dot dot
เลห์ ลาดักห์ เทศกาลหน้ากาก (18-29 มิถุนายน 2561)
                   
               
เลห์ เทศกาลหน้ากาก
  ทัวร์อินเดีย ..
  กรุงเทพ เดลลี แคชเมียร์ ศรีนากา โซนามาร์ค ลามายุรุ หมู่บ้านอัลชิ บาสโก้ 
  เลห์ วัดเฮมิส (เทศกาลหน้ากาก) นูบราวัลเล่ย์ ทะเลสาบพันกอง เลห์ เดลลี กรุงเทพ

18-29 มิถุนายน 2561
12 วัน 9 คืน
เปิดรับ 15 ท่าน *เดินทางขั้นต่ำ 9 ท่าน
นั่งรถ คันละ 3 คน ทุกคนได้นั่งริมหน้าต่าง

47,000 บาท

*ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน

คำเตือน..ด้วยรักและห่วงใย
เขาบอกกันว่าที่นี่ คือ "สถานที่ที่สวรรค์กับโลกมนุษย์มาบรรจบกัน" ถึงแม้ว่า เส้นทางนี้งดงามเกินบรรยาย ชนิดที่เรียกว่า ควรไปเห็นด้วยตาให้ได้สักครั้งในชีวิต ถึงแม้ว่า เสน่ห์ของทริปนี้ อยู่ที่วิวสองข้างทาง สวยงามจนหลับตาไม่ลง
แต่ ทริปนี้ไม่ได้สะดวกสบาย ไปลำบาก นั่งรถเหนื่อยมาก อาหารพื้นเมืองไม่อร่อย กินกันไม่ได้ ! 
ด้วยเป็นพื้นที่ที่อยู่สูงเหนือจากระดับน้ำทะเลเกินกว่า 4,000 เมตร จึงสุ่มเสี่ยงต่ออาการแพ้ความสูง ทำให้ปวดหัว อาเจียน หายใจไม่ทัน หรือหัวใจวาย
ดังนั้น  กรุณาอ่านโปรแกรมดีๆก่อนตัดสินใจจอง 
ถ้าร่างกายไม่แข็งแรง เป็นโรคหัวใจ ความดันสูง หอบหืด ไม่ควรเดินทาง .. หากชวนเพื่อนกรุณาบังคับให้เพื่อนอ่านด้วย เพื่อนที่เรื่องเยอะ ห้ามชวน ! 
             

จุดนัดพบ
สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 10 บริเวณที่นั่งหน้าประตู
เวลา 17.00 น. (ห้าโมงเย็น)

             
โปรแกรมการเดินทาง
    
DAY 01 วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
เที่ยวบิน ระหว่างประเทศ
AI335
    bangkok-delhi
     เวลา 21.30-00.10
สายการบินแอร์อินเดีย
เส้นทาง  bangkok - delhi
เดินทาง bkk-del นั่งเครื่องประมาณ 4 ชม.
ที่พัก พักรอต่อเครื่องในสนามบิน
delhi duty free
เริ่มโปรแกรมทัวร์-
17.00 น. พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เช็คอินบัตรโดยสารและโหลดสัมภาระ 
*รับ O2 ออกซิเจน แพ็คใส่กระเป๋าใครกระเป๋ามัน คนละ 1 กระป๋อง
*สามารถโหลดกระเป๋าได้หนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม  เท่านั้น
เช็คอินเสร็จแล้ว แยกย้ายกันเข้าด้านใน ผ่าน ตม. รอขึ้นเครื่องพร้อมกัน
21.30 น. ได้เวลาเครื่องออก เดินทางสู่ประเทศอินเดีย 
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง *กินอาหารค่ำบนเครื่องบิน
00.10 น. ถึงแผ่นดินอินเดีย ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร  
นั่งๆนอนๆ รอต่อเครื่องในสนามบิน
                  
DAY 02 วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
เที่ยวบิน ภายในประเทศ
AI827
    delhi-srinagar
     เวลา 07.10-08.40
สายการบินแอร์อินเดีย
เส้นทาง  delhi - srinagar - sonamarg
เดินทาง del-sxr นั่งเครื่องประมาณ 1 ชม. 15 นาที
srinagar-sonamarg 
ระยะทางประมาณ 84 กม. นั่งรถ 3-4 ชม.
  รถส่วนตัว mahindra scorpio/xylo 
นั่งคันละ 3 คน ทุกคนได้นั่งริมหน้าต่าง
ที่พัก Hotel Sonamarg Glacier  
หรือ เทียบเท่า in SONAMARG
วิวสวยมาก ห้องพักสะอาด อาหารอร่อย
Hotel Sonamarg Glacier โซนามาร์ค แคชเมียร์
อาหารเช้า - ที่สนามบิน *ไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์
07.10 น. ได้เวลาเครื่องออก
08.40 น. เดินทางถึงสนามบินศรีนากา รถมารับที่สนามบิน 
Sonamarg
เดินทางต่อสู่ โซนามาร์ค (Sonamarg) *ระยะทางประมาณ 84 กิโลเมตร 
บ่าย- เดินทางถึงโซนามาร์ค เข้าสู่โรงแรมที่พัก กินอาหารกลางวัน
รถที่เราใช้ตลอดการเดินทาง นั่งคันละ 3 คน เต็นท์ห้องน้ำของเรา ปวดฉี่จอดได้ทันที
โซนามาร์ค (Sonamarg)
ได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่ลาดักห์ มีความหมายว่า เมืองที่ยากแก่การค้นหา โซนามาร์ค ตั้งอยู่ในหุบเขาชิน (Sindh)  บนเทือกเขา Shakhdan หรือ เรียกตามภาษาท้องถิ่น ว่าเทือกเขาทาจิวาส ในฤดูหนาวจะได้พบกับความงามของเทอกเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ส่วนในฤดูร้อนท้องทุ่งกว้างจะคลุมไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี มีสายน้ำตกและลำธารน้ำใส ที่เกิดจากการละลายของหิมะธารน้ำแข็ง
แล้วออกไปนั่งรถเที่ยว เดินเที่ยว หรือ ขี่ม้า ตามสมควรแก่เวลา
*ค่าขี่ม้า ไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์ เผื่อเงินค่าม้าและทิป 500-700 รูปี
กินอาหารเย็น ที่โรงแรมที่พัก แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย
            
