dot dot
ซันสการ์ article
          
ยังไม่มีทริปช่วงนี้  
             
  คำเตือน..ด้วยรักและห่วงใย
เขาบอกกันว่าที่นี่ คือ "สถานที่ที่สวรรค์กับโลกมนุษย์มาบรรจบกัน"
ถึงแม้ว่า เส้นทางนี้งดงามเกินบรรยาย ชนิดที่เรียกว่า ควรไปเห็นด้วยตาให้ได้สักครั้งในชีวิต
ถึงแม้ว่า เสน่ห์ของทริปนี้ อยู่ที่วิวสองข้างทาง สวยงามจนหลับตาไม่ลง
แต่.. ทริปนี้ไม่ได้สะดวกสบาย ไปลำบาก นั่งรถเหนื่อยมาก อาหารพื้นเมืองกินยากมาก !
ด้วยเป็นพื้นที่ที่อยู่สูงเหนือจากระดับน้ำทะเลเกินกว่า 4,000 เมตร จึงสุ่มเสี่ยงต่ออาการแพ้ความสูง
ทำให้ปวดหัว อาเจียน หายใจไม่ทัน หรือหัวใจวาย
ดังนั้น.. กรุณาอ่านโปรแกรมดีๆก่อนตัดสินใจจอง 
ถ้าร่างกายไม่แข็งแรง เป็นโรคหัวใจ หอบหืด ไม่ควรเดินทาง
หากชวนเพื่อนกรุณาบังคับให้เพื่อนอ่านด้วย เพื่อนที่เรื่องเยอะ ห้ามชวน ! เดี๋ยวจะผิดในกัน  !
            
        
ทัวร์อินเดีย ..
ซันสการ์ ลาดักห์
พิเศษ..  โฮมสเตย์ที่ Skagam Village
   ค้างคืนที่ ลามายุรุ อัลชิ ทะเสาบพันกอง
เดลลี ศรีนากา โซนามาร์ค ดราส ซูรุวัลเล่ย์ หมู่บ้านสกากัม พาดัม
ซันสการ์ 
การ์กิล ลามายุรุ อัลชิ ลิกีร์ บาสโก้ เลห์ ทะเลสาบพันกอง
(13 วัน 12 คืน)
เดินทาง    สิงหาคม
เปิดรับ    12 ท่าน เท่านั้น



ราคาทัวร์ 
50,000 บาท
*
ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน

"จองเร็วได้ตั๋วถูก จองช้าได้ตั๋วแพง"

             
    
ค่าตั๋วเครื่องบิน จ่ายตามราคาจริง ณ วันที่ออกตั๋ว กรุณาสอบถามราคาตั๋วก่อนโอนเงิน
*กรณีขอยกเลิกการเดินทาง สามารถขอ refund คืนค่าตั๋วได้เท่าที่สายการบินคืนให้
Air India ค่าตั๋วเครื่องบิน 16,000   บาท *เป็นราคาโดยประมาณ
           
 

เส้นทางสู่ดินแดนบนที่ราบสูงตอนปลายของเทือกเขาหิมาลัย มีหิมะปกคลุมเกือบ

ตลอดทั้งปี มีเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น ที่ดินแดนแห่งนี้จะเปิดรับคนภายนอกเข้าไป
เยี่ยมเยือนเทือกเขาสูงหลากสีสันแห่งดินแดนลาดักห์ ทุ่งหญ้าเขียวขจีบนแผ่นดินแคชเมียร์ ธารน้ำตกที่เกิดจากการละลายของน้ำแข็ง ทั้งความงดงามของธรรมชาติ 
ประสาทพระราชวัง วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คน อารยธรรมเก่าแก่ของชน
ชาวทิเบตเหล่านี้ล้วนเป็นเสน่ห์ที่เย้ายวน ให้เราอยากไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง
โปรแกรมไม่มีเวลากำหนดตายตัว ยืดหยุ่นได้ ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ 
           
โปรแกรมการเดินทาง
        
จุดนัดพบ  
สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 10 บริเวณที่นั่งหน้าประตู
เวลา 06.00 น. (หกโมงเช้า)
            
วันแรก  วันเสาร์
เที่ยวบิน ระหว่างประเทศ
AI333 สายการบิน Air India
    กรุงเทพ-เดลลี
     เวลา 08.50-12.05
สายการบินแอร์อินเดีย
เส้นทาง bangkok - delhi
เดินทาง กรุงเทพ-เดลลี , นั่งเครื่อง 4 ชม.
สนามบิน-ที่พัก , นั่งรถประมาณ 15 นาที
รถบัสปรับอากาศ
ที่พัก Hotel HOLIDAY INN AIRPORT
(5 ดาว) , DELHI AIRPORT
หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
Business Hotel พักสบาย ใกล้สนามบิน
         
  06.00 น. พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เช็คอินบัตรโดยสารและโหลดสัมภาระ 
*สามารถโหลดกระเป๋าได้หนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม เท่านั้น
เช็คอินเสร็จแล้ว แยกย้ายกันเข้าด้านใน ผ่าน ตม. รอขึ้นเครื่องพร้อมกัน
08.55 น. ได้เวลาเครื่องออก เดินทางสู่ประเทศอินเดีย 
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง  
*กินอาหารเช้าบนเครื่องบิน
12.00 น. ถึงแผ่นดินอินเดีย ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร  
แล้วเข้าสู่โรงแรมที่พัก
         
ปลา' Tour Leader พาเที่ยว
 เที่ยว กุตุป มีนาร์ (Tower of Victory)
        
  กินอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร *อาหารอินเดียล้ำๆ
บ่าย- แวะเที่ยว กุตุป มีนาร์ (Tower of Victory) หอคอยแห่งชัยชนะ
สูง 72.50 เมตร สัญลักษณ์ของกรุงนิวเดลี 
เย็นถึงค่ำ - เข้าสู่โรงแรมที่พัก กินอาหารค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม
แล้ว
รีบเข้านอนเก็บแรงไว้เดินทางในวันรุ่งขึ้น
               
วันที่สอง  วันอาทิตย์
เที่ยวบิน ภายในประเทศ
AI825 สายการบิน Air India
    เดลลี-ศรีนากา
     เวลา 10.15-11.55
สายการบินแอร์อินเดีย
เส้นทาง delhi - srinagar - sonamarg
เดินทาง delhi-srinagar นั่งเครื่อง 1 ชม 25 นาที
srinagar-sonamarg 
ระยะทางประมาณ 84 กม. นั่งรถ 3-4 ชม.
   รถส่วนตัว mahindra scorpio 
  นั่งคันละ 4 คน เก็บของบนหลังคา 
ที่พัก Hotel Sonamarg Glacier  
หรือ เทียบเท่า in SONAMARG

