ปี 50 [ 14-23 ตุลาคม ] ลาดัก-แคชเมียร์-ทัชมาฮาล ^__^ (เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี)
avatar
วันแรมทาง


ทริปเดินทาง 14-23 ตุลาคม 2550  รายชื่อผู่ร่วมทาง

    1.   ปลา (ทีมงานวันแรมทาง)

    2.   นุ้ย (ทีมงานวันแรมทาง)

    3.   พี่อ้อ 

    4.   พี่แอน

    5.   พี่นภ

    6.   พี่นุ่น

    7.   พี่แดง

    8.   พี่สมชาย

    9.   น้องกิ๊บ

   10.  น้องแก๊บ

   11.  น้องกัน



ผู้ตั้งกระทู้ วันแรมทาง กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ โพสต์และแสดงความเห็นเฉพาะสมาชิกเท่านั้น :: วันที่ลงประกาศ 2007-10-31 12:33:26 IP : 58.9.33.70



ความคิดเห็นที่ 1 (831276)
avatar
คนแรมทาง

วันที่ 1 อาทิตย์ที่ 14 ต.ค. 50 สุวรรณภูมิ - เดลลี

ทริปนี้เราออกเดินทางจากสุวรรณภูมิสู่กรุงนิวเดลีโดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 315 ออกจากสุวรรณภูมิ 18.05 ตามเวลาในประเทศไทย และถึงสนามบินนานาชาติอินทิรา คานธี กรุงนิวเดลี เวลาประมาณ 20.30 ตามเวลาของอินเดียที่ช้ากว่าบ้านเรา 1.30 ชั่วโมงพอดี

ผ่านขั้นตอนต่างๆ ของสนามบินเรียบร้อย และได้รับกระเป๋าครบทุกคนแล้ว ก็ออกมาเจอพี่ปลาที่มารอรับพวกเราอยู่ (พี่ปลาเดินทางมาตั้งแต่ทริปสำรวจ แล้วก็อยู่รอที่เดลลีเลย) พร้อมกับรถที่จะพาพวกเราไปส่งโรงแรมที่พักในคืนนี้ เพื่อนอนพักเอาแรงสักหน่อย ก่อนจะมาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศจากเดลลีไปเมืองเลห์

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-01 15:20:51 IP : 58.9.28.173


ความคิดเห็นที่ 2 (831287)
avatar
คนแรมทาง
image

วันที่ 2 จันทร์ที่ 15 ต.ค. 50 เดลลี - เลห์(ลาดัคห์)

มีเวลานอนแค่ไม่กี่ชั่วโมง พอตี 3 พวกเราก็ต้องออกเดินทางไปสนามบินอีกแล้ว เพราะต้องมา Check in ประมาณตี 3.30 พอเช็คทุกอย่างเรียบร้อย ก็ต้องมานั่งง่วงๆ รอเวลาเครื่องออกอีกเกือบ 2 ชั่วโมง (ถึงจะเป็นบินภายในประเทศ แต่ก็ต้องมา Check in ก่อน 2 ชั่วโมง เพราะเครื่องไปลงที่เลห์ ค่อนข้างต้องตรวจเข้ม เช็คละเอียด เพราะเป็นพื้นที่อ่อนไหวทางการเมือง ติดกับจีนและปากีสถาน)

หลายคนนั่งหลับๆ ตื่นๆ เพราะนอนได้ไม่พอ แถมโรงแรมที่ไปพัก บางห้องก็ได้ยินเสียงดังรบกวนตลอดเลยนอนไม่หลับ ก็เลยมาคอพับกันที่สนามบินเป็นแถว กว่าจะได้เวลาเครื่องออกก็ประมาณตี 5.20 เราเดินทางโดยสายการบินราคาประหยัด Air Deccan เที่ยวบินที่ DN 785 ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง จากเดลลี ไปถึงเลห์ แต่เครื่องออกช้าไปประมาณ 20 นาที พวกเราเลยมาถึงเลห์ตอน 7 โมงกว่าๆ