DAY 03 วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
เส้นทาง  sonamarg - lamayuru
เดินทาง sonamarg-lamayuru
ระยะทางประมาณ 230 กม. นั่งรถ 8-10 ชม.
  รถส่วนตัว mahindra scorpio/xylo 
นั่งคันละ 3 คน ทุกคนได้นั่งริมหน้าต่าง
ที่พัก Hotel Moon Land  
หรือ เทียบเท่า in LAMAYURU
วิวสวยมาก ห้องพักไม่สะอาดนัก พอพักได้
กินอาหารเช้า แล้วรีบออกเดินทาง วันนี้เราต้องเดินทางไกลมาก
*ระยะทางประมาณ 230 กิโลเมตร นั่งรถนาน 8-10 ชม.
Drass Village
ระหว่างทางผ่าน เมืองดราส (Drass) เมืองที่ถูกบันทึกไว้ว่า เป็นพื้นที่ที่มีคนอาศัยอยู่จริงที่หนาวเย็นที่สุดเป็นอันดับสองของโลก (the second coldest inhabited place in the world)
เที่ยง- พักกินอาหารกลางวันระหว่างทาง
ถนนจากโซนามาร์ค หน้าผาสูงชัน ระหว่างทางจาก โซนามาร์ค-ดราส
Chamba Statue & Fotula Top
แวะที่ Chamba Statue ที่นี่มีพระพุทธรูปพระศรีอารยเมตไตรย์ แกะสลักอยู่บนภูเขาหิน อายุเก่าแก่กว่าพันปี แวะกราบนมัสการ ขอพรให้เดินทางปลอดภัย แล้วเดินทางต่อผ่าน Fotula Top จุดสูงสุดบนเส้นทาง เลห์-ศรีนากา หรือ Highest Point the Srinagar Leh Road จุดนี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 4,118 เมตร
วิวสวยๆจาก Fotula Top Chamba Statue พระศรีอารยเมตไตรย์ บนผาหิน
ช่วงเย็น- เดินทางถึง ลามายุรุ (Lamayuru) เข้าสู่ที่พัก 
กินอาหารเย็น  แล้วนอนหลับพักผ่อนให้หายเหนื่อยจากการเดินทาง
           
DAY 04 วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
เส้นทาง  lamayuru-alchi
เดินทาง lamayuru- alchi   
ระยะทางประมาณ 60 กม. นั่งรถ 2 ชม.
  รถส่วนตัว mahindra scorpio/xylo 
นั่งคันละ 3 คน ทุกคนได้นั่งริมหน้าต่าง
ที่พัก Hotel in ALCHI
โรงแรมเล็กๆ บรรยากาศพื้นเมือง
ให้อารมณ์การพักกับชาวบ้าน
Lamayuru Gompa
กินอาหารเช้า แล้วไปเที่ยวกันที่ วัดลามายุรุ (Lamayuru Gompa) วิหารของวัดตั้งอยู่บนยอดเขาสูงแวดล้อมด้วยเทือกเขาขนาดใหญ่ ภายในวัดมีถ้ำเล็กๆซึ่งประดิษฐานรูปปั้น ท่านมอราปะ ลามะองค์สำคัญ ผู้ก่อตั้งนิกาย Kagyupa ซึ่งเชื่อกันว่าท่านเคยมาปฏิบัติสมาธิภาวนาในถ้ำแห่งนี้
ลามายุรุ (Lamayuru)
อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,510 เมตร (10,520 ฟุต) ด้วยทำเลที่ตั้งของลามายุรุนั้นเคยเป็นทะเลสาบมาก่อน ปัจจุบันท้องทะเลสาบแห้งสนิทเห็นชั้นดินที่ธารน้ำแข็งกัดเซาะเป็นร่องลึก และเป็นชั้นๆสวยงามแปลกตา จนถูกขนานนามว่า Moon Land หรือ โลกพระจันทร์
Moon Land
เที่ยง- กินอาหารกลางวัน
แล้วออกเดินทางสู่ หมู่บ้านอัลชิ 

*ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร นั่งรถนาน 2-3 ชั่วโมง 
ระหว่างทางผ่าน หุบเขาที่กล่าวกันว่าดูคล้ายพื้นผิวดวงจันทร์มากที่สุด แวะถ่ายรูปกันบริเวณที่เรียกว่า Moon Land  ด้วยทำเลที่ตั้งของลามายุรุนั้นเคยเป็นทะเลสาบมาก่อน ปัจจุบันท้องทะเลสาบแห้งสนิทเห็นชั้นดินที่ธารน้ำแข็งกัดเซาะเป็นร่องลึก มองเห็นเป็นชั้นๆสวยงามแปลกตา จนถูกขนานนามว่าโลกพระจันทร์
Moon Land หุบเข้าโลกพระจันทร์
 Lamayuru Gompa วัดลามายุรุ Moon Land หุบเข้าโลกพระจันทร์
Tingmosgang
แวะเที่ยว พระราชวัง Tingmosgang และ วัด Tingmosgang Gompa
 พระราชวัง Tingmosgang และ วัด Tingmosgang Gompa
หมู่บ้าน Temisgang Village 
ตั้งอยู่บนเนินเขา ริมฝั่งแม่น้ำสินธุ แต่เดิมที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงโบราณของ ราชอาณาจักรแชม (Syham Kingdom) เป็นที่ตั้งของ ปราสาท Tingmosgang Castle และ วัด Tingmosgang Gompa  สร้างขึ้นโดยกษัตริย์ Drag-pa-Bum ในศตวรรษที่ 15 ต่อมาภายหลังกษัตริย์ Bhagan ซึ่งคือหลานปู่ของ Drag-pa-Bum ได้ขยายอาณาจักรจนยิ่งใหญ่ และเป็นผู้ก่อกำเนิดราชวงศ์นัมเกล (Namgyal Dynasty) อันมีความหมายว่าชัยชนะ  ราชวงศ์นัมเกล นับได้ว่าเป็นราชวงศ์ที่สองของลาดักห์ ที่มีอำนาจทางการปกครองมากในสมัยนั้น เชื้อสายของราชวงศ์นี้ ปัจจุบันยังคงอาศัยอยู่ที่ พระราชวังสต็อก (Stok Palace) ไม่ไกลจากเมืองเลห์
Tingmosgang
ยังมีความสำคัญในด้านประวัติศาสตร์ คือ หลังจากการสิ้นพระชนม์ของ ดาไลลามะองค์ที่ 5 แห่งทิเบต ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ได้ส่งคณะทูตนำโดย สังฆราชา แห่งนิกายดรุกปะ (Drukpa) มาที่ Tingmosgang ในปี ค.ศ. 1684 และได้มีการเซ็นลงนามภายใต้ สนธิสัญญา Tingmosgang  ระหว่างราชอาณาจักรทิเบตและลาดักห์ ในประเด็นเขตแดนระหว่างสองราชอาณาจักร ข้อตกลงทางศาสนาและการค้า ที่ยังคงยึดถือมาจนถึงปัจจุบัน
ช่วงเย็น- เดินทางถึงหมู่บ้านอัลชิ เข้าสู่ที่พัก 
เดินเล่นในหมู่บ้าน กินอาหารเย็น คืนนี้พักผ่อนสบายๆ
            