วิวสวยมาก ห้องพักสะอาด อาหารอร่อยมาก
Hotel Sonamarg Glacier โซนามาร์ค แคชเมียร์
        
  07.00 น. กินอาหารเช้า แล้วเดินทางไปสนามบิน เช็คอินและโหลดสัมภาระ
10.00 น. เครื่องออก มุ่งหน้าสู่สนามบินเมืองศรีนากา 
*ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาที
11.20 น. เดินทางถึงเมืองศรีนากา รถมารับที่สนามบิน 
ออกเดินทางต่อสู่ โซนามาร์ค (
Sonamarg) 
*ระยะทางประมาณ 84 กิโลเมตร แต่นั่งรถนาน 3-4 ชั่วโมง 
แวะกินอาหารกลางวันที่ร้านอาหารระหว่างทาง
         
รถที่เราใช้ตลอดการเดินทาง นั่งคันละ 4 คน โซนามาร์ค
เต็นท์ห้องน้ำของเรา ปวดฉี่จอดได้ทันที O2 ออกซิเจน มีพร้อมให้ทุกคน
        
  โซนามาร์ค เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น ประตูสู่ลาดักห์ (Gateway of Ladakh)
หรืออีกความหมายหนึ่งคือ "เมืองที่ยากแก่การค้นหา" โซนามาร์ค (Sonamarg)
ตั้งอยู่ในหุบเขาชิน (
Sindh)  ในฤดูร้อนจะได้ชมความสวยงามของ เทือกเขา
Shakhdan (ภาษาท้องถิ่น ทาจิวาส”) ซึ่งปกคลุมไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี 
มีสายน้ำตกและลำธารที่เกิดจากการละลายของ ธารน้ำแข็ง (Glarcier)
บ่าย- เดินทางถึงโซนามาร์ค  แล้วค่อยออกไปเดินเที่ยว หรือ ขี่ม้า เล่นกัน 
สนุกสนานกันตามสมควรแก่เวลา 
*ค่าขี่ม้า หรือกิจกรรมอื่นๆ ไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์ ต่างคนต่างจ่ายกันตรงนั้น
ทีมงานของเราจะช่วยเจรจาต่อรองให้ เผื่อเงินค่าม้าและทิป 300-500 รูปี
เย็นถึงค่ำ- กินอาหารเย็น จากนั้นพักผ่อน เก็บแรงไว้เดินทางในวันรุ่งขึ้น
              
วันที่สาม  วันจันทร์
  วันนี้ต้องเดินทางไกลมาก ถนนจากโซนามาร์คไปการ์กิล เรียกว่าไม่ดีอย่างแรงในหลายๆช่วง
ต้องขับผ่านทางสูงชัน
 เส้นทางลัดเลาะไปตามภูเขาสูง ทางเลียบหน้าผา อันตรายและหวาดเสียว
รถวิ่งได้ช้า ถนนหลายช่วงขรุขระและเป็นหลุมลึกมาก ให้ทำใจเรื่องความลำบากในการนั่งรถ
กระแทก กระเด็นกระดอน รวมถึงอาการเมารถ และการเข้าห้องน้ำระหว่างทาง
เส้นทาง sonamarg - drass - suru valley
เดินทาง sonamarg - suru valley 
ประมาณ 168
 กม. นั่งรถ 8-10 ชม.
   รถส่วนตัว mahindra scorpio 
  นั่งคันละ 4 คน เก็บของบนหลังคา 
ที่พัก Hotel Moon Land  
หรือ เทียบเท่า in LAMAYURU

วิวสวยมาก ห้องพักไม่สะอาดนัก พอพักได้
suru valley - zanskar
            
ถนนจากโซนามาร์ค หน้าผาสูงชัน ระหว่างทางจาก โซนามาร์ค-ดราส
              
  06.00 น. กินอาหารเช้าแล้วรีบออกเดินทาง วันนี้เราต้องเดินทางไกลมาก
*ระยะทางประมาณ 230 กิโลเมตร นั่งรถนาน 8-10 ชั่วโมง 
ระหว่างทางผ่าน เมืองดราส (Drass) เมืองที่ถูกบันทึกไว้ว่า
"เป็นพื้นที่ที่มีคนอาศัยอยู่จริงที่หนาวเย็นที่สุดเป็นอันดับสองของโลก"
(the second coldest inhabited place in the world)
เที่ยงถึงบ่าย-  แวะกินอาหารกลางวันที่เมืองการ์กิล (Kargil)
ช่วงเย็น- เดินทางถึง หมู่บ้าน Suru Valley เข้าสู่ที่พัก
กินอาหารเย็น จากนั้นพักผ่อน เก็บแรงไว้เดินทางในวันรุ่งขึ้น
             
วันที่สี่ วันอังคาร
  วันนี้ต้องเดินทางไกลมาก ถนนไม่ดีอย่างแรงในหลายๆช่วง
เริ่มผ่านพื้นที่สูงระดับเกิน 4,000 เมตร
 
เหนือระดับน้ำทะเล บางคนอาจจะมีอาการแพ้ความสูง 
เช่น อาจเวียนหัว ปวดหัว ปวดบ่า ปวดไหล่ ท้องเสีย อาเจียน นอนไม่หลับ หายใจไม่ถนัด เหนื่อยง่าย 
ให้ดื่มน้ำเยอะๆ  ทำกิจกรรมช้าๆ เดินช้าๆ ไม่ควรวิ่งหรือกระโดด
เส้นทาง suru valley - rungdum - skagam
เดินทาง suru valley - skagam village
ประมาณ 170 กม. นั่งรถ 6-7 ชม.
   รถส่วนตัว mahindra scorpio 
  นั่งคันละ 4 คน เก็บของบนหลังคา 
ที่พัก Homestay in SKAGAM
พอพักได้ ให้อารมณ์การพักแรมกับชาวบ้าน
          
  เช้า- ตื่นเช้า กินอาหารเช้าแล้วรีบออกเดินทาง วันนี้เราต้องเดินทางไกลมาก
*ระยะทางประมาณ 170 กิโลเมตร นั่งรถนาน 6-7 ชั่วโมง 
มุ่งหน้าสู่หมู่บ้าน Skagam Village ในหุบเขาซันสการ์
             
วัดรังดุม (Rangdum Monastery)
Suru Valley and Buddha Statue at Khartse Khar วัดรังดุม (Rangdum Monastery)
Welcome to Zanskar ธารน้ำแข็ง Dran Drung Glacier
Welcome to Zanskar Valley ธารน้ำแข็ง Dran Drung Glacier
             