ออกมาจากสนามบิน "ลิกซิน" เจ้าของทัวร์ในเลห์ที่เราใช้บริการก็มารอรับอยู่แล้ว พอขนสัมภาระขึ้นรถเสร็จเขาก็พาพวกเราไปส่งที่โรงแรม Padma Guest House & Hotel จริงๆ ตอนที่มาสำรวจเราพักกันที่โรงแรม Chospa Hotel แต่พอโทรมาจะจองห้องสำหรับทริปนี้ เค้าบอกว่าโรงแรมเค้าปิดแล้วเพราะอากาศหนาวมาก พี่ปลาเลยต้องเลือกโรงแรมใหม่จากหนังสือ lonely planet ซึ่งก็ไม่ผิดหวังนะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-01 15:28:48 IP : 58.9.28.173


ความคิดเห็นที่ 3 (831296)
avatar
คนแรมทาง
image

เก็บของเข้าห้องพักเรียบร้อย พวกเราก็มานั่งกินอาหารเช้ากันกลางแดด บนดาดฟ้าของโรงแรม มีวิวสวยๆ ที่มองเห็นจากดาดฟ้าเป็นอาหารตา กับอาหารเช้าตระกูลไข่ตามระเบียบ พร้อมด้วยเครื่องดื่มซองๆ สารพัดชนิดที่เตรียมไป ชงกับน้ำร้อนที่ขอมาทีละกาสองกา

กินอาหารเสร็จพวกเราก็เตรียมตัวออกท่องเที่ยวในเมืองเลห์กัน โดยใช้ราชรถ 2 คัน คันหนึ่งเป็นครอบครัวของพี่แดง ซึ่งมี 5 คน และบวกพี่ปลาไปอีก 1 ส่วนอีกคันก็เป็นบ้านพี่อ้อกับพี่แอน และบ้านพี่นพกับพี่นุ่น บวกนุ้ยเพิ่มไปอีก 1 ทุกอย่างลงตัว นั่งกันสบายๆ ประจำตำแหน่งเรียบร้อยก็เริ่มต้นการท่องเที่ยวประจำวันนี้ได้เลย

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-01 15:36:06 IP : 58.9.28.173


ความคิดเห็นที่ 4 (831313)
avatar
คนแรมทาง
image

แต่ก่อนจะออกเดินทาง เจ้าของโรงแรมยังถามด้วยความเป็นห่วงว่าพวกเราไหวหรือป่าว เพิ่งมาถึง น่าจะพักก่อนให้ร่างกายได้ปรับตัว แต่ทุกคนมั่นใจว่าไหว เรื่องอาการแพ้ความสูง เรากับพี่ปลาและสมาชิกร่วมทริปบางคนได้กินยากันมาแล้วตั้งแต่เมื่อคืน แต่บางคนก็ไม่อยากกินเพราะไม่แน่ใจว่ายาอะไร ปลอดภัยแค่ไหน เราก็ไม่บังคับนะ ตามแต่สะดวกใจ เพราะหลายคนยืนยันว่าเคยไปเที่ยวสูงๆ หนาวๆ มาแล้ว ไม่มีปัญหา และพร้อมที่จะเที่ยวต่อได้เลย

สถานที่แรกที่พวกเราไปเที่ยวชมคือ วัดเฮมิส (Hemis Gompa) วัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองลาดัคห์ ดีที่วันนี้ฟ้าใส แดดแจ่ม พวกเราเลยได้ภาพสวยๆ สมใจ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-01 15:47:13 IP : 58.9.28.173


ความคิดเห็นที่ 5 (831318)
avatar
คนแรมทาง
image

ภายในวัดวันนี้สงบเงียบมากๆ ไม่มีนักท่องเที่ยวคณะอื่นๆ แม้แต่ลามะก็ยังไม่เห็น ช่วงนี้ใกล้ปิดฤดูกาลท่องเที่ยวที่นี่เต็มทีแล้วเพราะอากาศเริ่มเย็นมากๆ และหิมะเริ่มตกหนักขึ้นทุกที พอถึงช่วงปลายเดือนพฤศจิกาถนนแถบทุกเส้นที่ติดต่อกับเมืองนี้ก็จะปิดตัวเองลง เพราะไม่สามารถผ่านไปมาได้ เนื่องจากหิมะปกคลุมหมด จะอยู่ได้ก็แต่ในเมืองเท่านั้น

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-01 15:53:48 IP : 58.9.28.173


