dot dot
17 วัน ทัวร์สปิติวัลเล่ย์ อินเดีย (27 กรกฎาคม - 12 สิงหาคม 2562) article
อัพเดทโปรแกรม 20/7/2561
   จองกันยาวๆจองข้ามปี
  ใครอยากไปลงชื่อจองได้เลย เงินยังไม่ต้องจ่าย
            

เที่ยว SPITI VALLEY     ใจไม่รักไปไม่ได้ 

ยิ่งกว่าคำว่า เจาะลึก กับอารยธรรมที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาไกลโพ้น
ชวนไปถ่ายรูป ใช้เวลาเต็มเหนี่ยว แสงเช้า แสงเย็น แสงดาว 
ทางช้างเผือก ท้องทุ่งกว้าง แม่น้ำสีฟ้า ท้องฟ้าสีเงิน
นอนโฮมสเตย์ สัมผัสวิถีชีวิต ในดินแดนที่น้อยคนนักจะได้ไปเยือน
หุบเขาสปิติ   เส้นทางตอนเหนือของอินเดีย ในรัฐหิมาจัลประเทศ ติดทิเบต ติดเทือกเขาหิมาลัย
          
    
  ทัวร์อินเดีย ..  
  กรุงเทพ เดลลี จันดิการ์ ซิมล่า สปิติวัลเลย์ มะนาลี คุรุ เดลลี  กรุงเทพ
17 วัน สปิติวัลเล่ย์
27 กรกฎาคม - 12 สิงหาคม 2562
17 วัน 15 คืน
เปิดรับ 12 ท่าน *เดินทางขั้นต่ำ 6 ท่าน

66,000 บาท

*ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน

             
หุบเขาสปิติ หรือ สปิติวัลเล่ย์   เส้นทางตอนเหนือใน รัฐหิมาจัลประเทศ ประเทศอินเดีย ติดทิเบต ติดเทือกเขาหิมาลัย เป็นดินแดนที่ยากต่อการเข้าถึง ไม่มีเครื่องบิน บินตรงสู่เมืองนี้ ต้องนั่งรถเข้าไปเท่านั้น สองข้างทางที่ต้องผ่านเข้าไปในแต่ละเมือง สวยงามมากอย่าน่าอัศจรรย์ มีอารยธรรมที่แต่งต่างและแปลกตา เหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกใบหนึ่ง ครั้งหนึ่งในชีวิต ควรไปให้ได้สักครั้ง
คำเตือน..ด้วยรักและห่วงใย
เขาบอกกันว่าที่นี่ คือ "สถานที่ที่สวรรค์กับโลกมนุษย์มาบรรจบกัน" ถึงแม้ว่า เส้นทางนี้งดงามเกินบรรยาย ชนิดที่เรียกว่า ควรไปเห็นด้วยตาให้ได้สักครั้งในชีวิต ถึงแม้ว่า เสน่ห์ของทริปนี้ อยู่ที่วิวสองข้างทาง สวยงามจนหลับตาไม่ลง
แต่ ทริปนี้ไม่ได้สะดวกสบาย ไปลำบาก นั่งรถเหนื่อยมาก อาหารพื้นเมืองไม่อร่อย กินกันไม่ได้ !  
ด้วยเป็นพื้นที่ที่อยู่สูงเหนือจากระดับน้ำทะเลเกินกว่า 4,000 เมตร จึงสุ่มเสี่ยงต่ออาการแพ้ความสูง ทำให้ปวดหัว อาเจียน หายใจไม่ทัน หรือหัวใจวาย
ดังนั้น  กรุณาอ่านโปรแกรมดีๆก่อนตัดสินใจจอง 
ถ้าร่างกายไม่แข็งแรง เป็นโรคหัวใจ ความดันสูง หอบหืด ไม่ควรเดินทาง .. หากชวนเพื่อนกรุณาบังคับให้เพื่อนอ่านด้วย เพื่อนที่เรื่องเยอะ ห้ามชวน ! 
        
โปรแกรมการเดินทาง
       

จุดนัดพบ
สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 10 บริเวณที่นั่งหน้าประตู
วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
เวลา 17.00 น. (ห้าโมงเย็น)

             
DAY 01 วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
เที่ยวบิน ระหว่างประเทศ
AI335
    bangkok-delhi
     เวลา 21.05-00.10
สายการบินแอร์อินเดีย

เริ่มโปรแกรมทัวร์-

17.00 น. พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เช็คอินบัตรโดยสารและโหลดสัมภาระ 
*รับ O2 ออกซิเจน แพ็คใส่กระเป๋าใครกระเป๋ามัน คนละ 1 กระป๋อง
*สามารถโหลดกระเป๋าได้หนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม  เท่านั้น

เช็คอินเสร็จแล้ว แยกย้ายกันเข้าด้านใน ผ่าน ตม. รอขึ้นเครื่องพร้อมกัน

ปลา' Tour Leader พาเที่ยว O2 ออกซิเจน แจกที่สนามบิน

21.05 น. ได้เวลาเครื่องออก เดินทางสู่ประเทศอินเดีย 
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง *กินอาหารเช้าบนเครื่องบิน

00.15 น. ถึงแผ่นดินอินเดีย ท่าอากาศยานนานาชาติ กรุงนิวเดลลี
นั่งๆนอนๆที่สนามบิน รอต่อเครื่องตอนเช้า
     
DAY 02 วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
เที่ยวบิน ภายในประเทศ
AI9831
    delhi-chandigarh
     เวลา 05.55-06.55
เส้นทาง  delhi-chandigarh-shimla
เดินทาง delhi-chandigarh นั่งเครื่องประมาณ 1 ชม.
chandigarh-shimla นั่งรถ 4-5 ชม.
  รถ Toyota Innova  นั่งคันละ 3 คน
ที่พัก Hotel Sukhsagar Regency 
(3 ดาว) , SHIMLA
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
*กินอาหารเช้าที่สนามบินเดลลี  มื้อนี้ ต่างคนต่างกิน ไม่รวมในค่าทัวร์
05.55 น. ได้เวลาเครื่องออก 
*ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 
06.55 น. เดินทางถึงเมืองจันดิการ์
รถมารับเดินทางต่อสู่เมืองซิมลา *
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง
ลักษณะรถที่เราใช้ในแคชเมียร์ นั่งคันละ 4-5 คน
รถที่เราใช้ตลอดการเดินทาง นั่งคันละ 3 คน เต็นท์ห้องน้ำของเรา ปวดฉี่จอดได้ทันที
เมืองซิมลา เมืองซิมลา ยามค่ำคืน
เมืองซิมลา Shimla 
เป็นเมืองหลวงของรัฐหิมาจัลประเทศ (Himachal Pradesh) ซึ่งเป็นรัฐหนึ่งที่อยู่ในเขตเทือกเขาหิมาลัย เป็นรัฐชายแดนของอินเดีย มีพื้นที่ติดต่อกับทิเบตทางทิศตะวันออก เมืองซิมลา เป็นเมืองที่อังกฤษใช้เป็น เมืองหลวงในฤดูร้อน (Summer Capital) ในสมัยที่ปกครองอินเดีย ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1864 เป็นเมืองที่มีความเป็นสหราชอาณาจักร แทรกซึมอยู่มากมาย ทั้งสถาปัตยกรรมของ อาคารบ้านเมือง เป็นที่รู้จักในชื่อ เมืองแห่งรีสอร์ท เป็นสถานที่ตากอากาศของชาวอินเดีย เพราะอากาศดีในฤดูร้อน และทัศนียภาพสวยงามมากในฤดูหนาว นอกจากนั้น ในฤดูใบไม้ผลิยังสะพรั่งด้วยดอกไม้หลากสีสัน นานาพันธุ์ ทำให้เมืองซิมลา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตลอดปี
เดินทางถึง เมืองซิมลา  เข้าสู่โรงแรมที่พัก  กินอาหารกลางวัน
ช่วงบ่าย เดินเที่ยว ถ่ายรูป ในเมืองตามอัธยาศัย
เย็นถึงค่ำ- กินอาหารค่ำ แล้วรีบเข้านอนเก็บแรงไว้ไปสัมผัสเสน่ห์ของอินเดียแบบเต็มๆในวันรุ่งขึ้น
                  
