dot dot
Spiti Extreme (สปิติ เอ็กซ์ตรีม)
อัพเดทโปรแกรม 14/09/2019
 
         
+ ทริปนี้โคตรโหด โคตรหนาว โคตรลำบาก +
บอกก่อนว่า "พวกเราเองก็ไม่เคยไป ในฤดุหนาว แบบนี้"
มันหนาวมาก หนาวถึงตับไตใส้พุง
ที่อุณหภูมิ ติดลบ  -25 องศา  หรือ ต่ำกว่านั้น

ห้องพักไม่มีฮีทเตอร์ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ
พักโฮมสเตย์ ส้วมดิน น้ำไม่ต้องอาบ และ กินเท่าที่มีจะกิน
แผนการเดินทาง แต่ละวัน ไม่แน่ไม่นอน
เส้นทาง เสี่ยงอันตราย !
อ่อนแอ และ ใจไม่ถึง ห้ามไป
 
   
Spiti Extreme
Frozen Spiti Valley : Winter Adventure
17-29 กุมภาพันธ์ 2563
13 วัน 10 คืน
เปิดรับ 7 ท่าน เท่านั้น

72,000 บาท

     
คำเตือน..ด้วยรักและห่วงใย
   
ว่ากันว่า ที่นี่ คือ "สถานที่ที่สวรรค์กับโลกมนุษย์มาบรรจบกัน" 
ถึงแม้ว่า เส้นทางนี้งดงามเกินบรรยาย ชนิดที่เรียกว่า ควรไปเห็นด้วยตาให้ได้สักครั้งในชีวิต ถึงแม้ว่า เสน่ห์ของทริปนี้ อยู่ที่วิวสองข้างทาง สวยงามจนหลับตาไม่ลง แต่ ทริปนี้ไม่ได้สะดวกสบาย ไปลำบาก นั่งรถเหนื่อยมาก อาหารพื้นเมืองไม่อร่อย กินกันไม่ค่อยได้ !  
   
ด้วยเป็นพื้นที่ที่อยู่สูงเหนือจากระดับน้ำทะเลเกินกว่า 4,000 เมตร จึงสุ่มเสี่ยงต่ออาการแพ้ความสูง ทำให้ปวดหัว อาเจียน หายใจไม่ทัน หรือหัวใจวาย
   
ดังนั้น  กรุณาอ่านโปรแกรมดีๆก่อนตัดสินใจจอง 
ถ้าร่างกายไม่แข็งแรง เช่น
เป็นโรคหัวใจ ความดันสูง หอบหืด ไม่ควรเดินทาง .. 
หากชวนเพื่อนกรุณาบังคับให้เพื่อนอ่านด้วย 
เพื่อนที่เรื่องเยอะ ห้ามชวน ! 
  
 กรุณาอ่านรายละเอียด 
 อ่านเงื่อนไขราคา และ การชำระเงิน ให้เข้าใจก่อนจอง 
     
ใช้รถ Toyota Innova *นั่งคันละ 3 คน
ทุกคนได้นั่งริมหน้าต่าง ขึ้นลงสะดวกสบาย เก็บกระเป๋าด้านในรถ
ดูสถานะการจองและที่นั่งว่าง  >> 
    
หุบเขาสปิติ หรือ สปิติวัลเล่ย์   
เส้นทางตอนเหนือใน รัฐหิมาจัลประเทศ ประเทศอินเดีย ติดทิเบต ติดเทือกเขาหิมาลัย เป็นดินแดนที่ยากต่อการเข้าถึง ไม่มีเครื่องบิน บินตรงสู่เมืองนี้ ต้องนั่งรถเข้าไปเท่านั้น สองข้างทางที่ต้องผ่านเข้าไปในแต่ละเมือง สวยงามมากอย่างน่าอัศจรรย์ มีอารยธรรมที่แต่งต่างและแปลกตา เหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกใบหนึ่ง ครั้งหนึ่งในชีวิต ควรไปให้ได้สักครั้ง
        
โปรแกรมการเดินทาง
       

จุดนัดพบ
สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 5-6
ใกล้ๆ Row K หรือ บริเวณที่นั่งหน้าประตู
วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
เวลา 18.00 น. (หกโมงเย็น)