ความคิดเห็นที่ 6 (831322)
avatar
คนแรมทาง
image

ถึงพวกเราจะไม่ได้เจอผู้คนที่วัดนี้ แต่ที่ยังคงมาต้อนรับเสมอทุกครั้งที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนก็คือเจ้าลาน้อยที่พากันมาดอมดมพวกเรา เหมือนกับจะขออาหาร คงเคยมีนักท่องเที่ยวให้อาหารพวกมันอยู่เรื่อยๆ มันเลยค่อยมารับ น้องกันต์เลยโดยลารุมดมกันใหญ่

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-01 15:56:26 IP : 58.9.28.173


ความคิดเห็นที่ 7 (831323)
avatar
คนแรมทาง
image

ออกจากวันเฮมิส ระหว่างทางพวกเราเห็นกระโจมหลังใหญ่กางอยู่ มีผู้คนแต่งชุดพื้นเมืองยืนกันอยู่หลายคน เลยลงไปขอเค้าถ่ายรูปกัน พวกเค้ายิ้มรับพวกเรา และเชิญให้เข้าไปร่วมงานด้วยอย่างใจดี สอบถามได้ความว่านี่เป็นงานแต่ง แต่เราไม่ได้เห็นหน้าเจ้าบ่าวเจ้าสาวนะ เพราะทั้งคู่ยังไม่ออกมา มีแต่พนักงานต้อนรับด้านหน้างาน กับแขกที่มาร่วมงานที่เริ่มทยอยกันมา

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-01 15:59:37 IP : 58.9.28.173


ความคิดเห็นที่ 8 (831326)
avatar
คนแรมทาง
image

ภายในงานมีจัดเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่ม มีวงดนตรีพื้นบ้านบรรเลงเพลงบรรยากาศด้วย ทุกคนแต่งตัวกันสีสันสดใส ดีจังที่มีโอกาศได้มาเห็นงานนี้

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-01 16:02:08 IP : 58.9.28.173


ความคิดเห็นที่ 9 (831327)
avatar
คนแรมทาง
image

คนที่มาช่วยงาน เค้าจะเอาของและเงินมาร่วม มีกองกลางอยู่แล้วก็มีคนจดบัญชีด้วยว่าใครเอาอะไรมาเท่าไหร่ คงจะเหมือนๆ คนไทยที่ต้องลงบัญชีไว้ จะได้ช่วยงานคืนได้ถูกว่าใครช่วยมาเท่าไหร่บ้าง

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-01 16:04:14 IP : 58.9.28.173


ความคิดเห็นที่ 10 (832604)
avatar
คนแรมทาง
image

เข้าไปถ่ายรูปบรรยากาศในงานแต่งได้พอสมควร ก็ลาเค้าออกมา เพื่อออกเดินทางสู่จุดหมายถัดไป คือวัดธิคเซย์ (Thiksey Gompa) ซึ่งถือว่าเป็นวัดที่สวยงามที่สุดของลาดัคห์ เป็นวัดของนิกายเกลุคปา ภายในวัดมีรูปปั้นของพระศรีอารยะเมตไตรย์ ซึ่งชาวพุทธสายมหายาน เชื่อว่าเป็นพระโพธิสัตว์องค์ต่อไป ที่จะคอยช่วยเหลือมนุษย์

ระหว่างทางขึ้นก็มีลามะน้อยวิ่งเล่นกันบ้าง จับกลุ่มคุยกันบ้าง สนุกสนานไปตามประสาเด็ก

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-02 17:10:15 IP : 58.9.31.60


ความคิดเห็นที่ 11 (832611)
avatar
คนแรมทาง
image

เข้าไปถึงในวัด ก็โชคดีอีกแล้ว ได้เห็นพระลามะกำลังซ้อมระบำหน้ากากอยู่ วัดนี้มีชื่อเสียงมากในเรื่องเทศกาลระบำหน้ากาก ซึ่งปีนี้จะมีขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ อีกไม่กี่วันเอง เสียดายที่เราไม่ได้มาช่วงนั้นนะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-02 17:18:20 IP : 58.9.31.60