DAY 03 วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
เส้นทาง  shimla-sarahan
เดินทาง shimla-saharan  นั่งรถทั้งวัน
  รถ Toyota Innova  นั่งคันละ 3 คน
ที่พัก Hotel Shrikhand 
(Hill Resort) , SARAHAN
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้าที่โรงแรม อิ่มแล้วออกเดินทางกันเลย
มุ่งหน้าสู่ Sarahan *ใช้เวลาเดินทางทั้งวัน ประมาณ 6-7 ชั่วโมง
ระหว่างทาง ผ่านเมืองต่างๆ เช่น เมือง Narkanda เมืองรามปูร์ และ ยอดเขา Hattu Peak แวะเที่ยวไปเรื่อยๆ
เมือง Narkanda  เมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องการปลูกแอปเปิ้ล 
ยอดเขา Hattu Peak  มีวัดเก่าแก่ชื่อ Hatto Mata Temple
ฤดูกาลเก็บแอปเปิ้ล ยอดเขา Hattu Peak
เมืองรามปูร์  (Rampur) 
เมืองนี้เมื่อก่อนเป็นศูนย์กลางการค้า ที่มีทั้งชาวจีน ทิเบต และ ลาดักห์ เข้ามาค้าขาย เป็นเส้นทางการค้าโบราณที่สำคัญ บนเส้นทาง ฮินดูสถานไฮเวย์-ทิเบต ในปัจจุบันเมืองรามปูร์ ก็ยังเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญที่สุดของเมืองซิมลา จากนั้นผ่านเมือง Jeori และเดินทางถึงเมือง Sarahan ในที่สุด
แวะกินอาหารกลางวัน ที่ร้านอาหารพื้นเมืองระหว่างทาง
เย็นถึงค่ำ- เข้าสู่ที่พัก กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน
            
DAY 04 วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
เส้นทาง  sarahan-wangtu-sangla
เดินทาง saharan-sangla นั่งรถ 5-6 ชม.
  รถ Toyota Innova  นั่งคันละ 3 คน
ที่พัก Hotel Prakash Regency 
(Hill Resort) , SANGLA
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้าที่โรงแรม อิ่มแล้วออกเดินทางกันเลย
มุ่งหน้าสู่ Sangla *ใช้เวลาเดินทางทั้งวัน ประมาณ 5-6 ชั่วโมง
ระหว่างทาง ผ่านเมืองต่างๆ แวะเที่ยวไปเรื่อยๆ
วัด Bhima Kali Temple   วัดฮินดูที่มีความสำคัญ สร้างขึ้นเพื่อบูชาเจ้าแม่กาลี
สะพาน Wangtu Bridge   สะพานข้ามแม่น้ำที่เป็นแลนด์มาร์ค ต้องแวะชม 
เมือง Karcham  ผ่านเขื่อนที่มีการกักน้ำเพื่อนำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า หลังจากกระแสน้ำ ไหลผ่านประตูเขื่อน น้ำจะถูกส่งกลับไปที่แม่น้ำ Sutlej โดยคลองส่งน้ำที่มีความยาว 1.2 กม.
  วัด Bhima Kali Temple เส้นทางเรียบผา อันน่าหวาดเสียว  
 วัดพุทธ แห่งเดียวในหมู่บ้าน หมู่บ้านแซงลา 
เมืองแซงลา (Sangla) 
เมืองสวยในหุบเขาบาสป้า หรือหุบเขาแซงลาในเขตคินนัวร์ ตั้งอยู่บนความสูง 2,700 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าสน ลำธาร ไร่แอปเปิ้ล และสวนเชอร์รี่ หุบเขาแซงลา ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในหุบเขาที่สวยที่สุดในเทือกเขาหิมาลัย ที่ซึ่งได้ชื่อว่า เป็นที่ประทับของพระเจ้า ในภาษาธิเบต คำว่า sang แปลว่า แสง ส่วนคำว่า la แปลว่า ทางผ่าน ดังนั้น Sangla จึงแปลว่า ทางเดินของแสง นั่นเอง
แวะกินอาหารกลางวัน ที่ร้านอาหารพื้นเมืองระหว่างทาง
ช่วงบ่าย- เดินทางถึง เมือง Sangla เข้าสู่ที่พัก แล้วไปเดินเที่ยวถ่ายรูปกันที่ วัดฮินดู วัดพุทธ และตลาดในหมู่บ้าน 
กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน 
            
DAY 05 วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
เส้นทาง  sangla-chitkul
เดินทาง sangla-chitkul นั่งรถ 2-3 ชม.
  รถ Toyota Innova  นั่งคันละ 3 คน
ที่พัก Guesthouse 
(Small Guesthouse) , CHITKUL
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า อิ่มแล้วออกเดินทางกันเลย
มุ่งหน้าสู่ หมู่บ้าน Chitkul *ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง
ระหว่างเดินทางเพลิดเพลินกับวิวแม่น้ำ Baspa ที่เชื่อมต่อจากแม่น้ำ Sutlej
เดินทางถึง หมู่บ่าน Chitkul  เข้าสู่ที่พัก กินอาหารกลางวัน 
ความสวยงามของ แม่น้ำ Baspa หมู่บ่าน Chitkul อันเงียบสงบ
หมู่บ้าน Chitkul
เป็นมืองชายแดนที่ติดกับธิเบต สำหรับชาวอินเดียเป็นหมู่บ้านสุดท้าย ที่จะผ่านเข้ามาโดยไม่ต้องใช้ใบอนุญาต ทางหลวงอินเดียก็สิ้นสุดลงที่เมืองนิ้เช่นกัน
ช่วงบ่ายถึงเย็น- ให้เวลาอิสระ ดื่มด่ำธรรมชาติอันบริสุทธิ์ให้เต็มที่ในเมือง 
ไปเที่ยววัดฮินดู เดินเล่น ถ่ายรูปและชมท้องทุ่งข้าวสาลีรอบๆ ตามอัธยาศัย
กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน
           
