศาลา - เดลลี
เช้านี้อากาศแจ่มใส ฟ้าเปิดค่ะ ขึ้นไปบนดาดฟ้าของโรงแรมก็ได้ยลโฉมยอดเขาหิมะกันแล้ว หลังจากทานอาหารเช้าเรียบร้อย วันนี้พวกเรามีภารกิจแรกคือติดต่อรถที่จะลงไปส่งพี่น้องกับพี่จี้ขึ้นรถไฟที่สถานี Chakki Bank ไปเดลลีคืนนี้ (ขามาเราลงรถไฟที่สถานีปาทันโกฏ แต่ขากลับรถที่จะไปเดลลีจากปาทันโกฏเต็ม พี่ปลาเลยเช็คสถานีใกล้เคียง ก็ได้ที่ชากกี้แบงค์นี่แหละ รถไฟขบวนราชธานีด้วย ถือว่าเป็นขบวนรถไฟที่ดีที่สุดขบวนหนึ่งของอินเดีย บริการดี มีอาหารเสิร์ฟ และที่สำคัญคือตรงเวลา พอจองได้ขบวนนี้ก็โล่งใจว่าพี่น้องกับพี่จี้จะไม่ตกเครื่องพรุ่งนี้แน่นอน)

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-26 14:21:16 IP : 58.9.33.116


ความคิดเห็นที่ 185 (1331108)
avatar
คนแรมทาง
image

เดินกันจนสุดถนนสาย Jogibara เลี้ยวขวาเข้าถนน Bhagsu อีกไม่กี่ก้าวก็ถึงที่พักโรงแรมอินเดีย เฮ้าส์ของพวกเราแล้ว เข้าไปพักผ่อนกันสักหน่อยแล้วค่อยออกไปหาข้าวกินกัน (ควบมื้อกลางวันกับมื้อเย็นค่ะ กลุ่มนี้ประหยัดค่าอาหารมื้อหลักดีจริงๆ แต่จะทุ่มเทกับอาหารว่างระหว่างมื้ออย่างชากาแฟกับขนมยามบ่าย ซึ่งก็ไม่มีใครค้านกันเลยสักคน คอเดียวกันทั้งหมด ทุกอย่างเลยโอเค)

มื้อเย็นนี้ทีแรกตั้งใจว่าจะลองชิมอาหารที่ร้าน McLol Restaurant เพราะจากข้อมูลในโลนลี แพลนเน็ท แนะนำว่าโอเค แต่....

ไม่ใช่สำหรับพวกเรา ไม่ใช่เพราะรสชาติอาหารนะ เพราะพวกเรายังไม่ทันได้สั่งเลย ก็ดันมีเหตุเสียก่อน เรื่องมีอยู่ว่า...
พวกเราขึ้นไปด้านบนของร้าน เลือกโต๊ะนั่งเรียบร้อย พี่ปลากำลังศึกษาเมนูอยู่ แล้วก็บ่นๆ ว่าไม่ค่อยมีอะไรเลย ระหว่างนั้นนุ้ยก็กะว่าจะถ่ายรูปบรรยากาศในร้านเพื่อเอามาแนะนำในกระทู้ถ้ามันโอเคจริงๆ เผื่อใครจะไปลองบ้าง ถ่ายได้หนึ่งรูป (คือรูปที่เห็นนี่แหละ) อยู่ๆ ก็มีผู้ชายรุ่นใหญ่คนหนึ่ง(ซึ่งนั่งอยู่กับสาว) ลุกขึ้นมาโวยวายว่าไม่ให้ถ่าย ห้ามถ่ายรูปเค้า ทั้งที่เราก็ไม่ได้จะถ่ายมันเสียหน่อย แต่เค้าคงคิดว่าภาพนี้ติดเค้ามั้ง (สงสัยเป็นคนดังในพื้นที่ควงกิ๊บหนีเมียมาเที่ยวมั้ง) ช่างเถอะ...ไม่ถ่ายก็ได้ แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น ทั้งที่เราก็หมดอารมณ์จะถ่ายรูปแล้ว แต่พวกพนักงานในร้านยังจะโชว์พาวว์ตรงเข้ามาหาช่วยกันบอกว่าไม่ให้ถ่ายรูปไปทางนั้น (แทนที่จะเข้ามาขอโทษแทนลูกค้าโต๊ะนั้นที่โวยวายใส่เราซึ่งเป็นลูกค้าเหมือนกัน) เท่านั้นแหละ....อารมณ์เสีย ก็ไม่ถ่ายแล้วไง แล้วก็ไม่อย่ากินแล้วด้วย พี่ปลาเองก็ยังไม่รู้จะสั่งอะไร เลยพร้อมใจกันลุก ไปหาที่อื่นกินกันดีกว่า เดินลงมาผ่านชั้นล่างพนักงานที่ประจำอยู่ก็พยายามถามว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะทั้งร้านมีแค่กลุ่มเราที่มากัน 5 คน กับคุณผู้ชายจอมโวยที่มากับสาว แล้วก็อีกโต๊ะหนึ่งที่มากันสองคน(ถ้าจำไม่ผิด) สรุปแล้วเราเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่สุด และตั้งใจมากินแบบมื้อหลัก ไม่ใช่แค่นั่งดื่ม พวกเราเดินออกจากร้านมา รายได้ก็หายไปเห็นๆ