DAY 05 วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
เส้นทาง  alchi-leh
เดินทาง alchi-leh
ระยะทางประมาณ 80 กม. นั่งรถ 3-4 ชม.
  รถส่วนตัว mahindra scorpio/xylo 
นั่งคันละ 3 คน ทุกคนได้นั่งริมหน้าต่าง
ที่พัก Hotel Kidar หรือ เทียบเท่า in Leh
โรงแรมเล็กๆน่ารัก บรรยากาศพื้นเมือง
สะอาด มีน้ำอุ่น และ WIFI
Alchi Gompa
กินอาหารเช้า 
แล้วไปเที่ยวชม วัดอัลชิ (Alchi Gompa) วัดเก่าแก่อายุหลายร้อยปี เป็นวัดเล็กๆในหมู่บ้านที่ดูเงียบสงบ วิหารของวัดนี้สร้างด้วยไม้ ผสมโครงสร้างที่เป็นอิฐ ในรูปแบบดั้งเดิมของชาวลาดักห์ ภายในวิหารเก่าๆนั้น มีพระพุทธรูปดินปั้นเก่าแก่และงดงามมาก ประดิษฐานอยู่ด้วย ด้านหลังวัดติดกับลำธารที่มีน้ำสีฟ้าสวยทีเดียว
วัดอัลชิ (Alchi Gompa) พระโพธิสัตวิ์ ภายในวัดอัลชิ
กินอาหารกลางวัน แล้วออกเดินทางสู่ เมืองเลห์   
*ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร นั่งรถนาน 3-4 ชั่วโมง 
เมืองเลห์ (Leh)   
     อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,500 เมตร  เป็นเมืองหลวงของลาดักห์ คือดินแดนที่ซ่อนเร้นอยู่ท่ามกลางขุนเขา ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเทือกเขาหิมาลัย เต็มไปด้วยภูเขาหิมะที่สูงกว่า 7,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล เทือกเขาสูงที่โอบล้อม ทำให้เลห์กลายเป็นดินแดนลี้ลับที่ยากแก่การเข้าถึง 
     ลาดักห์ในอดีต เคยเป็นอาณาจักรใหญ่ที่รุ่งเรือง เป็นชุมทางการค้าขายของ 1 ใน 3 เส้นทางสำคัญของหิมาลัยโบราณ อันได้แก่ เส้นทางสายไหม เส้นทางเกลือ และ เส้นทางเครื่องเทศ พ่อค้ามากมายเดินทางมาพบปะเจรจา แลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้า ที่นี่จึงเป็นจุดเชื่อมต่อวัฒนธรรมและอารยธรรม ระหว่างเอเชียกลาง เอเชียตะวันตก ตะวันออกกลาง และยุโรป
Likir Gompa & Basgo
ระหว่างทาง แวะไปเที่ยวกันที่ วัดลิคีร์ (Likir Gompa) วัดนี้มีพระพุทธรูปพระศรีอาริยเมตไตรย์ ขนาดใหญ่ ทิวทัศน์บริเวณหุบเขาที่อยู่ระหว่างทางไปสู่วัดลิคีร์ ผ่านโตรกลึก ลำธารน้ำใส ถนนพับไปพับมาตามไหล่เขา ทำให้หมู่บ้านสดชื่นมีชีวิตชีวา และ บาสโก้ (Basgo) หมู่บ้านบาสโก้ ชุมชนเล็กๆอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านอัลชิ บาสโก้มีชื่อเสียงเพราะ UNESCO Asia-Pasific Heritage ภายในมีวัดและพระพุทธรูป พระศรีอาริยเมตไตรย์ ขนาดใหญ่ที่ปั้นด้วยดินเหนียว เก่าแก่และงดงามมากองค์หนึ่ง
วิวจากวัดลิกีร์ (View from Likir Gompa)
บาสโก้ (Basgo) วันแรมทาง วัดลิกีร์ (Likir Gompa)
บาสโก้ (Basgo) วัดลิกีร์ (Likir Gompa)
แล้วเดินทางมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองเลห์ เข้าที่โรงแรมที่พัก
เย็นถึงค่ำ- กินอาหารค่ำ แล้วแยกย้ายเข้านอน คืนนี้หลับสบายกันที่เลห์
           
DAY 06 วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
เส้นทาง  leh (hemis festival)
เดินทาง นั่งรถและเดินเที่ยวในเมือง
  รถส่วนตัว mahindra scorpio/xylo 
นั่งคันละ 3 คน ทุกคนได้นั่งริมหน้าต่าง
ที่พัก Hotel Kidar หรือ เทียบเท่า in Leh
โรงแรมเล็กๆน่ารัก บรรยากาศพื้นเมือง
สะอาด มีน้ำอุ่น และ WIFI
Hemis Gompa
03.00 น. มุ่งสู่ วัดเฮมิส (Hemis monastery) 45 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเลห์ เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง จัดได้ว่าใหญ่ที่สุดและมั่งคั่งที่สุดในลาดักห์ ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำสินธุ (Indus River) เช่นเดียวกับวัดสำคัญอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Lamayuru, Alchi, Stok และ Thiksey 
กินอาหารเช้า *เป็นอาหารกล่องที่แพ็คมาจากโรงแรม
งานเทศกาลหน้ากาก (Mask Dance) วัดเฮมิส งานเทศกาลหน้ากาก (Mask Dance) วัดเฮมิส
งานเทศกาลหน้ากาก (Mask Dance) วัดเฮมิส  งานเทศกาลหน้ากาก (Mask Dance) วัดเฮมิส
วัดเฮมิส (Hemis Monastery)
วัดเฮมิส (Hemis monastery) วัดเฮมิส (Hemis monastery)
Thiksey Gompa
กลางวัน- ได้เวลาท้องหิว กินอาหารกลางวัน
แล้วไปต่อที่ วัดธิคเซย์ (Thiksey Monastery) เป็นวัดที่สวยงามที่สุดของลาดักห์ อยู่ในนิกายเกลุคปา ภายในวัดมีองค์พระศรีอารยะเมตไตรย์ ซึ่งชาวพุทธสายมหายานเชื่อว่า เป็นพระโพธิสัตว์องค์ต่อไป ที่จะคอยช่วยเหลือมนุษย์
วัดธิคเซย์ (Thiksey Monastery) พระศรีอารยเมตไตรย์ วัดธิคเซย์
วัดธิคเซย์ (Thiksey Monastery) พระศรีอารยเมตไตรย์ วัดธิคเซย์
Shey Palace
แล้วไปเที่ยวสบายๆกันต่อ ในเมืองเลห์
เริ่มที่ พระราชวังเชย์ (Shey Palace) ตอนแสงสวยๆ แต่เดิมเมืองเชย์ เป็นเมืองหลวงเก่าของลาดักห์ พระราชวังนี้สร้างโดย กษัตริย์ Deldan Namgyal  เพื่อระลึกถึงผู้เป็นพระบิดา Singge Namgyal กำแพงของพระราชวังถูกฉาบด้วยทองคำผสมทองแดง ก่อสร้างเพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์แห่งลาดักห์ ภายในมีองค์พระศากยมุณีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้
พระราชวังเชย์ (Shey Palace)
วิวด้านหน้าพระราชวังเชย์ (Shey Palace)  องค์พระศากยมุณี ภายในพระราชวังเชย์
แล้วเดินทางกลับที่พัก
เย็นถึงค่ำ- กินอาหารค่ำ แยกย้ายเข้านอน คืนนี้หลับสบายกันที่เลห์
             