  ซันสการ์ (Zanskar) 
ตั้งอยู่ในเขตของเทือกเขา Zanskar Range หนึ่งในเทือกเขาสูงใหญ่ของหิมาลัย
ซันสการ์ จัดว่าเป็นตำบล (Zanskar Sub district) ที่ขึ้นตรงกับอำเภอการ์กิล (Kargil District) ในแคว้นลาดักห์ (Ladakh) ที่เรากำลังเดินทางกันอยู่นี้
อำเภอการ์กิลนั้นประกอบด้วย ตำบล Zanskar , ตำบล Suru , ตำบล Wakha 
และ ตำบล Drass
          
  ระหว่างหนทางอันยาวไกลนี้ แวะเที่ยว-
รังดุม (Rangdum) เป็นหมู่บ้านหนึ่งของตำบล Zanskar
แวะเที่ยวชม วัดรังดุม Rangdum Monastery 
ผ่านเส้นทางที่สูง 4,406 เมตร จากระดับน้ำทะเล ชื่อ Pensi-la Pass หรือ
ประตูสู่ซันสการ์ (Gateway to Zanskar)
ตื่นตากับวิวของเทือกเขาหิมะสูงใหญ่ ธารน้ำแข็ง Dran Drung Glacier 
กลางวัน- แวะรับประทานอาหารกลางวัน ระหว่างทาง
ช่วงเย็น- เดินทางถึง หมู่บ้าน Skagam Village
กินอาหารเย็น จากนั้นพักผ่อน เก็บแรงไว้เดินทางในวันรุ่งขึ้น
                     
วันที่ห้า วันพุธ
เส้นทาง skagam - padum (zanskar)
เดินทาง skagam-padum
ประมาณ 20 กม. นั่งรถ 1 ชม.
   รถส่วนตัว mahindra scorpio 
  นั่งคันละ 4 คน เก็บของบนหลังคา 
ที่พัก guesthouse in PADUM
เล็กๆพอพักได้ บรรยากาศพื้นเมือง
ให้อารมณ์การพักกับชาวบ้าน
          
  ตื่นแต่เช้า - กินอาหารเช้า แล้วเดินเที่ยวชมบรรยากาศสบายๆในหมู่บ้าน
สัมผัสวิถีวัฒนธรรมชาวบ้าน การทำนา การเลี้ยงสัตว์ แล้วออกเดินทางสู่
เมืองพาดัม (Padum) 
เมืองเล็กๆแต่เป็นเมืองหลักของซันสการ์ 
*ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร นั่งรถ 1 ชั่วโมง 
แวะเที่ยวชม วัดสำคัญ ระหว่างทาง 
วัดซานี (Sani Gonpa) ซึ่งตั้งก่อนถึงพาดัม ประมาณ 6 กิโลเมตร
วัดแห่งนี้เป็นสาขาของ Drukpa Kagyupa School แต่ละส่วนของวัดแห่งนี้ 
ได้สร้างขึ้นในแต่ละยุคสมัยที่ต่างกัน ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดนั้นสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 2 วัดนี้ถูกสร้างในลักษณะของปราสาท โดยมีสถูปกานิการ์ 
(Kanika Stupa) ประดิษฐานอยู่ด้านหลังของวัด จากหลักฐานชิ้นนี้เชื่อว่าวัดนี้สร้างขึ้นในสมัยของ Kushan ผู้ปกครองสมัยศตวรรษที่ 2 
วัดนี้ยังเกี่ยวข้องกับ โยคีนาโรบา ของอินเดียอีกด้วย โดยเชื่อว่าโยคีนาโรบา
ได้มาปฏิบัติตนบริเวณสถูปแห่งนี้

เที่ยงถึงบ่าย- ถึงเมืองพาดัม (Padum) เข้าสู่ที่พัก 
กินอาหารกลางวันระหว่างทาง แล้วพักผ่อนสักครู่
           
ชาวบ้านซันสการ์ วัดและสถูปเจดีย์ พบได้ทั่วไป
            
  วัดซานี (Sani Gonpa) ซึ่งตั้งก่อนถึงพาดัม ประมาณ 6 กิโลเมตร วัด Sani แห่งนี้เป็นสาขาของ Drukpa Kagyupa School แต่ละส่วนของวัดแห่งนี้
ได้สร้างขึ้นในแต่ละยุคสมัยที่ต่างกัน ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดนั้นสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 2 วัดนี้ถูกสร้างในลักษณะของปราสาท โดยมีสถูปกานิการ์ 
(Kanika Stupa) ประดิษฐานอยู่ด้านหลังของวัด จากหลักฐานชิ้นนี้เชื่อว่าวัดนี้สร้างขึ้นในสมัยของ Kushan ผู้ปกครองสมัยศตวรรษที่ 2 
วัดนี้ยังเกี่ยวข้องกับ โยคีนาโรบา ของอินเดียอีกด้วย โดยเชื่อว่าโยคีนาโรบา 
ได้มาปฏิบัติตนบริเวณสถูปแห่งนี้

เที่ยงถึงบ่าย- ถึงเมืองพาดัม (Padum) เข้าสู่ที่พัก กินอาหารกลางวัน
ช่วงเย็น- เดินเล่นในตลาด กินอาหารค่ำ จากนั้นพักผ่อนกันตามอัธยาศัย
           
วันที่หก วันพฤหัสบดี
เส้นทาง padum (zanskar)
เดินทาง padum , นั่งรถเที่ยวในเมือง
   รถส่วนตัว mahindra scorpio 
  นั่งคันละ 4 คน เก็บของบนหลังคา 
ที่พัก guesthouse in PADUM
เล็กๆพอพักได้ บรรยากาศพื้นเมือง
ให้อารมณ์การพักกับชาวบ้าน
          
  ตื่นแต่เช้า - กินอาหารเช้า แล้วไปเที่ยวกัน
ไปเที่ยว วัดคาร์ซ่า (Karsha Gonpa) วัดที่ใหญ่ที่สุดในหุบเขาซันสการ์
สร้างไต่ระดับขึ้นไปบนเทือกเขาสูง ต้องออกแรงเดินกันจนได้เหงื่อทีเดียว
ไปเที่ยว วัดสตองเดย์ (Stongdey Gonpa) วัดใหญ่อันดับสองในหุบเขา
ซันสการ์ ตั้งอยู่บนภูเขาสูง ที่ชมวิวมุมสูงของซันสการ์ได้สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่ง
          
วัดคาร์ซ่า (Karsha Gonpa) วัดสตองเดย์ (Stongdey Gonpa)
วัดคาร์ซ่า (Karsha Gonpa) หมู่บ้านสตองเดย์ (Stongdey Village)
แม่น้ำซันสการ์ จากวัด Starrimo วัดสตองเดย์ (Stongdey Gonpa)
แม่น้ำซันสการ์ จากวัด Pibiting Gonpa วัดสตองเดย์ (Stongdey Gonpa)
          