DAY 06 วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เส้นทาง  chitkul-kalpa
เดินทาง chitkul-kalpa นั่งรถ 3-4 ชม.
  รถ Toyota Innova  นั่งคันละ 3 คน
ที่พัก Hotel Kinner Villa 
(Hill Resort) , KALPA
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้าที่โรงแรม อิ่มแล้วออกเดินทางกันเลย
มุ่งหน้าสู่ เมืองคัลปา Kalpa
 *ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง
*ทำเรื่องใบ permit ขอเข้าเขตแดน สปิติวัลเลย์ 
กินอาหารกลางวัน ที่ร้านอาหารในตัวเมืองคัลป้า
ระหว่างทาง แวะเที่ยว หมูบ้านคัลปา ชมวิวและวัดต่างๆ
เมืองคัลปา (Kalpa) 
ในหุบเขาคินนัวร์ ตั้งอยู่บนความสูง 2,960 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล มีอายุย้อนหลังไปมากกว่าสองพันปี เดิมมีชื่อว่า ชินี่ ตามตำนานกล่าวว่า เมืองชินี่ เปรียบเสมือนเป็นพระราชวังฤดูหนาวขององค์พระศิวะ ในฤดูหนาวพระองค์จะเสด็จจากหิมาลัย มาประทับที่นี่และเสพกัญชาอย่างมีความสุข ในสมัยอาณานิคม ชาวอังกฤษก็นิยมมาพักผ่อนที่นี่ ด้วยทิวทัศน์ที่งดงามและเงียบสงบ นอกจากนั้น ที่นี่ยังเคยเป็นเส้นทางการค้าโบราณของอินโดจีนด้วย

หมู่บ้านคัลปา (Kalpa Village) 
หมู่บ้านเล็กๆในหุบเขา ล้อมรอบด้วยไร่แอปเปิ้ล ทุ่งดอกไม้ และลำธารใส ทิวทัศน์ของยอดเขา คินนัวร์ไกรลาส ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ ที่สูง 6,500 เมตร งดงามดังสวรรค์บนดิน
วัดฮินดู  สถาปัตยกรรมโดดเด่นมีเอกลักษณ์ งานแกะสลักไม้อ่อนช้อย
วัดพุทธ  วัดพุทธทิเบตเก่าแก่ ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน
 หมู่บ้านคัลปา Kalpa Village หมู่บ้านคัลปา Kalpa Village
คินนัวร์ไกรลาส  Kinnaur Kailash 
ยอดเขาที่มีความสูง 6,500 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เป็นยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ทั้งในความเชื่อของศาสนาพุทธและฮินดู ตามตำนานกล่าวว่า มีอสูรตนหนึ่งชื่อ Bhasmasur ได้รับพรวิเศษจากพระศิวะ ว่าเมื่อใดที่อสูรตนนี้ ชี้นิ้วไปที่หัวของใคร คนคนนั้นจะกลายเป็นเถ้าธุลี แต่หลังจากได้รับพร อสูรตนนี้กลับต้องการฆ่าพระศิวะ เพราะหลงรักพระนางปวารตี  พระศิวะจึงต้องหนีและแอบซ่อนตัวตามที่ต่างๆ พระศิวะซ่อนตัวที่ เขาคินนัวร์ไกรลาส อยู่ช่วงเวลาหนึ่ง จนกระทั่ง พระวิษณุ ที่ต้องการช่วยเหลือให้พระศิวะ รอดพ้นจากอันตราย ได้กลายร่างเป็น หญิงสาวแสนสวย มายั่วยวนอสูรให้หลงกล ชวนให้อสูรเคลิบเคลิ้มชี้นิ้วไปที่ศีรษะตัวเอง อสูรจึงกลายเป็นเถ้าถ่านด้วยนิ้วของตัวเอง ในที่สุด
ช่วงบ่ายถึงเย็น- เดินเล่นในหมู่บ้าน ไปเที่ยววัดฮินดู วัดพุทธ
กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน
            
DAY 07 วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เส้นทาง  kalpa-nako
เดินทาง kalpa-nako นั่งรถ 5-6 ชม.
  รถ Toyota Innova  นั่งคันละ 3 คน
ที่พัก Kinner Camps Nako 
(Camp) , NAKO
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้าที่โรงแรม อิ่มแล้วออกเดินทางกันเลย
มุ่งหน้าสู่ เมืองนาโก Nako *ใช้เวลาเดินทางทั้งวัน ประมาณ 5-6 ชั่วโมง
แวะกินอาหารกลางวัน ที่ร้านอาหารพื้นเมืองระหว่างทาง 
การเดินทางในช่วงนี้ ภูเขาที่เคยเขียวชอุ่มในวันแรกๆ จะเริ่มเปลี่ยนเป็นภูเขาโล้นๆ ไม่ค่อยมีต้นไม้ใบหญ้าสักเท่าไหร่ แต่ก็สวยมีเสน่ห์ไปอีกแบบ ระหว่างทาง ผ่านเมืองต่างๆ แวะเที่ยวไปเรื่อยๆ
 หมู่บ้านนาโก้ Nako Village
หมู่บ้านนาโก้ (Nako Village) 
เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ของชาวพุทธทิเบต เงียบสงบงดงาม อยู่ริมทะเลสาบนาโก้ ในเขตคินนัวร์ (Kinnaur) ที่ระดับความสูง 3,662 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล อิงแอบแนบชิดอยู่ในอ้อมกอดของ เทือกเขา เรียว เพิร์คยัล มียอดเขาที่สูง 6,816 เมตร เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดใน รัฐหิมาจัลประเทศ 
ทะเลสาบนาโก้   
ทะเลสาบเล็กๆ ที่ร่มรื่นสวยงาม ด้วยต้นวิลโลว์ และ ต้นป๊อปล่า อยู่ท่ามกลางเทือกเขาที่มีหิมะปกคลุม ทุ่งดอกไม้ ไร่ถั่ว บ้านเรือนแปลกตา
ช่วงบ่าย- เดินทางถึง หมู่บ้านนาโก้  เข้าสู่ที่พัก
แล้วไปเที่ยวชม หมู่บ้านและทะเลสาบ สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้าน และรอยยิ้มของเด็กน้อยที่มีให้กับผู้มาเยือน
กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน
              
DAY 08 วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เส้นทาง  nako-tabo
เดินทาง nako-tabo นั่งรถ 3-4 ชม.
  รถ Toyota Innova  นั่งคันละ 3 คน
ที่พัก Hotel Tiger Den 
(Guesthouse) , TABO
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า 
อากาศดีๆ เก็บภาพสวยๆจากบริเวณหน้าที่พัก 
แล้วเดินไปเที่ยวชม วัดนาโก้ (Nako Monastery)
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ เมืองตาโบ Tabo *
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง
วัดนาโก้ Nako Monastery เด็กชาวบ้านรอบๆวัดนาโก้ 
วัดนาโก้  (Nako Monastery)
เป็นอีกวัดหนึ่งที่มีอายุเก่าแก่มาก มีโครงสร้างเป็นดินเหนียว ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีเพื่อคงสภาพเดิมของวัดเอาไว้ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่มีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 11 ว่ากันว่า ที่นี่มีรอยพุทธบาทของ ท่าน คุรุ รินโบเช อยู่ด้วย