             
DAY 01 วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
เที่ยวบิน
AI335 bangkok-delhi
  21.05-23.45
สายการบินแอร์อินเดีย
 
bangkok - delhi

เริ่มโปรแกรมทัวร์-

18.00 น. พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เช็คอินบัตรโดยสารและโหลดสัมภาระ 
*รับ O2 ออกซิเจน แพ็คใส่กระเป๋าใครกระเป๋ามัน คนละ 1 กระป๋อง
*สามารถโหลดกระเป๋าได้หนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม  เท่านั้น

เช็คอินเสร็จแล้ว แยกย้ายกันเข้าด้านใน ผ่าน ตม. รอขึ้นเครื่องพร้อมกัน
  
21.05 น. ได้เวลาเครื่องออก เดินทางสู่ประเทศอินเดีย 
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง *กินอาหารเช้าบนเครื่องบิน

23.45 น. ถึงแผ่นดินอินเดีย ท่าอากาศยานนานาชาติ กรุงนิวเดลลี
นั่งๆนอนๆที่สนามบิน รอต่อเครื่องตอนเช้า
     
DAY 02 วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
เที่ยวบิน
AI463 delhi-chandigarh
  05.40-06.35
สายการบินแอร์อินเดีย
    
delhi - chandigarh - shimla
(shimla 2200 meters)
  
กินอาหารเช้า ที่สนามบินเดลลี  *มื้อนี้ ต่างคนต่างกิน ไม่รวมในค่าทัวร์
05.40 น. ได้เวลาเครื่องออก *ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 
06.35 น. เดินทางถึงเมืองจันดิการ์ รถมารับที่สนามบิน 
ขึ้นรถ ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองซิมล่า 
 *ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง 
ถึง เมืองซิมลา  เข้าสู่โรงแรมที่พัก  
ลักษณะรถที่เราใช้ในแคชเมียร์ นั่งคันละ 4-5 คน
รถที่เราใช้ตลอดการเดินทาง นั่งคันละ 4 คน เต็นท์ห้องน้ำของเรา ปวดฉี่จอดได้ทันที
เมืองซิมลา
เมืองซิมลา Shimla 
เป็นเมืองหลวงของรัฐหิมาจัลประเทศ (Himachal Pradesh) ซึ่งเป็นรัฐหนึ่งที่อยู่ในเขตเทือกเขาหิมาลัย เป็นรัฐชายแดนของอินเดีย มีพื้นที่ติดต่อกับทิเบตทางทิศตะวันออก เมืองซิมลา เป็นเมืองที่อังกฤษใช้เป็น เมืองหลวงในฤดูร้อน (Summer Capital) ในสมัยที่ปกครองอินเดีย ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1864 เป็นเมืองที่มีความเป็นสหราชอาณาจักร แทรกซึมอยู่มากมาย ทั้งสถาปัตยกรรมของ อาคารบ้านเมือง เป็นที่รู้จักในชื่อ เมืองแห่งรีสอร์ท เป็นสถานที่ตากอากาศของชาวอินเดีย เพราะอากาศดีในฤดูร้อน และทัศนียภาพสวยงามมากในฤดูหนาว นอกจากนั้น ในฤดูใบไม้ผลิยังสะพรั่งด้วยดอกไม้หลากสีสัน นานาพันธุ์ ทำให้เมืองซิมลา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตลอดปี
เที่ยง- กินอาหารกลางวัน
ช่วงบ่าย เดินเที่ยว ถ่ายรูป ในเมืองตามอัธยาศัย
เย็นถึงค่ำ- กินอาหารค่ำ แล้วแยกย้ายไปพักผ่อน
    
ที่พักคืนนี้
     Hotel in Shimla
    คืนนี้ ได้พักโรงแรม ห้องละ 2 คน
  WIFI available
  Sim2Fly (AIS)
                  
extreme start
โปรแกรมจากวันนี้เป็นต้นไป อาจปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา
ตามสถานการณ์เฉพาะหน้า ที่อาจคาดไม่ถึง
          
Frozen Spiti Valley : Winter Adventure in year 2017
           
DAY 03 วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
 
shimla - kalpa
(kalpa 2960 meters)
 
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้าที่โรงแรม อิ่มแล้วออกเดินทางกันเลย