ความคิดเห็นที่ 12 (832614)
avatar
คนแรมทาง
image

ลามะรุ่นใหญ่ก็ซ้อมกันไป ลามะน้อยๆ ก็ค่อยทำตาม คงเตรียมพร้อมสำหรับรับช่วงรุ่นต่อๆ ไปมั้ง

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-02 17:22:13 IP : 58.9.31.60


ความคิดเห็นที่ 13 (832616)
avatar
คนแรมทาง
image

รูปปั้นของพระศรีอารยะเมตไตรย์ ที่ชาวพุทธสายมหายาน เชื่อว่าเป็นพระโพธิสัตว์องค์ต่อไป กว่าจะได้เข้าไปชมความงามของพระศรีอารยะเมตไตรย์องค์นี้ ต้องรอพระลามะผู้ถือกุญแจมาเปิดอยู่เป็นครึ่งชั่วโมง แต่ยังไงก็ต้องรอนะ เพราะนี่คือไฮไลน์ของวัดนี้
ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-02 17:25:20 IP : 58.9.31.60


ความคิดเห็นที่ 14 (832617)
avatar
คนแรมทาง
image

ไหนๆ ก็รออยู่ตั้งนาน เอามาฝากอีกมุมแล้วกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-02 17:28:14 IP : 58.9.31.60


ความคิดเห็นที่ 15 (832619)
avatar
คนแรมทาง
image

วิวมุมสูงจากวัดThiksey

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-02 17:31:27 IP : 58.9.31.60


ความคิดเห็นที่ 16 (832620)
avatar
คนแรมทาง
image

มุมนี้ระหว่างทางเดินลงจากวัด
ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-02 17:33:33 IP : 58.9.31.60


ความคิดเห็นที่ 17 (832625)
avatar
คนแรมทาง
image

ช่วงนี้ต้นไม้กำลังเปลี่ยนสี จากที่เขียวๆ ก็เริ่มเหลือง แล้วก็จะแดง แล้วร่วง บางชนิดพอเหลืองแล้วก็แห้งและร่วงเลย ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เมืองนี้ก็สวยไปอีกแบบ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-02 17:36:24 IP : 58.9.31.60


ความคิดเห็นที่ 18 (832694)
avatar
คนแรมทาง
image

จากวัด Thiksey พวกเราไปต่อที่ พระราชวังเชย์ (Shey Palace) ที่สร้างโดยกษัตริย์ Deldan Namgyal เพื่อระลึกถึงพระบิดา Singge Namgyal กำแพงเดิมของพระราชวังถูกฉาบด้วยทองคำผสมทองแดง แต่ปัจจุบันไม่มีให้เห็นแล้ว ที่นี่ก่อสร้างเพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์แห่งลาดัคห์ ภายในมีรูปปั้นของพระศากยมุณี ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้
ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-02 18:47:01 IP : 58.9.31.60


ความคิดเห็นที่ 19 (832696)
avatar
คนแรมทาง
image

พระศากยมุณี ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ภายใน Shey Palace
ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-02 18:48:32 IP : 58.9.31.60


ความคิดเห็นที่ 20 (833039)
avatar
คนแรมทาง
image

จาก Shey Palace เราไปชมพิพิธภัณฑ์ สตอคพาเลซ (Stok Royal Palace Musuem) ซึ่งเคยเป็นพระราชวังเดิมของราชวงศ์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1825 ปัจจุบันยังเป็นที่เก็บสะสมข้าวของเครื่องใช้ เครื่องแต่งกายของราชวงศ์ มงกุฎของมหากษัตริย์และพระราชินี ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมได้ โดยเสียค่าเข้าคนละ 30 รูปี แต่ที่นี่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป เลยไม่มีภาพมงกุฎงามๆ มาฝากกัน

จุดหมายต่อไปคือ Shanti Stupa ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองเลห์ประมาณ 2 กิโลเมตร Shanti Stupa เป็นเจดีย์สันติภาพที่สร้างขึ้นโดยชาวญี่ปุ่นและมีการทำพิธีเปิดโดยองค์ดาไลลามะ เมื่อปี ค.ศ. 1985 ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สามารถเห็นตัวเมืองเลห์และพระราชวังเลห์ได้อย่างชัดเจน แต่เราไปถึงเย็นแล้ว พระอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาหายไป พอแสงอุ่นๆ ของพระอาทิตย์จางไป ความหนาวก็เข้ามาแทนที่ แถมมีลมพัดมาอีก ทุกคนเลยใช้เวลาอยู่บนลานของ Shanti Stupa กันน้อยมาก เพราะทนความหนาวเย็นของอากาศไม่ไหว