อารามสงฆ์ตาโบ Tabo Monastery อารามสงฆ์ตาโบ Tabo Monastery
เมืองตาโบ Tabo  อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 3,280 เมตร 
อารามสงฆ์ตาโบ  (Tabo Monastery) 
วัดเก่าแก่ที่สร้างตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 9 ในปี ค.ศ. 996 หรือ 1,021 ปี ล่วงมาแล้ว โดยท่าน รินเชน ซังโป ในพื้นที่ที่แห้งแล้งและหนาวเย็น บนความสูง 3,280 เมตร ตัวอาคารสร้างด้วยอิฐ ในปี ค.ศ.1975 ได้เกิดแผ่นดินไหว ทำให้ตัวอารามเก่าพังเสียหาย จึงได้สร้างอารามหลังใหม่ขึ้น ในปี ค.ศ.1983 วัดแห่งนี้ปัจจุบันได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก ภายในวัดยังเป็นที่เก็บรักษาภาพทังก้า หรือ ภาพพระบส ที่สวยงามอีกด้วย เมื่อปี ค.ศ.1996 ได้จัดพิธีเฉลิมฉลองครบรอบสหัสวรรษของอารามสงฆ์ตาโบ องค์ดะไลลามะ เสด็จมาแสดงธรรมที่นี่ ครั้งนั้นมีผู้ศรัทธาหลายพันคนจากทั่วโลกเข้าร่วมงาน 
Painting ภาพจิตกรรมฝาผนัง ที่ห้ามพลาด
ภายในวัดมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแบบปูนเปียก หรือ เฟรสโก ที่งดงามหาชมได้ยาก และถูกขนานนามว่า เป็น อชันต้าและเอลโลร่าแห่งหิมาลัย (Ajanta and Ellora of the Himalayas)

ถ้ำตาโบ  (Tabo Cave)
มีมากมายหลายถ้ำ อยู่เหนือวัดตาโบขึ้นไปบนเขา สันนิษฐานว่า พระลามะขุดถ้ำเหล่านี้ไว้ เพื่ออาศัยในฤดูหนาว  บางถ้ำแบ่งเป็นหลายห้อง ใช้เป็นห้องสวดมนต์ และ ทำสมาธิ ภายในขุดอย่างเรียบง่าย ไม่มีภาพเขียนใดๆบนผนังถ้ำ
บ่าย- เดินทางถึง เมืองตาโบ  เข้าสู่ที่พัก 
กินอาหารกลางวัน *วันนี้อาจต้องกินกลางวันกันช้าหน่อย  
บ่ายถึงเย็น- ไปเที่ยวชม วัดตาโบ (Tabo Monastery) วัดเก่าแก่ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน 
             
DAY 09 วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เส้นทาง  tabo-lhalung-dhankar
เดินทาง tabo-dhankar นั่งรถ 2-3 ชม.
dhankar lake เดินเท้า 1-2 ชม.
  รถ Toyota Innova  นั่งคันละ 3 คน
ที่พัก Dhankar Homestay 
(Homestay) , DHANKAR
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า
ไปเดินเที่ยวชม เมืองตาโบ ยามเช้า
อย่าลืม เลือกซื้อของฝากจากร้านขายของที่ระลึกในหมู่บ้าน
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ หมู่บ้านดันการ์ Dhankar *ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง
เดินทางถึง หมู่บ้านดันการ์  เข้าสู่ที่พัก  กินอาหารกลางวัน
บ่าย- ไปเที่ยวชม วัดดันการ์ (Dhankar Monastery)
วัดในพุทธศาสนา นิกายเกลุกปะ หรือ นิกายหมวกเหลือง ชมวิวสวยๆของแม่น้ำสองสาย ที่มาบรรจบกัน คือแม่น้ำสปิติ (Spiti River) และ แม่น้ำพิน (Pin River) ให้เวลาเที่ยวชม ถ่ายรูป ตามอัธยาศัย
วัดดันการ์ Dhankar Monastery บนยอดเขา
วัดดันการ์  (Dhankar Monastery) 
บนเส้นทางที่คดเคี้ยวไปตามไหล่เขา ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ ที่งดงามแปลกตาดั่งอยู่บนดวงจันทร์ มีอารามสงฆ์อายุพันกว่าปี สร้างเด่นอยู่บนชะง่อนผาสูง  บนความสูง 3,894 เมตร วัดนี้เป็นเก่าแก่ในพุทธศาสนานิกายเกลุกปะ หรือนิกายหมวกเหลือง คำว่า Dhan แปลว่า หน้าผา และคำว่า kar แปลว่า ป้อมปราการ ดังนั้น Dhankar จึงแปลว่า ป้อมปราการบนหน้าผา นั่นเอง ในอดีต อารามสงฆ์ดันการ์ เคยใช้เป็นป้อมปราการด้วย ปัจจุบันเป็นโรงเรียนเผยแพร่ศาสนาพุทธนิกายเกลุกปะแบบทิเบต มีพระลามะประมาณ 150 รูป
Trekking Day
จากนั้น ออกเดินเท้า มุ่งหน้าสู่ ทะเลสาบดันการ์ (Dhankar)
ทะเลสาบงดงาม อยู่เหนือขึ้นไปจากหมู่บ้าน ระยะทางเดินประมาณ 3 กิโลเมตร *อาจใช้เวลาเดินประมาณ 1-2 ชั่วโมง
ถ่ายรูปสวยๆให้เต็มที่ ให้สมกับที่เดินเหนื่อยมาก กว่าจะขึ้นเขามาถึงทะเลสาบ 
ทะเลสาบ Dhankar อารามสงฆ์ตาโบ Tabo Monastery
ทะเลสาบ Dhankar  
เป็นทะเลสาบเล็กๆที่อยู่บนภูเขา เหนือหมู่บ้านและวัดดันการ์ ตัวทะเลสาบ อยู่สูง 4,136 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ว่ากันว่าในทะเลสาบมีปลาสวยๆมากมาย การจะไปเที่ยวทะเลสาบนี้ ต้องเดินไปเท่านั้น
ช่วงเย็น- เดินกลับลงมายังที่พัก พักให้หายเหนื่อย 
กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย
        