มุ่งหน้า สู่ Kalpa *ใช้เวลาเดินทางทั้งวัน ประมาณ 7-8 ชั่วโมง
ชมวิวทิวทัศน์ที่งดงามระหว่างเส้นทาง
หมู่บ้านคัลปา (Kalpa Village) 
เมืองคัลปา (Kalpa) 
ในหุบเขาคินนัวร์ ตั้งอยู่บนความสูง 2,960 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล มีอายุย้อนหลังไปมากกว่าสองพันปี เดิมมีชื่อว่า ชินี่ ตามตำนานกล่าวว่า เมืองชินี่ เปรียบเสมือนเป็นพระราชวังฤดูหนาวขององค์พระศิวะ ในฤดูหนาวพระองค์จะเสด็จจากหิมาลัย มาประทับที่นี่และเสพกัญชาอย่างมีความสุข ในสมัยอาณานิคม ชาวอังกฤษก็นิยมมาพักผ่อนที่นี่ ด้วยทิวทัศน์ที่งดงามและเงียบสงบ นอกจากนั้น ที่นี่ยังเคยเป็นเส้นทางการค้าโบราณของอินโดจีนด้วย

หมู่บ้านคัลปา (Kalpa Village) 
หมู่บ้านเล็กๆในหุบเขา ล้อมรอบด้วยไร่แอปเปิ้ล ทุ่งดอกไม้ และลำธารใส ทิวทัศน์ของยอดเขา คินนัวร์ไกรลาส ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ ที่สูง 6,500 เมตร งดงามดังสวรรค์บนดิน
วัดฮินดู  สถาปัตยกรรมโดดเด่นมีเอกลักษณ์ งานแกะสลักไม้อ่อนช้อย
วัดพุทธ  วัดพุทธทิเบตเก่าแก่ ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน
ช่วงบ่าย- เดินทางถึง เมือง Kalpa เข้าสู่ที่พัก 
ไปเดินเที่ยวชมหมู่บ้าน 
กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน
       

ที่พักคืนนี้
     Hotel / Guesthouse / Homestay
    โรงแรมส่วนใหญ่ ปิดในฤดูหนาว คาดว่าจะได้นอน Homestay
พักห้องละ 2 หรือ 3 คน หรือ อาจต้องนอนรวมหลายๆคน
ห้องพัก ไม่มีฮีทเตอร์ มีเพียงผ้าห่มหนาและหนัก
ต้องเตรียม ถุงนอน ไปเอง
ถ้าโชคดี อาจได้ที่พักที่มีน้ำอุ่น / ห้องน้ำ หวังว่าจะดี
  No WIFI
  Sim2Fly (AIS)
            
DAY 04 วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
         
kalpa - nako
(nako 3662 meters)
        
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้าที่โรงแรม 
อิ่มแล้ว เข้าตัวเมือง
 *ทำเรื่องใบ permit ขอเข้าเขตแดน สปิติวัลเลย์ 
มุ่งหน้าสู่ เมืองนาโก Nako *ใช้เวลาเดินทางทั้งวัน ประมาณ 5-6 ชั่วโมง
แวะกินอาหารกลางวัน ที่ร้านอาหารพื้นเมืองระหว่างทาง 
หมู่บ้านนาโก้ Nako Village
หมู่บ้านนาโก้ (Nako Village) 
เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ของชาวพุทธทิเบต เงียบสงบงดงาม อยู่ริมทะเลสาบนาโก้ ในเขตคินนัวร์ (Kinnaur) ที่ระดับความสูง 3,662 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล อิงแอบแนบชิดอยู่ในอ้อมกอดของ เทือกเขา เรียว เพิร์คยัล มียอดเขาที่สูง 6,816 เมตร เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดใน รัฐหิมาจัลประเทศ 
ทะเลสาบนาโก้ (Nako Lake)   
ทะเลสาบเล็กๆ ที่ร่มรื่นสวยงาม ด้วยต้นวิลโลว์ และ ต้นป๊อปล่า อยู่ท่ามกลางเทือกเขาที่มีหิมะปกคลุม ทุ่งดอกไม้ ไร่ถั่ว บ้านเรือนแปลกตา
บ่ายถึงเย็น เดินทางถึง หมู่บ้านนาโก้  เข้าสู่ที่พัก
กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน  
     