  กลางวัน- กลับมากินอาหารกลางวัน แล้วออกไปเที่ยวกันต่อในช่วงบ่าย
ไปเที่ยว วัด Starrimo วัดหินโบราณขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำในเขตเมืองเก่า
ไปเที่ยว หมู่บ้านเก่าแก่ Pibiting และ วัดเก่าแก่บนยอดเขา
ช่วงเย็น- กินอาหารเย็น จากนั้นพักผ่อนกันตามอัธยาศัย
            
วันที่เจ็ด วันศุกร์
เส้นทาง padum - kargil
เดินทาง padum-kargil
ประมาณ 248 กม. นั่งรถ 12-14 ชม.
   รถส่วนตัว mahindra scorpio 
  นั่งคันละ 4 คน เก็บของบนหลังคา 
ที่พัก Hotel Siachen  
หรือ เทียบเท่า in KARGIL

พอพักได้ ไม่สะอาดนัก 
ดีที่สุดในเมืองแล้ว
Hotel Siachen Kargil
  วันนี้ต้องเดินทางไกลมาก ถนนไม่ดีอย่างแรงในหลายๆช่วง 
เริ่มผ่านพื้นที่สูงระดับเกิน 4,000 เมตร
 
เหนือระดับน้ำทะเล บางคนอาจจะมีอาการแพ้ความสูง 
เช่น อาจเวียนหัว ปวดหัว ปวดบ่า ปวดไหล่ ท้องเสีย อาเจียน นอนไม่หลับ หายใจไม่ถนัด เหนื่อยง่าย 
ให้ดื่มน้ำเยอะๆ  ทำกิจกรรมช้าๆ เดินช้าๆ ไม่ควรวิ่งหรือกระโดด
               
  ตื่นแต่เช้า - กินอาหารเช้า แล้วเก็บกระเป๋าออกเดินทาง
เพราะวันนี้เราต้องเดินทางไกลมากอีกครั้ง
มุ่งหน้าสู่เมืองการ์กิล (Kargil) วันนี้จะเดินทางออกจากซันสการ์กันแล้ว
เที่ยง- กินอาหารกลางวันระหว่างทาง
ช่วงเย็น- กินอาหารเย็น จากนั้นพักผ่อนกันตามอัธยาศัย
          
Nun 7,135 เมตร และ Kun 7,086 เมตร
Nun 7,135 เมตร และ Kun 7,086 เมตร
ลามะที่ซันสการ์
บ้านเรือนระหว่างทาง ลามะที่ซันสการ์
              
  เพลินเพลินกับวิวสวยๆสองข้างทาง แวะถ่ายรูปได้เท่าที่ต้องการ 
เราจะกลับกันเส้นทางเดิม ผ่านหมู่บ้าน Skagam Village
ผ่าน ธารน้ำแข็ง Dran Drung Glacier ผ่าน Pensi-la Pass ผ่านเมืองรังดุม
เที่ยง- กินอาหารกลางวันระหว่างทาง
แวะไปชม พระพุทธรูปแกะสลักที่หน้าผา (Buddha Statue Khartse Khar) 
อายุนับพันปี เก่าแก่ซ่อนเร้นอยู่ในหุบเขา ไม่ไกลจากหมู่บ้าน Suru Valley
ช่วงเย็น- เดินทางถึงเมืองการ์กิล (Kargil) เข้าสู่ที่พัก กินอาหารค่ำ
จากนั้นพักผ่อนกันตามอัธยาศัย เก็บแรงไว้เดินทางในวันรุ่งขึ้น
               
วันที่แปด วันเสาร์
  วันนี้ต้องเดินทางไกลมาก ถนนไม่ดีอย่างแรงในหลายๆช่วง 
เริ่มผ่านพื้นที่สูงระดับเกิน 4,000 เมตร
 
เหนือระดับน้ำทะเล บางคนอาจจะมีอาการแพ้ความสูง 
เช่น อาจเวียนหัว ปวดหัว ปวดบ่า ปวดไหล่ ท้องเสีย อาเจียน นอนไม่หลับ หายใจไม่ถนัด เหนื่อยง่าย 
ให้ดื่มน้ำเยอะๆ  ทำกิจกรรมช้าๆ เดินช้าๆ ไม่ควรวิ่งหรือกระโดด
เส้นทาง kargil - lamayuru - alchi
เดินทาง kargil-lamayuru ระยะทางประมาณ 106 กม. 
lamayuru- alchi ระยะทางประมาณ 60 กม. 
   รถส่วนตัว mahindra scorpio 
  นั่งคันละ 4 คน เก็บของบนหลังคา 
ที่พัก guesthouse in ALCHI
พอพักได้ บรรยากาศพื้นเมือง
ให้อารมณ์การพักกับชาวบ้าน
           
  06.00 น. กินอาหารเช้าแล้วรีบออกเดินทาง วันนี้เราต้องเดินทางไกล
*ระยะทางประมาณ 106 กิโลเมตร นั่งรถนาน 2-3 ชั่วโมง 
ระหว่างทาง แวะที่ Chamba Statue 
ที่นี่มีพระพุทธรูปพระศรีอารยเมตไตรย์ แกะสลักอยู่บนภูเขาหิน อายุเก่าแก่กว่าพันปี แวะกราบนมัสการ ขอพรให้เดินทางปลอดภัย
แล้วเดินทางต่อผ่าน Fotula Top จุดสูงสุดบนเส้นทาง เลห์-ศรีนากา
หรือ Highest Point the Srinagar Leh Road จุดนี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 4,118 เมตร
เที่ยง- เดินทางถึง ลามายุรุ (Lamayuru) กินอาหารกลางวันที่ห้องอาหาร 
          
วิวสวยๆจาก Fotula Top Chamba Statue พระศรีอารยเมตไตรย์ บนผาหิน
Lamayuru ลามายุรุ Moon Land หุบเข้าโลกพระจันทร์
Lamayuru Gompa วัดลามายุรุ  Moon Land หุบเข้าโลกพระจันทร์
             