DAY 10 วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เส้นทาง dhankar-lhalung-mud
เดินทาง dhankar-lhalung นั่งรถ 1 ชม.
lhalung - mud village นั่งรถ 2-3 ชม.
  รถ Toyota Innova  นั่งคันละ 3 คน
ที่พัก Tara Guesthouse 
(Guesthouse) , MUD VILLAGE
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ หมู่บ้านลาลุง Lhalung *ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง
ไปเที่ยวชม วัดลาลุง (Lhalung Monastery)
อีกหนึ่งใน อารามสงฆ์ ที่เก่าที่สุดที่ตั้งอยู่ใน หุบเขาสปิติ 
 วัดลาลุง Lhalung Monastery  ภาพเขียนภายใน วัดลาลุง 
เมืองลาลุง  (Lhalung)  
ชื่อเมืองนี้แปลว่าดินแดนแห่งเทพเจ้า Land of God ตั้งอยู่เชิงเขา Tangmar เชื่อกันว่าภูเขาลูกนี้จะเปลี่ยนสีได้ตามอารมณ์ของเทพเจ้า เมื่อใดที่ ภูเขาเป็นสีแดง หมายความว่าเทพเจ้ากำลังโกรธ  เมื่อใดที่ ภูเขาเป็นสีเหลือง นั่นหมายถึงเทพเจ้ากำลังมีความสุข
วัดลาลุง  (Lhalung Monastery) 
หรือ วิหารสีทอง สาเหตุที่เรียกว่า วิหารสีทอง เพราะ ภายในมีการเก็บ ใบระกาสีทอง เอาไว้ อารามสงฆ์ลาลุง แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งในอารามสงฆ์ที่เก่าที่สุด ที่พบในหุบเขาสปิติ สร้างโดยท่าน รินเชน ซังโป ราวต้นศตวรรษที่ 10 อยู่ในระดับความสูง 3,658 เมตร ด้านในมีรูปภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นศิลปะแบบ Fresco ปูนเปียก อายุนับพันปี 
ขึ้นรถออกเดินทางต่อ ข้ามหุบเขาไปยัง Pin Valley
มุ่งหน้าสู่ หมู่บ้าน Mud Village *
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง
  หุบเขาพิน  (Pin Valley) หมู่บ้าน Mud Village
หุบเขาพิน  (Pin Valley) 
อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองคาซา (Kaza) หุบเขาซึ่งมีแม่น้ำสองสายมาบรรจบกัน คือ แม่น้ำพิน (Pin River) และแม่น้ำสปิติ (Spiti River) อยู่ในพื้นที่ของ จังหวัด Lahaul & Spiti รัฐหิมาจัลประเทศ เช่นกันกับ หุบเขาสปิติ
อุทยานแห่งชาติพินวัลเล่ย์  (Pin Valley National Park)
มีพื้นที่ 675 ตารางกิโลเมตร ทิวทัศน์สวยงาม เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ เป็นความงดงามที่สุดอีกแห่งหนึ่ง ว่ากันว่าที่นี่คือ ดินแดนของ แพะภูเขา (ibex) (blue sheep) และ เสือดาวหิมะ (snow leopards)
หมู่บ้าน Mud Village  
ห่างออกไป 33 กิโลเมตรจากทางหลวง อยู่ที่ระดับความสูง 3,770 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีคนอาศัยอยู่เพียง สองร้อยกว่าคน สำหรับนักท่องเที่ยว ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินป่าที่อุทยานแห่งชาติพินวัลเล่ย์

เดินทางถึง หมู่บ้าน Mud Village  กินอาหารกลางวัน
แล้วขึ้นรถ ไปเที่ยวชม ความงดงามของ หุบเขาพิน (Pin Valley)
ดื่มด่ำกับวิวสวยๆ ถ่ายรูป กันให้เต็มที่ 
กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน
             
DAY 11 วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เส้นทาง mud village - langza
เดินทาง mud village - kaza นั่งรถ 2-3 ชม.
kaza - langza นั่งรถ 2-3 ชม.
  รถ Toyota Innova  นั่งคันละ 3 คน
ที่พัก Langza Homestay 
(Homestay) , LANGZA
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ หมู่บ้านแลงซา Langza *ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง
แวะพักที่เมืองหลวงของสปิติวัลเล่ย์ เมืองคาซา Kaza
กินอาหารกลางวัน
หมู่บ้านแลงซา (Langza Village) 
หรือ หมู่บ้านฟอสซิล (Fossil Village) ตั้งอยู่ระหว่างหุบเขาที่ดูเหมือนชามขนาดใหญ่ คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธศากยะนิกาย ของพุทธศาสนาในทิเบต หมู่บ้านมีคนอยู่ประมาณ 137 คน อาศัยอยู่ใน 33 ครัวเรือน อาชีพหลักของชาวบ้านในสมัยก่อนคือ การทำถ้วยชามดินเผา ศิลปะนี้มีอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ถ้วยชามดินเผาต่างๆถูกผลิตและจำหน่ายไปทั่วประเทศ เกษตรกรรมเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สำคัญในหมู่บ้านแห่งนี้ ปลูกพืชเช่นข้าวและมันฝรั่ง เหนือหมู่บ้านมี พระพุทธรูปสีทอง  ขนาดใหญ่ เชื่อกันว่ามีอายุกว่า 1,000 ปี ปางประทับนั่ง โดดเด่นบนระดับความสูง 4,400 เมตร

  หมู่บ้านแลงซา (Langza Village)   พระพุทธรูป ที่หมู่บ้านแลงซา
ฟอสซิล (Fossil) แห่งแลงซา 
ประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาของสปิติ ต้องย้อนกลับไปถึง 500 ล้านปี เมื่อมันจมอยู่ใต้ทะเลใต้เทธิส (Tethys) จนเทือกเขาหิมาลัยเกิดขึ้น จากการยกตัว หลังการปะทะกันของแผ่นหินอินเดียและเอเชีย เมื่อหลายล้านปีก่อน ทะเลเทธิสก็หายไป ทิ้งไว้เพียงร่องรอย ฟอสซิลซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ ของสิ่งมีชิวิตทางทะเลในยุคนั้น 
การมาเที่ยวหมู่บ้านนี้ จะไม่สมบูรณ์หากไม่มีการค้นหา ฟอสซิลดึกดำบรรพ์ พวกนี้ วิธีหาฟอสซิล คือการเดินเที่ยวรอบๆหมู่บ้านแล้วมองหามันจากพื้นดินหรือใต้ก้อนหิน ซึ่งมันเหนื่อยมากและหาไม่ค่อยได้แล้วในปัจจุบัน วิธีง่ายกว่า คือซื้อต่อจากเด็กๆชาวบ้านที่มาวิ่งเล่นใกล้ๆเรา ต่อรองได้และราคาไม่แพง
บ่าย- เดินทางถึง หมู่บ้านแลงซา เข้าสู่ที่พัก 
เดินเที่ยวชม หมู่บ้านแลง Langza  สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้าน 
(อย่าลืมก้มหน้ามองพื้นดิน ตามหาซากฟอสซิล เป็นที่ระลึกกันด้วย)
ดื่มด่ำกับวิวสวยๆ ถ่ายรูปกับแสงยามเย็น กันให้เต็มที่ ตามอัธยาศัย
กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน
               
DAY 12 วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เส้นทาง langza-komic-hikkim-kaza
เดินทาง langza-komic นั่งรถ 30 นาที
komic-hikkim นั่งรถ 20-30 นาที
hikkim-kaza นั่งรถ 2-3 ชม.
  รถ Toyota Innova  นั่งคันละ 3 คน
ที่พัก Hotel Sakya Abode 
(Small Hotel) , KAZA
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน

ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า
ไปเดินเที่ยวชม หมู่บ้านแลงซา Langza ยามเช้า ดื่มด่ำกับวิวสวยๆ กันอีกสักหน่อย
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ เมืองคาซา Kaza *ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง
ระหว่างเส้นทาง แวะเที่ยว หมู่บ้าน Komic  และ
หมู่บ้าน Hikkim 