ที่พักคืนนี้
     Hotel / Guesthouse / Homestay
    โรงแรมส่วนใหญ่ ปิดในฤดูหนาว คาดว่าจะได้นอน Homestay
พักห้องละ 2 หรือ 3 คน หรือ อาจต้องนอนรวมหลายๆคน
ห้องพัก ไม่มีฮีทเตอร์ มีเพียงผ้าห่มหนาและหนัก
ต้องเตรียม ถุงนอน ไปเอง
ไม่มีน้ำอุ่น / ห้องน้ำอาจเป็นส้วมหลุม 
  No WIFI
  No INTERNET
              
DAY 05 วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
      
nako-tabo
(tabo 3050 meters)
      
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า 
เก็บภาพสวยๆจากบริเวณหน้าที่พัก 
ไปเที่ยวชม วัดนาโก้ (Nako Monastery)
ไปเที่ยวชม หมู่บ้าน และ ทะเลสาบ สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้าน และรอยยิ้มของเด็กน้อยที่มีให้กับผู้มาเยือน
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ เมืองตาโบ Tabo *
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง
อารามสงฆ์นาโก Nako Monastery ทะเลสาบนาโก้ Nako Lake
วัดนาโก้  (Nako Monastery) 
เป็นอีกวัดหนึ่งที่มีอายุเก่าแก่มาก มีโครงสร้างเป็นดินเหนียว ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีเพื่อคงสภาพเดิมของวัดเอาไว้ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่มีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 11 ว่ากันว่า ที่นี่มีรอยพุทธบาทของ ท่าน คุรุ รินโบเช อยู่ด้วย
 
อารามสงฆ์ตาโบ Tabo Monastery
เมืองตาโบ Tabo  อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 3,280 เมตร 
อารามสงฆ์ตาโบ  (Tabo Monastery) 
วัดเก่าแก่ที่สร้างตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 9 ในปี ค.ศ. 996 หรือ 1,021 ปี ล่วงมาแล้ว โดยท่าน รินเชน ซังโป ในพื้นที่ที่แห้งแล้งและหนาวเย็น บนความสูง 3,280 เมตร ตัวอาคารสร้างด้วยอิฐ ในปี ค.ศ.1975 ได้เกิดแผ่นดินไหว ทำให้ตัวอารามเก่าพังเสียหาย จึงได้สร้างอารามหลังใหม่ขึ้น ในปี ค.ศ.1983 วัดแห่งนี้ปัจจุบันได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก ภายในวัดยังเป็นที่เก็บรักษาภาพทังก้า หรือ ภาพพระบส ที่สวยงามอีกด้วย เมื่อปี ค.ศ.1996 ได้จัดพิธีเฉลิมฉลองครบรอบสหัสวรรษของอารามสงฆ์ตาโบ องค์ดะไลลามะ เสด็จมาแสดงธรรมที่นี่ ครั้งนั้นมีผู้ศรัทธาหลายพันคนจากทั่วโลกเข้าร่วมงาน 
Painting ภาพจิตกรรมฝาผนัง ที่ห้ามพลาด
ภายในวัดมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแบบปูนเปียก หรือ เฟรสโก ที่งดงามหาชมได้ยาก และถูกขนานนามว่า เป็น อชันต้าและเอลโลร่าแห่งหิมาลัย (Ajanta and Ellora of the Himalayas)

ถ้ำตาโบ  (Tabo Cave)
มีมากมายหลายถ้ำ อยู่เหนือวัดตาโบขึ้นไปบนเขา สันนิษฐานว่า พระลามะขุดถ้ำเหล่านี้ไว้ เพื่ออาศัยในฤดูหนาว  บางถ้ำแบ่งเป็นหลายห้อง ใช้เป็นห้องสวดมนต์ และ ทำสมาธิ ภายในขุดอย่างเรียบง่าย ไม่มีภาพเขียนใดๆบนผนังถ้ำ
เดินทางถึง เมืองตาโบ  เข้าสู่ที่พัก 
กินอาหารกลางวัน  
บ่ายถึงเย็น- ไปเที่ยวชม วัดตาโบ (Tabo Monastery) วัดเก่าแก่ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
+อย่าลืม เลือกซื้อของฝากจากร้านขายของที่ระลึกในหมู่บ้าน+
กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน     
    