สุดท้ายพวกเราเลยเดินไปกินที่ร้านอาหารอิตาเลี่ยนที่ชื่อ Oogo"s Cafe Italiano จำได้ว่ารสชาติอาหารโอเคนะ คนเต็มร้านเลย โดยเฉพาะฝรั่ง (ร้านนี้เล็งกันไว้ตอนเดินผ่าน เห็นคนเยอะดี น่าจะอร่อย เลยต้องลอง)

ท้องอิ่มกันแล้ว ก็กลับเข้าที่พักกันเลย เพราะร้านรวงที่ขายของก็เริ่มทยอยกันปิดร้านแล้ว กลับไปนอนหลับพักผ่อนกันดีกว่า พรุ่งนี้ยังมีเวลาเที่ยวในธรรมศาลาอีกหนึ่งวันเต็ม (สำหรับพี่น้องกับพี่จี้) ก่อนจะไปขึ้นรถไฟกลับเดลลีช่วงค่ำ ไม่มีโปรแกรมเที่ยวอะไรก็จะไปเดินหาที่เรียนภาษาให้น้องตาลด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ

ได้เวลานอนอีกแล้ว ราตรีสวัสดิ์ธรรมศาลา

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-22 23:31:22 IP : 58.9.32.110


ความคิดเห็นที่ 184 (1331103)
avatar
คนแรมทาง
image

เสื้อผ้าที่นี่สีสันสดใส มีหลากแบบหลายสไตล์ มากมายหลายร้าน แต่ละร้านก็เลยต้องพยายามโชว์สินค้ากันเต็มที่ (อย่างที่เห็น)

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-22 22:23:12 IP : 58.9.32.110


ความคิดเห็นที่ 183 (1331101)
avatar
คนแรมทาง
image

บนแม็คลอดกันจ์มีถนนให้เดินเที่ยวชมสินค้า และเป็นแหล่งรวมร้านอาหารต่างๆ อยู่ 2 เส้นทางหลักๆ ขนานกันค่ะ แต่ถ้าเป็นร้านกาแฟส่วนใหญ่จะอยู่บนถนน Temple Rd. คือถนนเส้นทางมุ่งสู่วัดนัมกัลค่ะ

มุมนี้มีสองร้านอยู่ใกล้ๆ กัน ชื่อร้าน Mandala Coffee House กับร้าน Moonpeak Espresso เป็นร้านใหญ่ที่ดูดีมีสกุลทีเดียว....ไว้เจอกันวันหลังนะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-22 22:13:55 IP : 58.9.32.110


ความคิดเห็นที่ 182 (1331099)
avatar
คนแรมทาง
image

ขออภัยที่ปล่อยให้นั่งพักผ่อนอยู่ที่ร้านนี้มาข้ามวันแล้ว ได้เวลาออกมาเดินเที่ยวในเมืองกันแล้วแหละ

ข้าวของที่ขายอยู่สองข้างทางโดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกเครื่องเงิน เครื่องประดับแนวทิเบต ซึ่งประกอบด้วยเงินและหินต่างๆ นอกจากนั้นก็จะเป็นพวกงานผ้า และของที่ระลึกต่างๆ ค่ะ

เราได้สร้อยข้อมือร้อยเชือกจากร้านนี้มาคนละเส้นกับพี่ปลาด้วย...ชอบๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-22 21:58:45 IP : 58.9.32.110