DAY 07 วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
เส้นทาง  leh (hemis festival)
เดินทาง นั่งรถและเดินเที่ยวในเมือง
  รถส่วนตัว mahindra scorpio/xylo 
นั่งคันละ 3 คน ทุกคนได้นั่งริมหน้าต่าง
ที่พัก Hotel Kidar หรือ เทียบเท่า in Leh
โรงแรมเล็กๆน่ารัก บรรยากาศพื้นเมือง
สะอาด มีน้ำอุ่น และ WIFI
กินอาหารเช้า วันนี้เที่ยวเบาๆ และพักสบายๆในเมืองเลห์
ให้เวลาอิสระในช่วงเช้า เดินเล่นตลาด เลือกซื้อของตามอัธยาศัย

เที่ยง- กินอาหารกลางวัน *มื้อนี้ไม่รวมในค่าทัวร์ ต่างคนต่างกินตามอัธยาศัย
Namgyal Tsemo Gompa
บ่ายถึงเย็น- ไปเที่ยว วัด Namgyal Tsemo Gompa สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1430 ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และพระคัมภีร์เก่าแก่จากทิเบต บริเวณเหนือตัววัดจะเป็นป้อมปราการเก่า เป็นจุดชมวิวที่สามารถเห็นเมืองเลห์ได้อย่างสวยงาม
วัด Namgyal Tsemo Gompa วิวสวยๆของเมืองเลห์
Leh Palace & Shanti Stupa
เที่ยวกันต่อที่ พระราชวังเลห์ (Leh Palace) เป็นพระราชวัง ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นกลางเมืองเลห์ สร้างในปี ค.ศ. 1630 มีลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับพระราชวังโปตาลาในทิเบต คือมีผนังเอียงเข้าหากันทุกด้าน
พระราชวังเลห์ (Leh Palace) Shanti Stupa
พระราชวังเลห์ (Leh Palace)  Shanti Stupa
แล้วปิดท้ายของวันนี้กันที่ Shanti Stupa  ชมบรรยากาศยามเย็น อยู่ห่างจากตัวเมืองเลห์ประมาณ 2 กิโลเมตร  Shanti Stupa เป็นเจดีย์สันติภาพที่สร้างขึ้นโดยชาวญี่ปุ่น ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สามารถเห็นตัวเมืองเลห์ ได้อย่างชัดเจน แสงสีทองจับทิวเขาขณะอาทิตย์ลับขอบฟ้า สวยงามจับใจ 
เย็นถึงค่ำ- กินอาหารค่ำ แล้วแยกย้ายเข้านอน คืนนี้หลับสบายกันที่เลห์
              
DAY 08 วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
เส้นทาง  leh - nubra valley
เดินทาง leh-nubra ระยะทาง 150 กม. นั่งรถ 5-6 ชม.
  รถส่วนตัว mahindra scorpio/xylo 
นั่งคันละ 3 คน ทุกคนได้นั่งริมหน้าต่าง
ที่พัก Hotel Grand Nubra 
หรือ เทียบเท่า in NUBRA VALLEY
บรรยากาศสบายๆ กลางหุบเขาที่ร่มรื่น
กินอาหารเช้า  วันนี้ต้องเดินทางไกลมากอีกครั้ง
เก็บกระเป๋า ขึ้นรถมุ่งหน้าสู่ นูบราวัลเล่ย์ (Nubra Valley) 
*ระยะทางประมาณ 150 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง 4-5 ชั่วโมง