ที่พักคืนนี้
     Hotel / Guesthouse / Homestay
    โรงแรมส่วนใหญ่ ปิดในฤดูหนาว คาดว่าจะได้นอน Homestay
พักห้องละ 2 หรือ 3 คน หรือ อาจต้องนอนรวมหลายๆคน
ห้องพัก ไม่มีฮีทเตอร์ มีเพียงผ้าห่มหนาและหนัก
ต้องเตรียม ถุงนอน ไปเอง
ไม่มีน้ำอุ่น / ห้องน้ำอาจเป็นส้วมหลุม / แอบหวังว่า จะมีห้องน้ำดีๆ
  No WIFI
  No INTERNET
             
DAY 06 วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
     
tabo - dhankar - lhalung - kaza - langza
(langza 3800 meters)
    
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ หมู่บ้านดันการ์ Dhankar  *ใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชั่วโมง

เดินทางถึง หมู่บ้านดันการ์  

ไปเที่ยวชม วัดดันการ์ (Dhankar Monastery)
วัดในพุทธศาสนา นิกายเกลุกปะ หรือ นิกายหมวกเหลือง ชมวิวสวยๆของแม่น้ำสองสาย ที่มาบรรจบกัน คือแม่น้ำสปิติ (Spiti River) และ แม่น้ำพิน (Pin River) ให้เวลาเที่ยวชม ถ่ายรูป ตามอัธยาศัย
วัดดันการ์ Dhankar Monastery บนยอดเขา
วัดดันการ์  (Dhankar Monastery) 
บนเส้นทางที่คดเคี้ยวไปตามไหล่เขา ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ ที่งดงามแปลกตาดั่งอยู่บนดวงจันทร์ มีอารามสงฆ์อายุพันกว่าปี สร้างเด่นอยู่บนชะง่อนผาสูง  บนความสูง 3,894 เมตร วัดนี้เป็นเก่าแก่ในพุทธศาสนานิกายเกลุกปะ หรือนิกายหมวกเหลือง คำว่า Dhan แปลว่า หน้าผา และคำว่า kar แปลว่า ป้อมปราการ ดังนั้น Dhankar จึงแปลว่า ป้อมปราการบนหน้าผา นั่นเอง ในอดีต อารามสงฆ์ดันการ์ เคยใช้เป็นป้อมปราการด้วย ปัจจุบันเป็นโรงเรียนเผยแพร่ศาสนาพุทธนิกายเกลุกปะแบบทิเบต มีพระลามะประมาณ 150 รูป
  
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ หมู่บ้านลาลุง Lhalung *ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง
ไปเที่ยวชม วัดลาลุง (Lhalung Monastery)
อีกหนึ่งใน อารามสงฆ์ ที่เก่าที่สุดที่ตั้งอยู่ใน หุบเขาสปิติ
 วัดลาลุง Lhalung Monastery จิตรกรรมผาผนัง ภายในวัดลาลุง 
เมืองลาลุง  (Lhalung)  
ชื่อเมืองนี้แปลว่าดินแดนแห่งเทพเจ้า Land of God ตั้งอยู่เชิงเขา Tangmar เชื่อกันว่าภูเขาลูกนี้จะเปลี่ยนสีได้ตามอารมณ์ของเทพเจ้า เมื่อใดที่ ภูเขาเป็นสีแดง หมายความว่าเทพเจ้ากำลังโกรธ  เมื่อใดที่ ภูเขาเป็นสีเหลือง นั่นหมายถึงเทพเจ้ากำลังมีความสุข
วัดลาลุง  (Lhalung Monastery) 
หรือ วิหารสีทอง สาเหตุที่เรียกว่า วิหารสีทอง เพราะ ภายในมีการเก็บ ใบระกาสีทอง เอาไว้ อารามสงฆ์ลาลุง แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งในอารามสงฆ์ที่เก่าที่สุด ที่พบในหุบเขาสปิติ สร้างโดยท่าน รินเชน ซังโป ราวต้นศตวรรษที่ 10 อยู่ในระดับความสูง 3,658 เมตร ด้านในมีรูปภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นศิลปะแบบ Fresco ปูนเปียก อายุนับพันปี 
     
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ หมู่บ้านแลงซา Langza *ใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชั่วโมง
แวะพัก กินอาหารกลางวัน ที่เมือง Kaza  
 