ความคิดเห็นที่ 181 (1330909)
avatar
คนแรมทาง
image

ในที่สุดก็ถึงที่หมาย ร้าน Tenyang Coffee House ค่ะ ใครอยากลองอะไรก็เลือกสั่งกันเอา ส่วนของนุ้ยยังปักใจกับน้ำขิงใส่น้ำมะนาวน้ำผึ้งอยู่ค่ะ แล้วที่นี่ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง อร่อยใช้ได้ ใส่ขิมหั่นเป็นชิ้นๆ รสชาติกลมกล่อมทีเดียว ถูกใจอย่างแรงค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 18:04:07 IP : 58.9.31.58


ความคิดเห็นที่ 180 (1330908)
avatar
คนแรมทาง
image

ใช้เวลาที่วัดกันพอสมควรแล้ว พวกเราก็ออกมาเดินเล่นและช็อปปิ้งกันค่ะ โดยมีจุดหมายอยู่ที่ร้านกาแฟร้านหนึ่งที่แอบเล็งกันไว้ตั้งแต่ขามา ระหว่างเส้นทางก็ชมร้านรวงไปเรื่อยๆ ค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 18:00:05 IP : 58.9.31.58


ความคิดเห็นที่ 179 (1330905)
avatar
คนแรมทาง
image

ภาพวาดที่ประดับอยู่ที่ผนังด้านบนนั้นดูคุ้นๆ นะ พระมหาเจดีย์พุทธคยานั้นเองค่ะ ในฤดูแสวงบุญ พระลามะและชนชาวทิเบตจำนวนมากจะเดินทางสู่มหาเจดีย์พุทธคยา ด้วยความเชื่อเช่นเดียวกับพุทธศาสนิกชนชาวไทย และชาวพุทธทั่วโลกค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 17:57:33 IP : 58.9.31.58


ความคิดเห็นที่ 178 (1330904)
avatar
คนแรมทาง
image

กราบนมัสการพระกันเรียบร้อยก็ออกมาชมบรรยากาศด้านนอกกันค่ะ พระลามะกำลังปุจฉา-วิสัชนากันอยู่ (ถาม-ตอบ ปัญหาทางธรรมค่ะ)
ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 17:53:54 IP : 58.9.31.58


ความคิดเห็นที่ 177 (1330903)
avatar
คนแรมทาง
image

ตู้พระคัมภีร์ค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 17:50:16 IP : 58.9.31.58


ความคิดเห็นที่ 176 (1330902)
avatar
คนแรมทาง
image

คุณลุงคนนี้ค่ะ ผู้เติมน้ำมันตะเกียง (จริงๆ แล้วเราได้เห็นพิธีเติมน้ำมันตะเกียงนี้ตอนที่มากราบนมัสการลาและขอพรในวันที่นุ้ยกับพี่ปลาจะกลับจากธรรมศาลาไปเดลลีค่ะ)
ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 17:48:21 IP : 58.9.31.58


ความคิดเห็นที่ 175 (1330899)
avatar
คนแรมทาง
image

ถัดมาเป็นรูปเคารพของพระโพธิสัตว์ปางประทับนั่ง รูปเคารพทั้งสององค์รวมถึงเครื่องบูชาแวดล้อมโดยรอบนั้นสวยงามมากๆ ถึงขนาดต้องติดประตูกั้นไว้เป็นสัดส่วน (ต้องใช้ความพยายามถ่ายให้สวยโดยการยื่นกล้องเข้าไปในระหว่างช่วงประตูบานเหล็กบานเลื่อนค่ะ) ประตูจะเปิดออกเมื่อมีคนต้องการทำบุญบูชาพระโพธิสัตว์โดยการเติมน้ำมันตะเกียง แต่ไม่ได้ให้เข้าไปเติมเองนะ ต้องเอาเงินทำบุญใส่ตู้ แล้วจะมีเจ้าหน้าที่คอยเข้าไปเติมน้ำมันให้ค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 17:43:12 IP : 58.9.31.58


ความคิดเห็นที่ 174 (1330896)
avatar
คนแรมทาง
image

เบื้องขวาของพระประธานประดิษฐานพระรูปเคารพของพระมหาโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรปางพันเนตรพันกร (พระแม่กวนอิมปางพันกร)

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 17:26:33 IP : 58.9.31.58


ความคิดเห็นที่ 173 (1330892)
avatar
คนแรมทาง
image

โดยรอบมีภาพทังก้าประดับอยู่ทั้งเล็กทั้งใหญ่ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 16:32:46 IP : 58.9.31.58