หมู่บ้าน Komic ที่อยู่สูงที่สุดในโลก ไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในโลก หมู่บ้าน Hikkim
หมู่บ้าน Komic
ว่ากันว่าที่นี่เป็นหมู่บ้านที่อยู่สูงที่สุดในเอเชีย (หรือบางคนกล่าวว่าที่สุดในโลก) ที่ความสูงถึง 5,150 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล หมู่บ้านนี้มีวัดเพียงวัดเดียว บ้านเรือน 12 หลัง และคนอาศัยประมาณ 150 คน นับรวมพระลามะที่วัดแล้วด้วย
หมู่บ้าน Hikkim 
ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 4,440 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล
มีที่ทำการไปรษณีย์สูงสุดของโลก
เราสามารถส่งโปสการ์ดไปตามที่อยู่นี้ได้ -
Hikkim Post office, Kaza,
Lahaul & Spiti,
Himachal Pradesh PIN- 172114
หรือลองส่งโปสการ์ด จากไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในโลกแห่งนี้ สักใบสองใบ
บ่าย- เดินทางถึง เมืองคาซา Kaza เข้าสู่ที่พัก
กินอาหารกลางวัน
ครึ่งวันบ่ายถึงเย็น- ให้เวลาอิสระ เดินเที่ยวตลาด เมืองคาซา ตามอัธยาศัย
กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน
             
DAY 13 วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เส้นทาง kaza-kye-kibber-kaza
เดินทาง kaza-kye นั่งรถ 1 ชั่วโมง
kye-kibber นั่งรถ 30 นาที
kibber-kaza นั่งรถ 1-2 ชม.
  รถ Toyota Innova  นั่งคันละ 3 คน
ที่พัก Hotel Sakya Abode 
(Small Hotel) , KAZA
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า
แล้วมุ่งหน้าสู่ วัดคี Kye Monastery *ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง
พระอารามสงฆ์ ที่เก่าและใหญ่ที่สุดใน หุบเขาสปิติ
เมื่อถึงวัด เช้านี้ต้องออกแรงเดินกันหน่อย *เดินขึ้นเนินเขาประมาณ 10-15 นาที
ขึ้นไปชมทิวทัศน์อันสวยงามของ วัดคี Kye Monastery ในมุมสูง
วัดคี Kye Monastery วัดคี Kye Monastery
วัดคี  Kye Monastery  
ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา เป็นพระอารามสงฆ์ที่เก่าและใหญ่ที่สุด ในหุบเขาสปิติ ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 4,166 เมตร กล่าวกันว่า สร้างราว ค.ศ. 1008-1064 โดยท่านลามะ Dromtön ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ ท่านอาจารย์ Atisha ลามะผู้มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพอย่างยิ่งในยุคนั้น วัดแห่งนี้ มีการบูรณะใหม่อีกหลายครั้ง หลังจากถูกรุกราน ทั้งจากพวกมองโกล ชาวลาดักห์และพวกซิกข์ รวมถึงความเสียหายจาก เหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ เมื่อปี ค.ศ. 1975 วัดแห่งนี้มีความโดดเด่นในเชิงสถาปัตยกรรม ได้รับอิทธิพลมาจากงานศิลปะของจีน ในช่วงศตวรรษที่ 14 มีห้องและระเบียงทางเดินสลับซับซ้อนดังเขาวงกต ครั้งหนึ่งที่นี่เคยใช้เป็นป้อมปราการด้วย ปัจจุบันเป็นศูนย์ฝึกอบรมพระลามะทางพุทธศาสนา นิกายเกลุกปะ และเป็นที่เก็บรักษาผ้าทังก้าโบราณ หรือ ภาพพระบส อันมีค่ายิ่ง
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ หมู่บ้าน Kibber *ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที
กินอาหารกลางวัน ที่หมู่บ้าน
เดินเที่ยวชม หมู่บ้าน Kibber  สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้าน 
ดื่มด่ำกับวิวสวยๆ ถ่ายรูปกันให้เต็มที่
หมู่บ้าน Kibber Village  
ที่ความสูง 4,270 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล Kibber เป็นหมู่บ้านที่เงียบสงบ มีคนอาศัยอยู่เพียงสามร้อยกว่าคน และลาอีกกว่าสองร้อยตัว ท่ามกลางภูมิประเทศที่แห้งแล้งเต็มไปด้วยลมและฝุ่น หมู่บ้านแห่งนี้เป็นเหมือนโอเอซิส ที่อุดมสมบูรณ์ ในอดีตชาวบ้านปลูกข้าวและองุ่น และนำผลผลิตเดินเท้ากว่า 3 วันไปยังลาดักห์ เพื่อขายแลกเปลี่ยนเป็นม้าหรือเงินสด 
หมู่บ้าน kibber Village หมู่บ้าน kibber Village
บ่ายแวะเที่ยวชมความงดงามภายในบริเวณ วัดคี Kye Monastery  กันต่อ
(ช่วงเช้าเดินขึ้นเขาไปชมวิวจากด้านบน ยังไม่ได้เข้าชมความงดงามภายในวัด)
ช่วงเย็น เดินทางกลับ กลับเมืองคาซา
กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน
               
DAY 14 วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เส้นทาง kaza - chandrataal lake
เดินทาง kaza - chandrataal lake  นั่งรถ 3-4 ชม.
*
ขึ้นอยู่กับสภาพถนน
  รถ Toyota Innova  นั่งคันละ 3 คน
ที่พัก Chandrataal Lake Camp 
(Tent) , CHANDRATAAL LAKE
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า 
ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ ทะเลสาบจันทรา Chandrataal 
*
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง 
ระหว่างทาง ผ่านทุ่งกว้าง แม่น้ำ วิวสวยอัศจรรย์ จอดรถแวะถ่ายรูปตามสบาย
ถึงทะเลสาบ เข้าสู่แคมป์ที่พัก กินอาหารกลางวัน
 
ทะเลสาบจันทรา ยามต้องแสงแดด ทะเลสาบจันทรา สงบร่มเย็น
ทะเลสาบจันทรา (Chandrataal Lake) 
หรือ Lake of the Moon ทะเลสาบแห่งดวงจันทร์ อยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 4,300 เมตร มีขนาดพื้นที่ประมาณ 2.5 ตารางกิโลเมตร เท่านั้น ชื่อทะเลสาบจันทรา ถูกเรียกขานตามลักษณะของทะเลสาบ ที่มองเห็นได้เหมือนเสี้ยวพระจันทร์ ทะเลสาบจันทรา มีทิวทัศน์สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจ น้ำในทะเลสาบเป็นสีน้ำเงินเข้ม ยามต้องแสงแดด กับฉากหลังของเทือกเขาที่รายล้อมอยู่ทุกด้าน
แล้วขึ้นรถ ไปชมความงดงามของ ทะเลสาบจันทรา Chandrataal 
*นั่งรถประมาณ 30 นาที
*เดินเท้าต่ออีกประมาณ 30-45 นาที
ดื่มด่ำกับความงดงามของทะเลสาบ จนแสงคล้อย อาทิตย์ตกลับขอบฟ้า
กลับเข้าแคมป์ที่พัก กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน
              