 พระพุทธรูป ที่หมู่บ้านแลงซา (Langza Village)
หมู่บ้านแลงซา (Langza Village) 
หรือ หมู่บ้านฟอสซิล (Fossil Village) ตั้งอยู่ระหว่างหุบเขาที่ดูเหมือนชามขนาดใหญ่ คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธศากยะนิกาย ของพุทธศาสนาในทิเบต หมู่บ้านมีคนอยู่ประมาณ 137 คน อาศัยอยู่ใน 33 ครัวเรือน อาชีพหลักของชาวบ้านในสมัยก่อนคือ การทำถ้วยชามดินเผา ศิลปะนี้มีอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ถ้วยชามดินเผาต่างๆถูกผลิตและจำหน่ายไปทั่วประเทศ เกษตรกรรมเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สำคัญในหมู่บ้านแห่งนี้ ปลูกพืชเช่นข้าวและมันฝรั่ง เหนือหมู่บ้านมี พระพุทธรูปสีทอง  ขนาดใหญ่ เชื่อกันว่ามีอายุกว่า 1,000 ปี ปางประทับนั่ง โดดเด่นบนระดับความสูง 4,400 เมตร

ฟอสซิล (Fossil) แห่งแลงซา 
ประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาของสปิติ ต้องย้อนกลับไปถึง 500 ล้านปี เมื่อมันจมอยู่ใต้ทะเลใต้เทธิส (Tethys) จนเทือกเขาหิมาลัยเกิดขึ้น จากการยกตัว หลังการปะทะกันของแผ่นหินอินเดียและเอเชีย เมื่อหลายล้านปีก่อน ทะเลเทธิสก็หายไป ทิ้งไว้เพียงร่องรอย ฟอสซิลซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ ของสิ่งมีชิวิตทางทะเลในยุคนั้น 
การมาเที่ยวหมู่บ้านนี้ จะไม่สมบูรณ์หากไม่มีการค้นหา ฟอสซิลดึกดำบรรพ์ พวกนี้ วิธีหาฟอสซิล คือการเดินเที่ยวรอบๆหมู่บ้านแล้วมองหามันจากพื้นดินหรือใต้ก้อนหิน ซึ่งมันเหนื่อยมากและหาไม่ค่อยได้แล้วในปัจจุบัน วิธีง่ายกว่า คือซื้อต่อจากเด็กๆชาวบ้านที่มาวิ่งเล่นใกล้ๆเรา ต่อรองได้และราคาไม่แพง
บ่ายถึงเย็น- เดินทางถึง หมู่บ้านแลงซา เข้าสู่ที่พัก 
เดินเที่ยวชม หมู่บ้านแลงซา Langza  สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้าน 
ดื่มด่ำกับวิวสวยๆ ถ่ายรูปกับแสงยามเย็น กันให้เต็มที่ ตามอัธยาศัย
กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน  
      
ที่พักคืนนี้
    Homestay
    พักห้องละ 2 หรือ 3 คน
พักห้องละ 2 หรือ 3 คน หรือ อาจต้องนอนรวมหลายๆคน
ห้องพัก ไม่มีฮีทเตอร์ มีเพียงผ้าห่มหนาและหนัก
ต้องเตรียม ถุงนอน ไปเอง
มีน้ำอุ่น เป็นโซลาเซล / ห้องน้ำดี ห้องส้วมดี 
  No WIFI
  No INTERNET
               
DAY 07 วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
      
langza - komic - hikkim - kaza
(kaza 3600 meters)

  
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า
ไปเดินเที่ยวชม หมู่บ้านแลงซา Langza ยามเช้า ดื่มด่ำกับวิวสวยๆ 
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ เมืองคาซา Kaza *ใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชั่วโมง
ระหว่างเส้นทาง แวะเที่ยว หมู่บ้าน Komic  และ
หมู่บ้าน Hikkim 