Khardung-La Pass
จากนั้น เป็นไฮไลท์ของวัน เราจะผ่านเส้นทางรถยนต์สูงที่สุดในโลกคือ กาดุงลาพาส Khardung-La Pass อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 5,578 เมตร  แวะถ่ายรูปกันตามสมควรแก่เวลา
Khardung-la Pass
Khardung-La Pass Khardung-La Pass
นูบราวัลเลย์ (Nubra Valley)
อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,048 เมตร เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางคารวานในอดีต เชื่อมต่อกับเส้นทางสายไหมอันโด่งดัง นูบราหมายถึงหุบเขาแห่งดอกไม้ เป็นแหล่งปลูก Apricot และผลไม้หลากหลายของลาดักห์ และเป็นที่อยู่อาศัย ของนกนานาชนิด อยู่ห่างจากเลห์ไปทางเหนือ ประมาณ 150 กิโลเมตร โอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัยและเทือกเขาคาราโครัม (Karakoram Range) ซึ่งเทือกเขาคาราโครัมนี้ เป็นเขตแดนตามธรรมชาติกั้นอินเดียกับปากีสถาน
Diskit Gompa & Sand Dune
ช่วงบ่าย- เดินทางถึง นูบราวัลเลย์ เข้าสู่ที่พัก เก็บของพักเหนื่อย 
แล้วออกไปเที่ยว วัดดิสกิต (Diskit Gompa) วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1420 สักการะ พระศรีอารยเมตไตรย์ องค์ใหญ่ ถ่ายรูปจุดชมวิวตามอัธยาศัย
วัด Diskit - Nubra Valley พระศรีอารยเมตไตรย์ วัด Diskit
วัด Diskit - Nubra Valley พระศรีอารยเมตไตรย์ วัด Diskit
อูฐสองหนอก ที่ sand dune
ขี่อูฐสองหนอก ที่ sand dune ชาวบ้านขายผักในตลาด
ช่วงบ่าย- เดินทางถึง นูบราวัลเลย์ เข้าสู่ที่พัก เก็บของพักเหนื่อย 
พอแดดร่มๆ ไปเที่ยวที่ เนินทราย Sand Dunes ไปดู อูฐหลัง 2 หนอก (Bactrian camels) ที่หลงเหลือมาจากสมัยที่ขบวนคาราวานยังผ่านไปมา ในเส้นทางสายไหม Trans-Karakoram อันเก่าแก่ ทุกวันนี้อูฐทำงานรับจ้างบริการนักท่องเที่ยว แทนอาชีพคาราวานดั้งเดิม 
เราจะ ขี่อูฐ เดินเล่นบนผืนทะเลทรายกัน 
*ค่าขี่อูฐ และค่าทิปให้คนจูงอูฐ ไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์ ต่างคนต่างจ่ายกันตรงนั้น
  เผื่อเงินค่าอูฐและทิป ประมาณ 500-600 รูปี
เย็นถึงค่ำ- แวะไปเที่ยวเดินตลาดเล็กๆในหมู่บ้าน แล้วกลับเข้าสู่ที่พัก 
กินอาหารเย็น คืนนี้หลับสบายกันที่ นูบราวัลเล่ย์

             
DAY 09 วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2561
เส้นทาง  nubra valley - pangong lake
เดินทาง nubra valley - pangong lake 
เส้นทางผ่านแม่น้ำ sheyok river
นั่งรถทั้งวัน
 *การเดินทางขึ้นอยู่กับสภาพถนน
  รถส่วนตัว mahindra scorpio/xylo 
นั่งคันละ 3 คน ทุกคนได้นั่งริมหน้าต่าง
ที่พัก Camp at PANGONG LAKE
พักแรมกันริมทะเลสาบ
Pangong Tso
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า วันนี้ต้องเดินทางไกลมากอีกครั้ง  
ขึ้นรถมุ่งหน้าสู่ ทะเลสาบพันกอง (Pangong Tso)
วันนี้เราเดินทางเรียบแม่น้ำ Sheyok River 
ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ระหว่างเส้นทางสู่ทะเลสาบพันกอง
แม่น้ำ Shyok River  ทะเลสาบพันกอง (Pangong Lake) 
ทะเลสาบพันกอง (Pangong Lake)
มีความยาวถึง 40 ไมล์ กว้าง 2-4 ไมล์ พื้นที่ 75% ของทะเลสาบอยู่ในดินแดนทิเบต อีก 25% อยู่ในเขตของอินเดีย เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลก คือ 4,350 เมตร จากระดับน้ำทะเล ชื่นชมความงามของทะเลสาบที่มีภูเขาสูงเป็นฉากหลัง น้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีสีสันที่งดงามมาก โดยเฉพาะในช่วงเย็นน้ำจะมีสีน้ำเงินเข้ม งดงามจับใจ ถ่ายรูป พักผ่อนชื่นชมธรรมชาติกันตามอัธยาศัย
บ่ายถึงเย็น- เข้าสู่แคมป์ที่พัก พักผ่อนตามสบาย 
ถ่ายรูป ดื่มด่ำกับความงามของทะเลสาบ ชื่นชมธรรมชาติกันเต็มที่
ช่วงค่ำ- กินอาหารค่ำ คืนนี้หลับให้สบายริมทะเลสาบแสนงาม
               
DAY 10 วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2561
เส้นทาง  pangong lake - leh
เดินทาง pangong lake - leh 
ระยะทางประมาณ 200 กม. นั่งรถ 5-6 ชม.
  รถส่วนตัว mahindra scorpio/xylo 
นั่งคันละ 3 คน ทุกคนได้นั่งริมหน้าต่าง
ที่พัก Hotel Kidar หรือ เทียบเท่า in Leh
โรงแรมเล็กๆน่ารัก บรรยากาศพื้นเมือง
สะอาด มีน้ำอุ่น และ WIFI

ตื่นเช้า- กินอาหารเช้ากัน วันนี้เราจะกลับเมืองเลห์
ใช้เส้นทางที่ผ่าน ชางลา (Chang La Pass) ถนนซึ่งสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก
*ระยะทางถึงเลห์ประมาณ 200 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง 5-6 ชั่วโมง
เที่ยง- กลับถึงเมืองเลห์ กินอาหารกลางวัน แล้วเข้าสู่ที่พัก