DAY 15 วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เส้นทาง chandrataal-manali
เดินทาง chandrataal lake - manali  นั่งรถทั้งวัน
*
ขึ้นอยู่กับสภาพถนน
  รถ Toyota Innova  นั่งคันละ 3 คน
ที่พัก Hotel Keylinga Inn  
(เทียบเท่า 3 ดาว) , MANALI
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
ตื่นเช้ามืด-  
ออกไปชมแสงยามเช้าของ ทะเลสาบจันทรา Chandrataal กันอีกรอบ
กล่าวกันว่า เงาสะท้อนบนผิวน้ำของทะเลสาบยามต้องแสงเช้า งดงามยิ่งนัก
กลับมากินอาหารเช้า ที่แคมป์ที่พัก

ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ เมืองมะนาลี manali  *วันนี้นั่งรถทั้งวัน 
 
ต้องกินอาหารพื้นเมือง หรือ มาม่า ร้านอาหาร ระหว่างเส้นทาง
ระหว่างเส้นทาง ที่ Rohthang Pass ระหว่างเส้นทางไปมะนาลี
เส้นทาง Rohtang Pass  
ที่ความสูง 3,978 เมตร เหนือจากระดับน้ำทะเล ทางตอนเหนือของ มะนาลี เป็นช่วงที่เราสามารถมองเห็นความแปรผันของภูมิทัศน์ได้ดีที่สุด จากทิวทัศน์ที่งดงามของภูเขาหินโล้นและแห้งแล้ง ในดินแดนของ หุบเขาสปิติ สู่ความเขียวชอุ่มของหุบเขา ทิวสน ธารน้ำแข็ง และแม่น้ำที่งดงาม
แวะกินอาหารกลางวัน ที่ร้านอาหารพื้นเมือง ระหว่างทาง
ผ่าน Rohthang Pass ถนนที่สูงที่สุดบนเส้นทางไปมะนาลี
กลับเข้าสู่เขตของความเขียวชอุ่มกันอีกครั้ง
เย็น- เดินทางถึง เมืองมะนาลี (Manali)  เข้าสู่ที่พัก
กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน 
         
DAY 16 วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เส้นทาง manali
เดินทาง เดิน/นั่งรถเที่ยวในเมือง
  รถ Toyota Innova  นั่งคันละ 3 คน
ที่พัก Hotel Keylinga Inn  
(เทียบเท่า 3 ดาว) , MANALI
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า
พาเที่ยวสบายๆใน เมืองมะนาลี 
ไปเทียว วัด Vashisht , วัด Hadimba , เขตเมืองเก่า Old Manali 
 
วิวสวยๆของมะนาลี ปลาเทราต์สดๆจากแม่น้ำ Beas River
มะนาลี Manali  
เป็นเมืองเล็กๆในหุบเขา ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียง 2,050 เมตร 
วัด Hadimba Temple 
เป็นวัดฮินดูกลางป่าสน สร้างขึ้นเพื่อบูชา Hadimba Devi เป็นวัดที่สร้างด้วยไม้ ที่เก่าแก่ที่สุดใน มะนาลี
วัด Vashisht Temple  วัดฮินดู ที่มีบ่อน้ำพุร้อนอยู่ในบริเวณวัด 
Old Manali 
เขตเมืองเก่า บ้านโบราณ และแหล่งฮิปๆของนักท่องเที่ยวฝรั่ง
กินอาหารกลางวัน 
ช่วงบ่าย- ให้เวลาอิสระ พักผ่อนตามอัธยาศัย
เตรียมเก็บกระเป๋า พรุ่งนี้เราจะกลับบ้านกัน
                
DAY 1ึ วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เที่ยวบิน ภายในประเทศ
AI9806
    kullu-delhi
     เวลา 08.35-09.50
เส้นทาง manali-kullu
เดินทาง manali-kullu นั่งรถ 1-2 ชม.
kullu-delhi นั่งเครื่องประมาณ 1 ชม. 30 นาที
  รถ Toyota Innova  นั่งคันละ 3 คน
04.00 น. ตืนแต่เช้ามืด
ออกเดินทางไป สนามบินเมืองคุรุ Bhuntar Airport
*ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง
ถึงสนามบินคุรุ Check in บัตรโดยสารและโหลดสัมภาระ 
*สามารถโหลดกระเป๋าได้หนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม
กินอาหารเช้าที่สนามบิน *
แพ็คกล่องมาจากโรงแรม
08.35 น. ได้เวลาเครื่องออก มุ่งหน้าสู่สนามบินเดลลี 
*ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที 
09.50 น. เดินทางถึงสนามบินเมืองเดลลี 
ไปเปลี่ยนเครื่องกลับกรุงเทพ *รอต่อเครื่องประมาณ 4 ชม.

เมืองคุรุ Kullu  
เป็นเมืองเล็กๆในหุบเขา ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียง 1,279 เมตร เมืองคุรุ Kullu หรือ Kulu อยู่ห่างจากสนามบิน Bhuntar Airport เพียง 10 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในตำบลคุรุ รัฐหิมาจัลประเทศ ประเทศอินเดีย Kullu Valley เป็นหุบเขากว้าง มีแม่น้ำเบียส (Bias River) ไหลผ่านกลาง เป็นหุบเขางดงามที่ปกคลุมไปด้วยป่าสน มีวัดศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู มากมายในหุบเขาแห่งนี้

               
เที่ยวบิน ระหว่างประเทศ
AI332
    kullu-delhi
     เวลา 13.50-19.35
สายการบินแอร์อินเดีย
เส้นทาง kullu-delhi
เดินทาง delhi-bkk นั่งเครื่องประมาณ 4 ชม.
  รอต่อเครื่องประมาณ 4 ชม.

ช้อปปิ้งในสนามบิน พักผ่อนบนเครื่องบิน
"duty free shopping"
13.50 น. ได้เวลาเครื่องออก 
*ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม  กินอาหารกลางวัน *บนเครื่องบิน
19.35 น. ถึงสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
พร้อมกับมุมมองใหม่ๆในโลกใบเดิมที่แคบลงเสมอ เมื่อการเดินทางสิ้นสุด 

สวัสดีเมืองไทย

จบโปรแกรมทัวร์-
                   
หมายเหตุ- โปรแกรมการเดินทาง อาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของช่วงเวลา และสถานการณ์เฉพาะหน้า
       
     

ราคาทัวร์-  66,000 บาท *ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน
ตั๋วเครื่องบิน-  ประมาณ 18,500 บาท*
*เป็นราคาตั๋วโดยประมาณ จ่ายค่าตั๋วเครื่องบินตามจริง ณ วันที่ออกตั๋ว 

 
เงื่อนไข-  ต้องการนอนเดี่ยว  กรุณาโทรสอบถามราคา 

ส่วนลดพิเศษ-  (หักจากการจ่ายเงินงวดสุดท้าย)
มีวีซ่าอินเดียอยู่แล้ว หรือ ทำวีซ่าเอง  ลดค่าวีซ่า 3,500 บาท
เคยเดินทางกับ วันแรมทาง ลด 1,000 บาท

ราคานี้รวม-
ค่าตั๋วเครื่องบิน
สายการบิน  
  
เส้นทาง Bangkok-Chandigarh // Kullu-Delhi-Bangkok
ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ไทย-อินเดีย