  แล้วไปเที่ยวกันที่ วัดลามายุรุ (Lamayuru Gompa)
วิหารของวัดตั้งอยู่บนยอดเขาสูงแวดล้อมด้วยเทือกเขาขนาดใหญ่ 
ภายในวัดมีถ้ำเล็กๆซึ่งประดิษฐานประติมากรรมรูปลามะองค์สำคัญ ได้แก่ 
ท่านมอราปะ ผู้ก่อตั้งนิกาย Kagyupa ซึ่งเชื่อกันว่าท่านเคยมาปฏิบัติสมาธิภาวนาในถ้ำแห่งนี้
  ออกเดินทางต่อ สู่หมู่บ้านอัลชิ
*ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร นั่งรถประมาณ 2 ชั่วโมง 
ระหว่างทางผ่าน หุบเขาที่สภาพคล้ายผิวดวงจันทร์มากที่สุด
แวะถ่ายรูปกันบริเวณที่เรียกว่า Moon Land 
ด้วยทำเลที่ตั้งของลามายุรุนั้นเคยเป็นทะเลสาบ
มาก่อน ปัจจุบันท้องทะเลสาบ
แห้งสนิทเห็นชั้นดินที่ธารน้ำแข็งกัดเซาะเป็นร่องลึก และเป็นชั้นๆสวยงาม
แปลกตา จนถูกขนานนามว่า 
โลกพระจันทร์
ช่วงเย็น- เดินทางถึงหมู่บ้านอัลชิ (Alchi) เข้าสู่ที่พัก กินอาหารค่ำ
จากนั้นพักผ่อนกันตามอัธยาศัย เก็บแรงไว้เดินทางในวันรุ่งขึ้น
             
วันที่เก้า วันอาทิตย์
  คืนนี้ค้างคืนที่ระดับความสูงเกิน 3,500 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล บางคนอาจจะมีอาการแพ้ความสูง 
เช่น อาจเวียนหัว ปวดหัว ปวดบ่า ปวดไหล่ ท้องเสีย อาเจียน นอนไม่หลับ หายใจไม่ถนัด เหนื่อยง่าย 
ให้ดื่มน้ำเยอะๆ  ทำกิจกรรมช้าๆ เดินช้าๆ ไม่ควรวิ่งหรือกระโดด
เส้นทาง alchi-likir-basgo-leh
เดินทาง alchi-leh
ระยะทางประมาณ 80
 กม. นั่งรถ 3-4 ชม.
   รถส่วนตัว mahindra scorpio 
  นั่งคันละ 4 คน เก็บของบนหลังคา 
ที่พัก guesthouse in LEH
เล็กๆพอพักได้
 บรรยากาศพื้นเมือง
ให้อารมณ์การพักกับชาวบ้าน
       
  07.00 น. กินอาหารเช้า 
ไปเที่ยว วัดอัลชิ (Alchi Gompa) วัดเก่าแก่อายุหลายร้อยปี เป็นวัดเล็กๆในหมู่บ้านที่ดูเงียบสงบ วิหารของวัดนี้สร้างด้วยไม้ ผสมโครงสร้างที่เป็นอิฐ
ในรูปแบบดั้งเดิมของชาวลาดักห์ ภายในวิหารเก่าๆนั้นมีพระพุทธรูปทองคำประดิษฐานอยู่ด้วย ด้านหลังวัดติดกับลำธารที่มีน้ำสีฟ้าสวยทีเดียว
ออกเดินทางต่อ สู่เมืองเลห์
*ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร นั่งรถประมาณ 3-4 ชั่วโมง 
แวะเที่ยว วัดลิกีร์ (Likir Gompa) วัดนี้มีพระพุทธรูปพระศรีอาริยเมตไตรย์
ขนาดใหญ่ ทิวทัศน์บริเวณหุบเขาที่อยู่ระหว่างทางไปสู่วัดลิกีร์ ผ่านโตรกลึก ลำธารน้ำใส ถนนพับไปพับมาตามไหล่เขา ทำให้หมู่บ้านสดชื่นมีชีวิตชีวา 
        
วัดอัลชิ (Alchi Gompa) พระโพธิสัตวิ์ ภายในวัดอัลชิ
วัดลิกีร์ (Likir Gompa)   บาสโก้ (Basgo) วันแรมทาง
วัดลิกีร์ (Likir Gompa) บาสโก้ (Basgo)
           
  กินอาหารกลางวัน ระหว่างทาง
แวะเที่ยว บาสโก้ (Basgo) แห่งหมู่บ้านบาสโก้
บาสโก้มีชื่อเสียงเพราะ UNESCO Asia-Pasific Heritage
ได้มอบรางวัล ‘The Award of Excellence’ ให้แก่ วัด “พระศรีอาริยเมตไตรย์” 
แห่งลาดักห์ (The Maitreya Temples Complex in Ladakh) 
ช่วงเย็น- เดินทางถึงเมืองเลห์ เข้าสู่ที่พัก
ให้เวลาอิสระ เดินเล่นเพลินตามสบายในตลาดของเมืองเลห์
เย็นถึงค่ำ- กินอาหารเย็น คืนนี้พักผ่อนสบายๆ
               
วันที่สิบ วันจันทร์
  คืนนี้ค้างคืนที่ระดับความสูงเกิน 3,500 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล บางคนอาจจะมีอาการแพ้ความสูง 
เช่น อาจเวียนหัว ปวดหัว ปวดบ่า ปวดไหล่ ท้องเสีย อาเจียน นอนไม่หลับ หายใจไม่ถนัด เหนื่อยง่าย 
ให้ดื่มน้ำเยอะๆ  ทำกิจกรรมช้าๆ เดินช้าๆ ไม่ควรวิ่งหรือกระโดด
เส้นทาง leh
เดินทาง นั่งรถเที่ยวในเมือง
   รถส่วนตัว mahindra scorpio 
  นั่งคันละ 4 คน เก็บของบนหลังคา
ที่พัก guesthouse in LEH
เล็กๆพอพักได้
 บรรยากาศพื้นเมือง
ให้อารมณ์การพักกับชาวบ้าน
               
  07.00 น. ตื่นเช้า กินอาหารเช้า แล้วไปเที่ยวสบายๆในเมืองเลห์ 
เมืองเลห์ ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3,505 เมตร จากระดับน้ำทะเล ที่นี่ยังคงมีกลิ่นอายวัฒนธรรมของชาวลาดักห์ให้เห็น 
วัดเฮมิส (Hemis monastery) 45 km ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเลห์
เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง จัดได้ว่าใหญ่ที่สุดและมั่งคั่งที่สุดในลาดักห์
ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำสินธุ (Indus) เช่นเดียวกับวัดสำคัญอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Lamayuru, Alchi, Stok และ Thiksey
วัดธิคเซย์ (Thiksey Monastery) ซึ่งถือว่าเป็นวัดที่สวยงามที่สุดของลาดักห์
เป็นวัดของนิกายเกลุคปาภายในวัดมีรูปปั้นของพระศรีอารยะเมตไตรย์ ซึ่งชาวพุทธสายมหายานเชื่อว่าเป็นพระโพธิสัตว์องค์ต่อไป ที่จะคอยช่วยเหลือมนุษย์
            