ชางลา (Chang la Pass)
ชางลา (Chang la Pass)  ความงดงามระหว่างทาง
ช่วงบ่าย- ให้เวลาตามอัธยาศัย Shopping ตามสะดวก
Special Dinner
ช่วงค่ำ- กินอาหารเย็น ที่ร้านอาหารอร่อยๆในเมือง คืนนี้หลับสบายกันที่เลห์
                
DAY 11 วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2561
เที่ยวบิน ภายในประเทศ
 
AI446 leh-delhi เวลา 11.55-13.30
สายการบินแอร์อินเดีย
เส้นทาง  leh-delhi-bangkok
ตื่นนอน- ตื่นสายๆสบายๆ กินอาหารเช้า
กินอาหารเช้า แล้วออกเดินทางสู่สนามบิน
ถึงสนามบินเลห์ Check in บัตรโดยสารและโหลดสัมภาระ 

*สามารถโหลดกระเป๋าได้หนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม
11.55 น. ได้เวลาเครื่องออก เดินทางสู่สนามบินเดลลี 
*ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาที
13.30 น. ถึงสนามบินเดลลี 
รถมารับออกไป กินอาหารกลางวัน ในเมือง

พาไป Shopping ที่เดลลี ระหว่างรอต่อเครื่อง 
กินอาหารค่ำ ที่สนามบิน *มีเงินสดให้คนละ 500 รูปี
23.00 น. ได้เวลาเครื่องออก 

*ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม  *บนเครื่องบินมีบริการอาหารให้ด้วย
         
DAY 12 วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2561
เที่ยวบิน ระหว่างประเทศ
 
AI334   delhi-bangkok เวลา 23.00-04.45
สายการบินแอร์อินเดีย
เส้นทาง  delhi-bangkok

04.45 น. ถึงสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ 
พร้อมกับมุมมองใหม่ๆในโลกใบเดิมที่แคบลงเสมอ เมื่อการเดินทางสิ้นสุด 

สวัสดีเมืองไทย

จบโปรแกรมทัวร์-

                   
หมายเหตุ- โปรแกรมการเดินทาง อาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของช่วงเวลา และสถานการณ์เฉพาะหน้า
       
     

ราคาทัวร์-  47,000 บาท *ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน
ตั๋วเครื่องบิน-  ประมาณ 2X,000 บาท*
*เป็นราคาตั๋วโดยประมาณ จ่ายค่าตั๋วเครื่องบินตามจริง ณ วันที่ออกตั๋ว 

 
โปรดทราบ- การคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ คิดจากอัตราแลกเปลี่ยน ที่ 32.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งปรับเปลี่ยนราคาค่าเดินทาง หากมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นของอัตราแลกเปลี่ยน โดยยึดอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่จ่ายเงินค่าทัวร์ครบเต็มจำนวนเป็นหลัก

เงื่อนไข-  ต้องการนอนเดี่ยว  กรุณาโทรสอบถามราคา 

ส่วนลดพิเศษ-  (หักจากการจ่ายเงินงวดสุดท้าย)
มีวีซ่าอินเดียอยู่แล้ว หรือ ทำวีซ่าเอง  ลดค่าวีซ่า 1,800 บาท
เคยเดินทางกับ วันแรมทาง ลด 1,000 บาท

ราคานี้รวม-
ค่าตั๋วเครื่องบิน
สายการบิน  
  
เส้นทาง Bangkok-Delhi-Srinagar // Leh-Delhi-Bangkok
ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ไทย-อินเดีย
ค่าวีซ่าอินเดีย
ยา Acetazolamide (Diamox) 250 mg มีสำหรับทุกท่าน
O2 ออกซิเจน ฟรี .. 
ส่วนตัวคนละ 1 กระป๋อง , ติดรถเป็นกองกลาง 1 แท็งค์

อาหารมื้อหลักทุกมื้อ รวม ชา กาแฟ ของหวาน และผลไม้
ค่าน้ำดื่ม (น้ำเปล่าบรรจุขวด) ไม่จำกัดจำนวน
ที่พักโรงแรมตามที่ระบุ ห้องละ 2-3 ท่าน
รถ Marhindra Scorpio/Xylo ลูกทัวร์นั่งคันละ 3 คน  *ทุกคนได้นั่งริมหน้าต่าง
ค่าบัตรเข้าชมสถานที่ต่างๆ (เฉพาะตามที่ระบุในโปรแกรม)
ค่าบริการ หัวหน้าทัวร์คนไทย (ไม่รวมทิป)
ค่าบริการ ไกด์ท้องถิ่น
ประกันอุบัติเหตุ-  CHARTIS New Hampshire Insurance 
วงเงิน 2,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท 
เงื่อนไข- ภายใต้ข้อตกลงที่มีไว้กับบริษัทประกันชีวิต 
ครอบคลุมเฉพาะกรณีอุบัติเหตุ ไม่ครอบคลุมกรณี เจ็บป่วย เป็นไข้หวัด ท้องเสีย หรือ อาหารเป็นพิษ ระหว่างเดินทาง