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-03 00:22:57 IP : 222.123.153.252


ความคิดเห็นที่ 21 (833046)
avatar
คนแรมทาง

พวกเราปิดท้ายการเที่ยวรอบเมืองเลห์กันที่ พระราชวังเลห์ (Leh Palace) ซึ่งเป็นพระราชวัง ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นกลางเมืองเลห์ ขนาดความสูง 9 ชั้น ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1630 มีลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับพระราชวังโปตาลาในทิเบต คือมีผนังเอียงเข้าหากันทุกด้าน แต่ใกล้ค่ำแล้ว เลยไม่ได้เข้าไปด้านในกัน เพราะไกด์ท้องถิ่นซึ่งเป็นพลขับของเราบอกว่าข้างในไม่มีอะไรแล้ว ถูกขนย้ายไปจนเกลี้ยง

เรากลับเข้าที่พักกันเรียบร้อย ให้ทุกคนได้พักผ่อน อาบน้ำอุ่นๆ หลังจากเพลียกันมาทั้งวัน ยิ่งเมื่อคืนนอนไม่ค่อยพอ เลยดูหมดแรงกันไปเลย เรานัดเวลากินข้าวกันตอน 1 ทุ่ม ส่วนพี่ปลากับเราออกไปจ่ายตลาดกัน ได้สารพัดผักและไข่มาหนึ่งแผง แม่ครัวจำเป็นอย่างพี่ปลาเลยทำผัดผักรวมมิตร แล้วก็เอาปลากระป๋องที่เตรียมมาจากเมืองไทยมาทำต้มยำ ซดน้ำร้อนๆ และที่ขาดไม่ได้คือไข่เจียว แต่สุดท้ายแม่ครัวเจียวไข่ไม่ทัน เลยแค่ปรุงรสให้แล้วอาศัยพ่อครัวแขกช่วยเจียว กว่าอาหารจะเสร็จและได้กินกันก็ประมาณทุ่มครึ่งได้ เจ้าของโรงแรมให้พวกเราเข้าไปกินข้าวในส่วนที่เป็นห้องอาหารของบ้านเค้า เพราะอุ่นกว่า ถ้าให้กินที่ดาดฟ้าเหมือนมื้อเช้าคงไม่ไหว

หลังจากจัดการอาหารค่ำกันเรียบร้อย ทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนนอนเอาแรง พรุ่งนี้เช้าเราจะออกเดินทางไปชมทะเลสาบพันกอง(Pangong Lake) ทะเลสาปน้ำเค็มที่สูงที่สุดในโลกกันแต่เช้า

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-03 00:30:36 IP : 222.123.153.252


ความคิดเห็นที่ 22 (833059)
avatar
คนแรมทาง
image

วันที่ 3 อังคารที่ 16 ต.ค. 50 เลห์ - ทะเลสาปพันกอง

 

6 โมงเช้า สมาชิกออกมากินขนมปัง และดื่มอะไรร้อนๆ รองท้อง ก่อนจะออกเดินทาง ระหว่างนั่งรถไป หลายคนอาการไม่ค่อยดี เพราะโดนโรคแพ้ความสูงเล่นงาน คนที่กินยาป้องกันที่เราให้ไปแล้วไม่มีอาการอะไร ส่วนคนที่ไม่กินก็มีทั้งที่เป็นและไม่เป็น โรคนี้เป็นโรคสุ่ม บอกไม่ได้ว่าใครจะเป็นหรือไม่เป็น ถึงจะแข็งแรงก็อาจเป็นได้เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ คือคนที่กินยากันไว้แล้วไม่มีอาการแพ้นะ

 