วัดเฮมิส (Hemis Monastery)
องค์คุรุปัทมสัมภวะ ภายในวัดเฮมิส วัดเฮมิส (Hemis Monastery)
วัดธิคเซย์ (Thiksey Monastery) พระศรีอารยเมตไตรย์ วัดธิคเซย์
วัดธิคเซย์ (Thiksey Monastery) พระศรีอารยเมตไตรย์ วัดธิคเซย์
             
กลางวัน- ได้เวลาท้องหิว กินอาหารกลางวัน
จากนั้นไปกันที่ วัด Namgail Tsemo Gompa 
วัดที่สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1430 ก็ประมาณ 580 กว่าปี มาแล้ว 
ที่วัด Namgail Tsemo Gompa นี้ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่
และพระคัมภีร์เก่าแก่จากทิเบต บริเวณเหนือตัววัดจะเป็นซากป้อมปราการเมืองเก่า วัดนี้เป็นจุดชมวิวอีกจุดหนึ่งที่สามารถเห็นตัวเมืองเลห์ได้อย่างสวยงาม
เที่ยวต่อที่ พระราชวังเลห์ (Leh Palace) ซึ่งเป็นพระราชวัง ที่ตั้งอยู่อย่าง
โดดเด่นกลางเมืองเลห์ ขนาดความสูง 9 ชั้น ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1630
มีลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับพระราชวังโปตาลาในทิเบต 
คือมีผนังเอียงเข้าหากันทุกด้าน
           
พระราชวังเลห์ (Leh Palace) Shanti Stupa
พระราชวังเลห์ (Leh Palace)  Shanti Stupa
              
แล้วปิดท้ายของวันนี้กันที่ Shanti Stupa 
ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเลห์ประมาณ 2 กิโลเมตร Shanti Stupa เป็นเจดีย์
สันติภาพที่สร้างขึ้นโดยชาวญี่ปุ่นและมีการทำพิธีเปิดโดยองค์ดาไลลามะ เมื่อ
ปี ค.ศ.1985 ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สามารถเห็นตัวเมืองเลห์ และ พระราชวังเลห์
ได้อย่างชัดเจน ชมบรรยากาศยามเย็น แสงสีทองจับทิวเขาขณะอาทิตย์ตก
ลับขอบฟ้า สวยงามจับใจ
เย็นถึงค่ำ- กลับเข้าสู่ที่พัก แล้วเข้านอนใครต้องการไปเดินเล่นในเมือง
หรือจะไป Shopping ก็ตามสะดวก แล้วค่อยกิน
อาหารเย็นพร้อมกัน
คืนนี้หลับสบายกันที่เลห์
             
วันที่สิบเอ็ด วันอังคาร
  วันนี้ต้องเดินทางไกล ขึ้นสู่พื้นที่สูงระดับเกิน 5,300 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล 
ถนนไม่ดีในหลายๆช่วง ต้องขับผ่านทางสูงชัน เส้นทางลัดเลาะ
ไปตามภูเขาสูง ทางเลียบหน้าผา
รถวิ่งได้ช้า ถนนหลายช่วงขรุขระและเป็นหลุมลึก ให้เตรียมตัว เรื่องความลำบากในการนั่งรถ 
กระแทก กระเด็นกระดอน รวมถึงอาการเมารถ และการเข้าห้องน้ำระหว่างทาง  
*คืนนี้ค้างคืนริมทะเลสาบพันกอง ที่ระดับความสูง 4,250 เมตร (13,940 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเล  
บางคนอาจจะเมารถ และมีอาการแพ้ความสูง เช่น อาจเวียนหัว ปวดหัว ปวดบ่า ปวดไหล่ 
ท้องเสีย อาเจียน นอนไม่หลับ หายใจไม่ถนัด เหนื่อยง่าย ให้ดื่มน้ำเยอะๆ  ทำกิจกรรมช้าๆ
เดินช้าๆ ไม่ควรวิ่งหรือกระโดด
เส้นทาง leh - pangong lake
เดินทาง leh - pangong lake
ระยะทางประมาณ 200
 กม. นั่งรถ 5-6 ชม.
   รถส่วนตัว mahindra scorpio 
  นั่งคันละ 4 คน เก็บของบนหลังคา
ที่พัก Camp/Tent 
in PANGONG LAKE

ห้องน้ำส่วนตัวภายในเต็นท์
พักแรมที่แคมป์ ริมทะเลสาบ
            

06.00 น. ตื่นแต่เช้า กินอาหารเช้ากัน

แล้วไปที่ พระราชวังเชย์ (Shey Palace) 
แต่เดิมเมืองเชย์ เป็นเมืองหลวงเก่าของลาดักห์ พระราชวังนี้สร้างโดยกษัตริย์ 
Deldan Namgyal เพื่อระลึกถึง
ผู้เป็นพระบิดา Singge Namgyal กำแพงของ
พระราชวังถูกฉาบด้วยทองคำผสมทองแดง ก่อสร้างเพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์แห่งลาดักห์ ภายในมีองค์พระศากยมุณีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ ทะเลสาบพันกอง (Pangong Tso) และค้างคืนที่นั่น 1 คืน
*ระยะทางถึงทะเลสาบประมาณ 200 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง 5-6 ชั่วโมง
ผ่าน ชางลา (Chang La Pass) เส้นทางรถยนต์ซึ่งสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก
เที่ยง- กินข้าวกลางวัน แบบปิคนิค
ท่ามกลางวิวที่สวยงาม ระหว่างเส้นทางสู่ทะเลสาบพันกอง
          
พระราชวังเชย์ (Shey Palace)
 องค์พระศากยมุณี ภายในพระราชวังเชย์ วิวด้านหน้าพระราชวังเชย์ (Shey Palace)
ชางลา (Chang la Pass) ทะเลสาบพันกอง (Pangong Lake)
ชางลา (Chang la Pass) ทะเลสาบพันกอง (Pangong Lake)
        

ทะเลสาบพันกอง (Pangong Lake) มีความยาวถึง 40 ไมล์ กว้าง 2-4 ไมล์

เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลก คือ 5,360 เมตร จากระดับน้ำทะเล
ชื่นชมความงามของทะเลสาบที่มีภูเขาสูงเป็นฉากหลัง น้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีสีสันที่งดงามมาก โดยเฉพาะในช่วงเย็นน้ำจะมีสีน้ำเงินเข้ม งดงามจับใจ
พื้นที่ 75% ของทะเลสาบอยู่ในดินแดนทิเบต อีก 25% อยู่ในเขตของอินเดีย 
ถ่ายรูป สนุกสนานพักผ่อนชื่นชมธรรมชาติกันตามสะดวก
บ่ายถึงเย็น- เข้าสู่แคมป์ที่พัก พักผ่อนตามสบาย 
ช่วงค่ำ- กินอาหารเย็น คืนนี้หลับให้สบายริมทะเลสาบแสนงาม
            