ค่าวีซ่าอินเดีย *อายุวีซ่า 6-12 เดือน Multiple Entry 
ค่าวีซ่า คิดราคาไว้ที่ 3,500 บาท  
(จะขอเก็บค่าวีซ่าเพิ่มเติม หากสถานทูตฯ มีการปรับขึ้นราคาค่าวีซ่า)

ยา Acetazolamide (Diamox) 250 mg มีสำหรับทุกท่าน
O2 ออกซิเจน ฟรี .. 
ส่วนตัวคนละ 1 กระป๋อง , ติดรถเป็นกองกลาง 1 แท็งค์

อาหารมื้อหลักทุกมื้อ รวม ชา กาแฟ ของหวาน และผลไม้
ค่าน้ำดื่ม (น้ำเปล่าบรรจุขวด) ไม่จำกัดจำนวน
ที่พักโรงแรมตามที่ระบุ ห้องละ 2-3 ท่าน
ค่ารถตลอดเส้นทาง นั่งคันละ 3 คน 
ค่าบัตรเข้าชมสถานที่ต่างๆ (เฉพาะตามที่ระบุในโปรแกรม)
ค่าบริการ หัวหน้าทัวร์คนไทย (ไม่รวมทิป)
ค่าบริการ ไกด์ท้องถิ่น
ประกันอุบัติเหตุ-  CHARTIS New Hampshire Insurance 
วงเงิน 2,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท 
เงื่อนไข- ภายใต้ข้อตกลงที่มีไว้กับบริษัทประกันชีวิต 
ครอบคลุมเฉพาะกรณีอุบัติเหตุ ไม่ครอบคลุมกรณี เจ็บป่วย เป็นไข้หวัด ท้องเสีย หรือ อาหารเป็นพิษ ระหว่างเดินทาง

ราคานี้ไม่รวม-
ค่ากล้องถ่ายรูป และ ค่ากล้องวีดีโอ ซึ่งเรียกเก็บเป็นบางสถานที่
ค่าทิป หัวหน้าทัวร์คนไทย 
ค่าทิป ทีมงานอินเดีย ไกด์ท้องถิ่น คนขับรถ เด็กรถ
ค่าทิป เด็กยกกระเป๋าที่โรงแรม
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ

ค่าทิป- (ให้ในวันสุดท้าย ของการเดินทาง)
ทีมงานอินเดีย (ไกด์ท้องถิ่น คนขับรถ เด็กรถ) 
เผื่อเงินไว้ประมาณ 6,400 รูปี หรือ 3,200 บาท สำหรับ 16 วัน ในอินเดีย
เด็กยกกระเป๋า ควรให้ไม่ต่ำกว่า 20 รูปี 
ต่อครั้ง
หัวหน้าทัวร์คนไทย แล้วแต่ความพอใจ

 

การชำระเงิน

1) จ่ายมัดจำ จำนวน 10,000 บาท  ทันทีที่จอง
หรือ ภายในวันที่  
27 มกราคม 2562
*ยึดมันจำถ้าขอเลิกการเดินทาง
 
2) จ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน จำนวน 
18,500 บาท  ทันทีที่ต้องการออกตั๋ว 
ตามราคาออกตั๋วจริง *กรุณาโทรสอบถามค่าตั๋วก่อนโอนเงิน
*กรณีขอยกเลิกการเดินทาง
 สามารถขอ refund คืนค่าตั๋วได้เท่าที่สายการบินคืนให้

 
3) จ่ายส่วนที่เหลือ จำนวน 55,000 บาท จ่ายภายในวันที่  
27 มิถุนายน 2562

 

เงื่อนไขการให้บริการ
จองล่วงหน้าตามช่วงเวลาที่กำหนด ชำระเงินตามเงื่อนไขข้างต้น
ขอยกเลิกการเดินทาง ยึดเงินมัดจำ และหักค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง และ/หรือ ขอยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน เก็บค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน เมื่อท่านออกเดินทางกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง เช่น ไม่เที่ยวบางรายการ ไม่ทานอาหารบางมื้อ หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจำคืนได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น  กรณีที่การตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศ ปฏิเสธมิให้เดินทางออกหรือเข้าประเทศในรายการเดินทาง หรือ กรณีความล่าช้าจากสายการบิน การประท้วง, การนัดหยุดงาน, การก่อจลาจล ทางเราขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น  เมื่อท่านตกลงชำระเงิน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ที่ได้ระบุไว้แล้วทั้งหมด

 

 

ขั้นตอนง่ายๆในการจองทริปกับเรา
1  2  3  4 
คลิกเพื่อจองทริป คลิกตรวจรายชื่อ คลิกเพื่อโอนเงิน คลิกเพื่อส่งเอกสาร
       
บริการของเรา
คำแนะนำ เตรียมของ เตรียมของ ฝากแลกเงิน จองโรงแรม
         
           
  ถ้ามีปัญหาสั่งพิมพ์ไม่ได้ กรุณาโทรแจ้ง 024054561, 0816928233 
หรือส่ง email แจ้งขอโปรแกรมได้ที่ info@wanramtang.com
 
               
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ที่อยู่ แผนที่ วันแรมทาง
บ้านวันแรมทาง
1/60 ซ. อนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
โทรศัพท์  024054561
แฟกซ์  024054560
มือถือ - ปลา 0898119139 (AIS)
มือถือ - นุ้ย 0816928233 (DTAC)
Email info@wanramtang.com  และ  wanramtang@hotmail.com
Line ID/โทรศัพท์ wanramtang3 / 0876997475
 
วันทำงาน วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00-18.00 น.
วันเสาร์ เวลา 09.00-12.00 น.
วันอาทิตย์ หยุดงาน งดการติดต่อทุกเรื่อง
ถ้าไม่รับสายหรือโทรไม่ติด กรุณาส่งเป็นข้อความ sms ส่ง email หรือ Line
                
หรือติดต่อผ่านระบบอัตโนมัติ ด้านล่างนี้

 


ชื่อ :  *
เบอร์โทรศัพท์ :  *
อีเมล :  *
ชื่อทริปเดินทาง :  *
วันที่เดินทาง :  *
ต้องการ : จองทริป
สอบถาม
หัวข้อที่ต้องการสอบถาม :
รายละเอียด :



โปรแกรม สปิติวัลเลย์




dot
รับข่าวการเดินทาง

dot
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/06037
ติดต่อเรา
โปรแกรมการเดินทาง
แพ็คเกจ เที่ยวอินเดีย
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot










อุณหภูมิ พยากรณ์อากาศ
ร่วมบุญกับ วันแรมทาง


Copyright © 2007-2037 สงวนลิขสิทธิ์ภาพและบทความที่จัดทำขึ้นโดยเว็บไซต์ ห้ามลอกโดยเด็ดขาด
ติดต่อเรา
บริษัท อัพเดททัวร์แอนด์ทราเวล จำกัด
เลขที่ 1/60 ซอยอนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
โทรศัพท์ : 024054561 , 0816928233 (dtac) , 0898119139 (ais) โทรสาร : 024054560
Email : info@wanramtang.com , wanramtang@hotmail.com
Line ID: wanramtang3