ระหว่างเส้นทางอากาศเย็นมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเราวิ่งเข้าหาภูเขาหิมะ ตามเส้นทางมีหิมะปกคลุมเพิ่มขึ้นจากครั้งที่มาสำรวจเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนเยอะเลย แต่ไม่มีใครได้เล่นหิมะสักคน โดยเฉพาะน้องกันต์ที่บอกว่าจะมาเล่นหิมะ เพราะนั่งหนาวอยู่บนรถ แถมอาการแพ้ความสูง เวียนหัว อาเจียนเล่นงานอยู่ด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-03 00:43:37 IP : 222.123.153.252


ความคิดเห็นที่ 23 (833064)
avatar
คนแรมทาง
image

เราไปถึงทะเลสาปพันกองประมาณเที่ยงครึ่ง โดดลงไปสัมผัสน้ำในทะเลสาปและถ่ายรูปกันตามอัธยาศัย ให้สมกับที่นั่งรถมาตั้งหลายชั่วโมง แต่ความตั้งใจที่จะมากินมาม่าต้มร้อนๆ ที่ร้านข้างทะเลสาปดับวูบ เพราะร้านแถวนี้ปิดอพยพหนีหนาวกันไปหมดแล้ว ต้องออกไปที่หมู่บ้านถัดไปซึ่งเราผ่านมา ถึงจะมีร้านให้นั่งกินได้

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-03 00:47:42 IP : 222.123.153.252


ความคิดเห็นที่ 24 (833071)
avatar
คนแรมทาง
image

ดื่มด่ำธรรมชาติริมทะเลสาปพันกองกันได้ไม่นานเท่าไหร่ พลังแอปเปิ้ลเริ่มหมด พวกเราเลยโบกมือลาทะเลสาปพันกอง แล้วตีรถกลับ เพื่อออกไปหาที่กินอาหารกลางวัน กว่าจะได้กินกันก็ประมาณบ่าย 2 โมง ยังดีที่มีร้านอาหารใจดีให้พวกเราใช้สถานที่ และบริการต้มน้ำร้อน ต้มมาม่าให้พวกเรา มีชาร้อนๆ อร่อยๆ ให้พวกเรากินด้วย แม้ว่าเค้าจะปิดร้านไม่ได้ขายอาหารแล้วก็ตาม

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-03 00:53:18 IP : 222.123.153.252


ความคิดเห็นที่ 25 (833078)
avatar
คนแรมทาง
image

พอท้องอิ่ม เราก็ออกเดินทางต่อ ขากลับเห็นหิมะตกอยู่เป็นระยะๆ และเส้นทางที่เราผ่านตอนขาไปก็มีหิมะปกคลุมเพิ่มมากขึ้นด้วย แสดงว่าหลายชั่วโมงที่ผ่านมามีหิมะตกไปตลอดทางเลย

เรากลับเข้ามาถึงตัวเมืองเย็นแล้ว ทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อนตามอัธยาศัย นัดกินข้าวกันตอนทุ่มครึ่ง มื้อนี้พวกเราจะชิมฝีมือแขกทำล้วนๆ เลย ส่วนพี่ปลากับเรา พาพี่นพกับพี่นุ่นไปซื้อถุงนอนขนเป็ดที่ตลาด เพราะที่นี่ราคาถูกกว่าบ้านเรามาก ใครที่ไม่ได้มีอยู่แล้ว ไม่ได้เตรียมมา ก็เลยแนะนำให้มาซื้อที่นี่เลย เราก็ซื้อของตัวเองเพิ่มด้วย คราวก่อนที่มาสำรวจซื้อไปแค่อันเดียวของพี่ปลา สรุปแล้วซื้อ 3 ถุง ได้ในราคาถุงละ 900 รูปี

ได้ของเรียบร้อย ไปแวะโทรศัพท์กลับบ้านกันแป๊บนึง แล้วก็เดินกลับที่พัก ระหว่างทางไฟดันดับอีก ดีนะที่เตรียมไฟฉายมาด้วย แต่พอเดินกลับมาถึงหน้าโรงแรมไฟก็มาพอดี กลับมาถึงก็ได้เวลาอาหารค่ำตามที่นัดกันไว้ เลยเข้าห้องอาหารก่อนเลย อิ่มแล้วก็แยกย้ายห้องใครห้องมัน