วันที่สิบสอง วันพุธ
  วันนี้ต้องเดินทางไกล ขึ้นสู่พื้นที่สูงระดับเกิน 5,300 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล 
ถนนไม่ดีในหลายๆช่วง ต้องขับผ่านทางสูงชัน เส้นทางลัดเลาะ
ไปตามภูเขาสูง ทางเลียบหน้าผา 
รถวิ่งได้ช้า ถนนหลายช่วงขรุขระและเป็นหลุมลึก ให้เตรียมตัว เรื่องความลำบากในการนั่งรถ 
กระแทก กระเด็นกระดอน รวมถึงอาการเมารถ และการเข้าห้องน้ำระหว่างทาง  
คืนนี้ค้างคืนที่ระดับความสูงเกิน 3,500 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล 
บางคนอาจจะเมารถ และมีอาการแพ้ความสูง เช่น อาจเวียนหัว ปวดหัว ปวดบ่า ปวดไหล่
ท้องเสีย อาเจียน นอนไม่หลับ หายใจไม่ถนัด เหนื่อยง่าย
 ให้ดื่มน้ำเยอะๆ  ทำกิจกรรมช้าๆ
เดินช้าๆ ไม่ควรวิ่งหรือกระโดด
เส้นทาง pangong lake - leh
เดินทาง pangong lake - leh
ระยะทางประมาณ 200 กม. นั่งรถ 5-6 ชม.
   รถส่วนตัว mahindra scorpio 
  นั่งคันละ 4 คน เก็บของบนหลังคา
ที่พัก guesthouse in LEH
เล็กๆพอพักได้
 บรรยากาศพื้นเมือง
ให้อารมณ์การพักกับชาวบ้าน
            

07.00 น. หลังจากกินอาหารเช้า 

เก็บกระเป๋าขึ้นรถออกเดินทาง วันนี้เราจะกลับเมืองเลห์ 
โดยใช้เส้นทางเดิม ทางเดียวกันกลับขาเข้ามาสู่ทะเลสาบพันกอง เมื่อวานนี้
กลางวัน- กลับถึงเลห์ เข้าสู่ที่พัก กินอาหารกลางวัน
ช่วงบ่าย- ให้เวลาตามอัธยาศัย 
เย็นถึงค่ำ- กินอาหารเย็น แล้วแยกย้ายกันพักผ่อน
               
วันที่สิบสาม วันพฤหัสบดี
เที่ยวบิน ภายในประเทศ + ระหว่างประเทศ
  สายการบิน Air India
AI446 เลห์-เดลลี           เวลา 08.20-09.30
AI332 เดลลี-กรุงเทพ     เวลา 13.25-19.20
สายการบินแอร์อินเดีย
เส้นทาง leh - delhi - bangkok
เดินทาง leh-delhi นั่งเครื่องประมาณ 1 ชม.
delhi-bangkok นั่งเครื่องประมาณ 4 ชม.
  ช้อปปิ้งในสนามบิน พักผ่อนบนเครื่องบิน
"duty free shopping"
delhi duty free
              
05.00 น. ตื่นกันแต่เช้ามืด เก็บกระเป๋าออกมาไว้หน้าห้องกันเลย
ทีมงานจะลำเลียงกระเป๋าขึ้นรถ กินอาหารเช้า แล้วออกเดินทางสู่สนามบิน
ถึงสนามบินเลห์ Check in บัตรโดยสารและโหลดสัมภาระ 
*สามารถโหลดกระเป๋าได้หนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม
08.20 น. ได้เวลาเครื่องออก เดินทางสู่สนามบินเดลลี 
*ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง
09.30 น. ถึงสนามบินเดลลี ไปเปลี่ยนเครื่องกลับกรุงเทพ
13.25 น. ได้เวลาเครื่องออก *ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม 20 นาที  
รับประทานอาหารกลางวันบนเครื่องบิน
19.20 น. ถึงสุวรรณภูมิ กลับสู่อ้อมกอดของดินแดนมาตุภูมิโดยสวัสดิภาพ
พร้อมกับมุมมองใหม่ๆในโลกใบเดิมที่แคบลงเสมอ เมื่อการเดินทางสิ้นสุด .....สวัสดีเมืองไทย
            
               
หมายเหตุ-
โปรแกรมการเดินทาง อาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของช่วงเวลา
และสถานการณ์เฉพาะหน้า
                    
               
   ค่าทัวร์ 50,000 บาท
    ราคานี้ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน *16,000 บาท
        หมายเหตุจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินตามจริง ณ วันที่ออกตั๋ว *เป็นราคาตั๋วโดยประมาณ
             
  โปรดทราบ- 
การคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ คิดจากอัตราแลกเปลี่ยน ที่ 36.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ 
ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งปรับเปลี่ยนราคาค่าเดินทาง 
หากมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นของอัตราแลกเปลี่ยน 
โดยยึดอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่จ่ายเงินค่าทัวร์ครบเต็มจำนวนเป็นหลัก
  เงื่อนไข
ราคารวม "ค่าตั๋วเครื่องบิน และทุกอย่างแล้ว"
ต้องการนอนเดี่ยว กรุณาโทรสอบถามราคา
  ส่วนลดพิเศษ
ทำวีซ่าอินเดียเอง ลด 2,000 บาท
เคยเดินทางกับ วันแรมทาง ลด 1,000 บาท
ราคานี้รวม-
ค่าตั๋วเครื่องบิน ทุกเส้นทางตามที่ระบุในโปรแกรม
Air India เส้นทาง  Leh-Delhi-Srinagar//Leh-Delhi-Bangkok
ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบินไทย-อินเดีย 
ค่าวีซ่าอินเดีย 
O2 ออกซิเจน ฟรี .. ส่วนตัวคนละ 1 กระป๋อง , ติดรถเป็นกองกลาง คันละ 2 กระป๋อง 
อาหารมื้อหลักทุกมื้อ รวม ชา กาแฟ ของหวาน ผลไม้
ที่พัก โรงแรมเทียบเท่าตามที่ระบุ พักห้องละ 2-3 ท่าน  
ค่ารถตลอดเส้นทาง นั่งคันละ 4 คน 
ค่าบัตรเข้าชมสถานที่ต่างๆ เฉพาะตามที่ระบุในโปรแกรม
ค่าบริการ หัวหน้าทัวร์คนไทย/ไกด์ท้องถิ่น (ไม่รวมทิป) 
 ประกันอุบัติเหตุ 
CHARTIS New Hampshire Insurance วงเงิน 2,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท
เงื่อนไข- ภายใต้ข้อตกลงที่มีไว้กับบริษัทประกันชีวิต ครอบคลุมเฉพาะกรณีอุบัติเหตุ 
ไม่ครอบคลุมกรณี เจ็บไข้ ป่วย เป็นไข้หวัด ท้องเสีย หรือ อาหารเป็นพิษ ระหว่างเดินทาง
ราคานี้ไม่รวม-
ค่ากล้องถ่ายรูป และ ค่ากล้องวีดีโอ ซึ่งเรียกเก็บเป็นบางสถานที่
ค่าม้า ค่ากิจกรรมต่างๆ เช่นขี่ม้า สกี เลื่อน เป็นต้น
ค่าทิป escort หรือผู้ช่วยหัวหน้าทัวร์ ชาวอินเดีย
ค่าทิป หัวหน้าทัวร์คนไทย
ค่าทิป พนักงานบริการในโรงแรม คนขับรถ เด็กยกกระเป๋า และทิปอื่นๆ
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ
  ค่าทิป-
 ทีมงานอินเดีย (escort คนขับรถ) เผื่อเงินไว้ประมาณ 1,300 บาท
  เด็กยกกระเป๋าที่โรงแรม ควรให้ไม่ต่ำกว่า 20 รูปี ต่อครั้ง
  หัวหน้าทัวร์คนไทย แล้วแต่ความพอใจ
                  