ความคิดเห็นที่ 172 (1330886)
avatar
คนแรมทาง
image

เข้าไปไหว้พระกันค่ะ ธรรมาสน์(เรียกอย่างนี้หรือป่าวไม่รู้) ที่คลุมผ้าอยู่ด้านหน้าพระประธานนี้คือที่ประทับของท่านดาไล ลามะ เวลาที่ออกแสดงธรรมค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 16:24:52 IP : 58.9.31.58


ความคิดเห็นที่ 171 (1330880)
avatar
คนแรมทาง
image

จากโบสถ์แล้วก็ไปวัดกัน ที่นี่คือจุดหมายสุดท้ายของวันนี้ค่ะ วัดนัมกัล (Namgyal Temple) ซึ่งมีความสำคัญมากที่สุดในเมืองธรรมศาลา เป็นศูนย์กลางของพระลามะแห่งหิมาลัย เป็นพระอารามหลวงใกล้ตำหนักพำนักของท่านดาไล ลามะผู้นำแห่งทิเบตพลัดถิ่นแล้วยังถือเป็นวัดใหญ่มีความสำคัญในแง่ของการประกอบพิธีกรรมการให้การศึกษาแก่นักเรียนพระชาวทิเบตอพยพอีกด้วย วัดนัมกัลนี้ มีที่มาจากวัดนัมกัลในทิเบต เดิมมีชื่อว่าวัดเฟนเดเล็คชีลิง (Phende Lekshe Ling) สร้างโดยเกนดุล กยัตโส ดาไลลามะองค์ที่สอง จุดประสงค์เพื่อดำเนินกิจกรรมทางศาสนาซึ่งเกี่ยวพันกับการประกอบพิธีกรรมแก่เทพแห่งการมีอายุยืน เมื่อท่านดาไลลามะองค์ที่สิบสี่ หรือองค์ปัจจุบันลี้ภัยมายังอินเดีย ธรรมเนียมพิธีโบราณของวัดนัมกัลในทิเบตจึงได้รับการรื้อฟื้นใหม่ที่แม็คลอดกันจ์ เมืองธรรมศาลานี้

มาถึงที่วัดพระลามะกำลังสวดมนต์กันอยู่พอดีค่ะ (เหมือนจะมีพิธีบางอย่างที่พิเศษกว่าการสวดมนต์ปกติด้วยนะ เพราะมีเครื่องบูชาชุดใหญ่อยู่ด้วย)

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 16:14:44 IP : 58.9.31.58


ความคิดเห็นที่ 170 (1330871)
avatar
คนแรมทาง
image

ที่บริเวณด้านหลังของโบสถ์เป็นสุสานฝังศพค่ะ แล้วก็มีต้นไม้ ดอกไม้ขึ้นอยู่ทั่วไป ที่สะดุดตาก็คือดอกไม้สีม่วงๆ นี่แหละ นามว่าอันใดก็ไม่อาจทราบได้ แต่สวยแปลกตาดีค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 15:22:51 IP : 58.9.31.58


ความคิดเห็นที่ 169 (1330867)
avatar
คนแรมทาง
image

วันนี้วันจันทร์โบสถ์ปิดค่ะ จะเปิดเฉพาะวันอาทิตย์และวันที่มีงานพิธี

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 15:13:32 IP : 58.9.31.58


ความคิดเห็นที่ 168 (1330864)
avatar
คนแรมทาง
image

ที่นี่คือโบสถ์เซนต์จอห์นค่ะ บรรยากาศตอนที่ไม่มีแดดให้อารมณ์หนังผีฝรั่งมากๆ โบสถ์เก่าๆ ต้นไม้ครื้มๆ อากาศเย็นๆ สยองจริงๆ
ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 15:08:34 IP : 58.9.31.58


ความคิดเห็นที่ 167 (1330861)
avatar
คนแรมทาง
image

ลงมาจากจุดชมวิว ก็มาแวะที่ทะเลสาปดาล (ที่นี่ชื่อ Dal Lake เหมือนกันกับที่ศรีนาการ์ แต่ว่าเล็กกว่ามากกกกกก) แล้วก็อย่างที่เห็นในภาพ คือไม่มีอะไรนอกจากบ่อน้ำเล็กๆ ตื้นๆ กับต้นสนที่ล้อมรอบ ที่สวยน่าจะเป็นต้นสนมากกว่า (แต่ในฤดูที่น้ำเยอะกว่านี้ก็อาจจะดูดีก็ได้นะ) เห็นอย่างนี้พวกเราก็เลยไม่ได้เข้าไปด้านใน ชมแค่ด้านนอกก็เพียงพอแล้ว ใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณ 10 นาที (รวมที่เข้าไปซื้อน้ำในร้านด้วยนะ) แล้วก็ออกเดินทางต่อ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 14:59:31 IP : 58.9.31.58