ก่อนนอนคืนนี้แทบทุกคนยอมกินยาแก้แพ้ความสูง เพราะรู้แล้วว่าร่างกายตัวเองไม่ไหวจริงๆ พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางจากเลห์มุ่งหน้าสู่ศรีนาการ์ แต่จะไปแวะค้างคืนระหว่างทางที่เมืองการ์กิล จะได้ไม่ต้องนั่งรถนานเกินไปนัก

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-03 01:05:39 IP : 222.123.153.252


ความคิดเห็นที่ 26 (833081)
avatar
คนแรมทาง

แล้วพรุ่งนี้จะมาเล่าให้ฟังกันต่อนะจ๊ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-03 01:07:05 IP : 222.123.153.252


ความคิดเห็นที่ 27 (833912)
avatar
คนแรมทาง
image

วันที่ 4 อังคารที่ 17 ต.ค. 50 เลห์ - การ์กิล

เช้านี้เราเตรียมพลังกันด้วยข้าวต้ม ที่ขอให้เค้าทำให้ เพราะเรามีกับข้าว พวกผัดกาดดอง หมูหยอง และโปรตีนเกษตรที่เตรียมมา สั่งไข่เจียวเพิ่มอีกหน่อย สุดยอดเลย

กินอาหารเช้าและเก็บสัมภาระพร้อมสำหรับการเดินทาง พวกเราก็ออกจากเลห์ สู่เส้นทางที่กล่าวกันว่าสวยที่สุดสายหนึ่ง มีวิวเทือกเขาสูง และลำธารน้ำมีสวยให้เราลัดเลาะไปตลอดทาง เรากำลังมุ่งหน้าสู่เมืองศรีนาการ์ แต่คืนนี้เราจะพักค้างคืนที่เมืองระหว่างทาง คือเมืองการ์กิลกันก่อน

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-03 18:13:48 IP : 222.123.153.252


ความคิดเห็นที่ 28 (833915)
avatar
คนแรมทาง
image

ระหว่างทางเราแวะเที่ยวชมสถานที่สำคัญๆ ของเมืองต่างๆ ไปตามรายทาง ที่แรกคือวัด Alchi Gompa คราวก่อนที่มาสำรวจไม่รู้นะว่าที่นี่มีพระพุทธรูปทองคำประดิษฐานอยู่ เพราะเค้าไม่ได้เปิดให้เข้าไปชม แต่ทริปนี้สงสัยเค้าเห็นว่ามาหลายคน เลยใจดีเปิดให้เข้าไปไหว้พระกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-03 18:17:09 IP : 222.123.153.252


ความคิดเห็นที่ 29 (833920)
avatar
คนแรมทาง
image

และที่น่าสนใจอีกอย่างของวัดนี้คือห้องน้ำที่วิวสวยที่สุดในทริป คือมันอยู่ด้านหลังวัด ซึ่งติดกับริมแม่น้ำสีฟ้าสดใสน่ะ แต่สภาพห้องน้ำก็ทรมานใจพอสมควรนะ โดยเฉพาะกลิ่น มีต้นไม้หน้าตาแปลกๆ เม็ดสีแดงๆ ขึ้นอยู่ริมน้ำด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-03 18:20:00 IP : 222.123.153.252


ความคิดเห็นที่ 30 (833925)
avatar
คนแรมทาง
image

ออกจากวัดนั่งรถต่อไปอีกสักพักก็ได้เวลาท้องร้องแล้ว เราและกันข้าวกลางวันกันที่เมือง Indus ร้านเดิมที่เคยมาสำรวจไว้ เพราะอาหารพอทานได้ เครื่องดื่มมีให้เลือกหลายอย่าง และสะอาด(เท่าที่เห็นนะ)

ข้างร้านอาหารเป็นร้านขายพวกผลไม้แห้ง กำลังบรรจุแอปพิคอตแห้งลงถุงกันอยู่เลย พวกเราเข้าไปลองชิม และซื้อติดมือไปกินเล่นบ้าง ไปฝากเพื่อนฝูงบ้าง รวมแล้วก็หลายถุงอยู่นะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแรมทาง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2007-11-03 18:23:58 IP : 222.123.153.252





Copyright © 2007-2037 สงวนลิขสิทธิ์ภาพและบทความที่จัดทำขึ้นโดยเว็บไซต์ ห้ามลอกโดยเด็ดขาด