              
การชำระเงิน
1) จ่ายมัดจำค่าทัวร์ จำนวน 10,000 บาท จ่ายทันทีที่จอง 
2) จ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน จำนวน 16,000 บาท จ่ายทันทีที่จอง ตามราคาออกตั๋วจริง
*กรุณาโทรสอบถามค่าตั๋วก่อนโอนเงิน
3) จ่ายส่วนที่เหลือ จำนวน 20,000 บาท ภายใน 2 เดือน ก่อนเดินทาง
    จำนวน 20,000 บาท ภายใน 1 เดือน ก่อนเดินทาง
               
                
เงื่อนไขการให้บริการ
  จองล่วงหน้าตามช่วงเวลาที่กำหนด 
ชำระเงินตามเงื่อนไขที่กำหนด
กรณีลูกทัวร์แจ้งขอยกเลิกการเดินทาง
 แจ้งยกเลิกก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน  คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง
 แจ้งยกเลิก ก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 15 วัน หักเงินค่าทัวร์ 50%
 แจ้งยกเลิก ก่อนการเดินทางน้อยกว่า 15 วัน เก็บค่าทัวร์เต็มจำนวนในทุกกรณี
เมื่อท่านออกเดินทางกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง เช่น 
ไม่เที่ยวบางรายการ ไม่ทานอาหารบางมื้อ หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ 
ถือว่าท่านสละสิทธิ์
ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจำคืนได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
เมื่อท่านตกลงชำระเงิน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน 
ถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ที่ได้ระบุไว้แล้วทั้งหมด
               
             
ขั้นตอนง่ายๆในการจองทริปกับเรา
1  2  3  4 
คลิกเพื่อจองทริป คลิกตรวจรายชื่อ คลิกเพื่อโอนเงิน คลิกเพื่อส่งเอกสาร
       
บริการของเรา
เตรียมของ เตรียมของ ฝากแลกเงิน จองโรงแรม
                  
              
               
  ถ้ามีปัญหาสั่งพิมพ์ไม่ได้ กรุณาโทรแจ้ง 02-405-4561, 08-1692-8233 
หรือส่ง email แจ้งขอโปรแกรมได้ที่ 
info@wanramtang.com ขอบคุณค่ะ
 
              
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ที่อยู่ แผนที่ วันแรมทาง
บ้านวันแรมทาง
1/60 ซ. อนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
โทรศัพท์  024054561
แฟกซ์  024054560
มือถือ - ปลา 0898119139 (AIS)
มือถือ - นุ้ย 0816928233 (DTAC)
Email info@wanramtang.com  และ  wanramtang@hotmail.com
Line ID wanramtang3
 
วันทำงาน วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00-18.00 น.
วันเสาร์ เวลา 09.00-12.00 น.
วันอาทิตย์ หยุดงาน งดการติดต่อทุกเรื่อง
ถ้าไม่รับสายหรือโทรไม่ติด กรุณาส่งเป็นข้อความ sms ส่ง email หรือ Line
         
หรือติดต่อผ่านระบบอัตโนมัติ ด้านล่างนี้

 


ชื่อ :  *
เบอร์โทรศัพท์ :  *
อีเมล :  *
ชื่อทริปเดินทาง :  *
วันที่เดินทาง :  *
ต้องการ : จองทริป
สอบถาม
หัวข้อที่ต้องการสอบถาม :
รายละเอียด :



ทัวร์อินเดีย

แสวงบุญ สังเวชนียสถาน ทัวร์อินเดีย article
ทัวร์อินเดีย - Spiti Valley สปิติวัลเล่ย์
ทัวร์อินเดีย - สิกขิม ดาร์จีลิ่ง
ทัวร์อินเดีย - เลห์ ลาดักห์ article
ทัวร์อินเดีย - ถ้ำอชันต้า ถ้ำเอลโลร่า article
ทัวร์อินเดีย - ราชาสถาน article
ทัวร์อินเดีย - โกลกัตตา ศานตินิเกตัน article
ทัวร์อินเดีย - แคชเมียร์ article
ทัวร์อินเดีย - มะนาลี ลาดักห์ article
VOF Valley of Flowers article
อัมริตสา ธรรมศาลา มะนาลี article
ทัชมาฮาล ชัยปุระ article
ทัวร์อินเดีย - ซิมลา มะนาลี ธรรมศาลา อัมริตสา article



ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/06037
ติดต่อเรา
โปรแกรมการเดินทาง
แพ็คเกจ เที่ยวอินเดีย
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot










อุณหภูมิ พยากรณ์อากาศ
ร่วมบุญกับ วันแรมทาง


Copyright © 2007-2037 สงวนลิขสิทธิ์ภาพและบทความที่จัดทำขึ้นโดยเว็บไซต์ ห้ามลอกโดยเด็ดขาด
ติดต่อเรา
บริษัท อัพเดททัวร์แอนด์ทราเวล จำกัด
เลขที่ 1/60 ซอยอนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
โทรศัพท์ : 024054561 , 0816928233 (dtac) , 0898119139 (ais) โทรสาร : 024054560
Email : info@wanramtang.com , wanramtang@hotmail.com
Line ID: wanramtang3