ความคิดเห็นที่ 166 (1330838)
avatar
คนแรมทาง
image

เห็นภูเขาหิมะอยู่ใกล้ๆ อย่างนี้แต่อากาศกลับไม่เย็นเท่าไหร่นะ อาจจะเพราะแดดแรงด้วยมั้ง แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูหนาวน่าจะเอาเรื่องอยู่ คงจะหิมะเต็มเมืองเหมือนกัน เพราะที่พักแถวนี้ใช้ชื่อว่า Snow ทั้งนั้นเลย

เดินชมบรรยากาศแถวนี้ได้สักพักก็เต็มอิ่มกัแล้ว ไปต่อกันดีกว่า ระหว่างนั่งรถกลับลงมาเห็นวิวบ้านเรือนที่มีภูเขาหิมะเป็นฉากหลังแล้วชอบจัง ดูแล้วสวยดีค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 11:50:29 IP : 58.9.31.58


ความคิดเห็นที่ 165 (1330836)
avatar
คนแรมทาง
image

ส่องด้วยกล้องของเราเองก็จะเห็นประมาณนี้ค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 11:28:17 IP : 58.9.31.58


ความคิดเห็นที่ 164 (1330835)
avatar
คนแรมทาง
image

ออกมาจากวัดแล้วเราก็ไปต่อกันที่จุดชมวิวเทือกเขาหิมาลัยค่ะ ตรงนี้เรียกว่า View Point Naddi แต่วันนี้ท้องฟ้ามีเมฆค่ะ เลยมองไม่ค่อยเห็นยอดเขา ตรงนี้มีกล้องส่องทางไกลไว้ให้บริการด้วย คนละ 10 รูปีค่ะ พร้อมกับมีคนบรรยายว่ายอดไหนชื่ออะไร แต่พวกเราไม่ได้ลองส่องเพราะคงไม่ได้เห็นอะไรมากไปกว่าที่มองด้วยตาเปล่า ก็เมฆมันบังหมดน่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 11:26:44 IP : 58.9.31.58


ความคิดเห็นที่ 163 (1330801)
avatar
คนแรมทาง
image

งูเห่าเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของพระศิวะ เสมือนเครื่องประดับประจำพระองค์ที่จะทรงคล้องไว้ที่พระสอหรือคอเสมอ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 00:57:02 IP : 58.9.31.58


ความคิดเห็นที่ 162 (1330800)
avatar
คนแรมทาง
image

ส่วนเจ้าแพะตัวนี้สงสัยจะเป็นแพะเทพค่ะ เพราะเป็นเจ้าถิ่นเดินไปเดินมาเล็มกินน้ำตาลที่ผู้คนนำมาบูชาเทพโดยไม่มีใครว่าอะไรค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 00:54:47 IP : 58.9.33.105


ความคิดเห็นที่ 161 (1330799)
avatar
คนแรมทาง
image

สาวๆ ที่นี่สีสันสดใสค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 00:52:58 IP : 58.9.33.105


ความคิดเห็นที่ 160 (1330796)
avatar
คนแรมทาง
image

เดินถัดจากบ่อน้ำเข้าไปด้านในเป็นทางไปน้ำตกค่ะ แต่มองจากระยะไกลก็เห็นว่าแทบไม่มีน้ำเลย พวกเราก็เลยเดินออกมาที่วัดฮินดูกัน วัดนี้บูชาพระศิวะค่ะ โดยรอบจะมีรูปเคารพของพระศิวะและพระแม่อุมา มีรูปปั้นวัวซึ่งเป็นพาหนะของพระศิวะ และงูซึ่งเป็นสัญลักษณ์ด้วย
ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง (supansa_c-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-05-21 00:28:18 IP : 58.9.31.58






กระทู้นี้ไม่เปิดให้แสดงความคิดเห็น

Copyright © 2007-2037 สงวนลิขสิทธิ์ภาพและบทความที่จัดทำขึ้นโดยเว็บไซต์ ห้ามลอกโดยเด็ดขาด