ราคานี้ไม่รวม-
ค่ากล้องถ่ายรูป และ ค่ากล้องวีดีโอ ซึ่งเรียกเก็บเป็นบางสถานที่
ค่าทิป หัวหน้าทัวร์คนไทย 
ค่าทิป ทีมงานอินเดีย ไกด์ท้องถิ่น คนขับรถ เด็กรถ
ค่าทิป เด็กยกกระเป๋าที่โรงแรม
ค่าขี่อูฐ 
ค่าทิป คนจูงอูฐ
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ

ค่าทิป- (ให้ในวันสุดท้าย ของการเดินทาง)
ทีมงานอินเดีย (ไกด์ท้องถิ่น คนขับรถ เด็กรถ) 
เผื่อเงินไว้ประมาณ 4,000 รูปี หรือ 2,000 บาท สำหรับ 10 วัน ในอินเดีย
เด็กยกกระเป๋า ควรให้ไม่ต่ำกว่า 20 รูปี
ต่อครั้ง
หัวหน้าทัวร์คนไทย แล้วแต่ความพอใจ

 

การชำระเงิน

1) จ่ายมัดจำ จำนวน 10,000 บาท  ทันทีที่จอง
 
2) จ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน จำนวน
2X,000 บาท  ทันทีที่จอง
ตามราคาออกตั๋วจริง *กรุณาโทรสอบถามค่าตั๋วก่อนโอนเงิน
 
3) จ่ายส่วนที่เหลือ จำนวน 37,000 บาท จ่ายภายในวันที่ 
28 พฤษภาคม 2561

 

เงื่อนไขการให้บริการ
จองล่วงหน้าตามช่วงเวลาที่กำหนด ชำระเงินตามเงื่อนไขข้างต้น
ขอยกเลิกการเดินทาง ยึดเงินมัดจำ และหักค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง และ/หรือ ขอยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 30 วัน เก็บค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน เมื่อท่านออกเดินทางกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง เช่น ไม่เที่ยวบางรายการ ไม่ทานอาหารบางมื้อ หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจำคืนได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น  กรณีที่การตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศ ปฏิเสธมิให้เดินทางออกหรือเข้าประเทศในรายการเดินทาง หรือ กรณีความล่าช้าจากสายการบิน การประท้วง, การนัดหยุดงาน, การก่อจลาจล ทางเราขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น  เมื่อท่านตกลงชำระเงิน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ที่ได้ระบุไว้แล้วทั้งหมด

 

 

ขั้นตอนง่ายๆในการจองทริปกับเรา
1  2  3  4 
คลิกเพื่อจองทริป คลิกตรวจรายชื่อ คลิกเพื่อโอนเงิน คลิกเพื่อส่งเอกสาร
       
บริการของเรา
คำแนะนำ เตรียมของ เตรียมของ ฝากแลกเงิน จองโรงแรม
         
           
  ถ้ามีปัญหาสั่งพิมพ์ไม่ได้ กรุณาโทรแจ้ง 024054561, 0816928233 
หรือส่ง email แจ้งขอโปรแกรมได้ที่ info@wanramtang.com
 
               
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ที่อยู่ แผนที่ วันแรมทาง
บ้านวันแรมทาง
1/60 ซ. อนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
โทรศัพท์  024054561
แฟกซ์  024054560
มือถือ - ปลา 0898119139 (AIS)
มือถือ - นุ้ย 0816928233 (DTAC)
Email info@wanramtang.com  และ  wanramtang@hotmail.com
Line ID/โทรศัพท์ wanramtang3 / 0876997475
 
วันทำงาน วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00-18.00 น.
วันเสาร์ เวลา 09.00-12.00 น.
วันอาทิตย์ หยุดงาน งดการติดต่อทุกเรื่อง
ถ้าไม่รับสายหรือโทรไม่ติด กรุณาส่งเป็นข้อความ sms ส่ง email หรือ Line
                
หรือติดต่อผ่านระบบอัตโนมัติ ด้านล่างนี้

 


ชื่อ :  *
เบอร์โทรศัพท์ :  *
อีเมล :  *
ชื่อทริปเดินทาง :  *
วันที่เดินทาง :  *
ต้องการ : จองทริป
สอบถาม
หัวข้อที่ต้องการสอบถาม :
รายละเอียด :



โปรแกรม ลาดักห์

แคชเมียร์ ลาดักห์ (7-17 ตุลาคม 2561)
เลห์ ลาดักห์ (เมษายน) article



dot
รับข่าวการเดินทาง

dot
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/06037
ติดต่อเรา
โปรแกรมการเดินทาง
แพ็คเกจ เที่ยวอินเดีย
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot










อุณหภูมิ พยากรณ์อากาศ
ร่วมบุญกับ วันแรมทาง


Copyright © 2007-2037 สงวนลิขสิทธิ์ภาพและบทความที่จัดทำขึ้นโดยเว็บไซต์ ห้ามลอกโดยเด็ดขาด
ติดต่อเรา
บริษัท อัพเดททัวร์แอนด์ทราเวล จำกัด
เลขที่ 1/60 ซอยอนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
โทรศัพท์ : 024054561 , 0816928233 (dtac) , 0898119139 (ais) โทรสาร : 024054560
Email : info@wanramtang.com , wanramtang@hotmail.com
Line ID: wanramtang3