หมู่บ้าน Komic ที่อยู่สูงที่สุดในโลก ไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในโลก หมู่บ้าน Hikkim
หมู่บ้าน Komic
ว่ากันว่าที่นี่เป็นหมู่บ้านที่อยู่สูงที่สุดในเอเชีย (หรือบางคนกล่าวว่าที่สุดในโลก) ที่ความสูงถึง 5,150 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล หมู่บ้านนี้มีวัดเพียงวัดเดียว บ้านเรือน 12 หลัง คนอาศัยประมาณ 150 คน นับรวมพระลามะที่วัดแล้วด้วย
หมู่บ้าน Hikkim 
ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 4,440 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล
มีที่ทำการไปรษณีย์สูงสุดของโลก
ลองส่งโปสการ์ดไปตามที่อยู่นี้ได้ -
Hikkim Post office, Kaza,
Lahaul & Spiti,
Himachal Pradesh PIN- 172114
หรือลองส่งโปสการ์ด จากไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในโลกแห่งนี้ สักใบสองใบ
เดินทางถึง เมืองคาซา Kaza เข้าสู่ที่พัก
กินอาหารกลางวัน
ช่วงบ่าย- ให้เวลาอิสระ ตามอัธยาศัย
กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน 
      
ที่พักคืนนี้
     Hotel / Guesthouse / Homestay
    โรงแรมส่วนใหญ่ ปิดในฤดูหนาว คาดว่าจะได้นอน Homestay
พักห้องละ 2 หรือ 3 คน หรือ อาจต้องนอนรวมหลายๆคน
ห้องพัก ไม่มีฮีทเตอร์ มีเพียงผ้าห่มหนาและหนัก
ต้องเตรียม ถุงนอน ไปเอง
ไม่มีน้ำอุ่น / ห้องน้ำอาจเป็นส้วมหลุม / แอบหวังว่า จะมีห้องน้ำดีๆ
  No WIFI
  No INTERNET
             
DAY 08 วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
  
kaza - kye - kibber - tabo
(tabo 3050 meters)
  
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า
แล้วมุ่งหน้าสู่ วัดคี Kye Monastery *ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง
พระอารามสงฆ์ ที่เก่าและใหญ่ที่สุดใน หุบเขาสปิติ
เมื่อถึงวัด เช้านี้ต้องออกแรงเดินกันหน่อย *เดินขึ้นเนินเขาประมาณ 10-15 นาที
ขึ้นไปชมทิวทัศน์อันสวยงามของ วัดคี Kye Monastery ในมุมสูง
แล้วค่อย เดินลงมาเที่ยวชมความงดงามภายในบริเวณกันต่อ 
วัดคี Kye Monastery ในมุมสูง
วัดคี  Kye Monastery  
ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา เป็นพระอารามสงฆ์ที่เก่าและใหญ่ที่สุด ในหุบเขาสปิติ ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 4,166 เมตร กล่าวกันว่า สร้างราว ค.ศ. 1008-1064 โดยท่านลามะ Dromtön ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ ท่านอาจารย์ Atisha ลามะผู้มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพอย่างยิ่งในยุคนั้น วัดแห่งนี้ มีการบูรณะใหม่อีกหลายครั้ง หลังจากถูกรุกราน ทั้งจากพวกมองโกล ชาวลาดักห์และพวกซิกข์ รวมถึงความเสียหายจาก เหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ เมื่อปี ค.ศ. 1975 วัดแห่งนี้มีความโดดเด่นในเชิงสถาปัตยกรรม ได้รับอิทธิพลมาจากงานศิลปะของจีน ในช่วงศตวรรษที่ 14 มีห้องและระเบียงทางเดินสลับซับซ้อนดังเขาวงกต ครั้งหนึ่งที่นี่เคยใช้เป็นป้อมปราการด้วย ปัจจุบันเป็นศูนย์ฝึกอบรมพระลามะทางพุทธศาสนา นิกายเกลุกปะ และเป็นที่เก็บรักษาผ้าทังก้าโบราณ หรือ ภาพพระบส อันมีค่ายิ่ง
   
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ หมู่บ้าน Kibber *ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที
กินอาหารกลางวัน ที่หมู่บ้าน
เดินเที่ยวชม หมู่บ้าน Kibber  สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้าน 
ดื่มด่ำกับวิวสวยๆ ถ่ายรูปกันให้เต็มที่
หมู่บ้าน Kibber Village  
ที่ความสูง 4,270 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล Kibber เป็นหมู่บ้านที่เงียบสงบ มีคนอาศัยอยู่เพียงสามร้อยกว่าคน และลาอีกกว่าสองร้อยตัว ท่ามกลางภูมิประเทศที่แห้งแล้งเต็มไปด้วยลมและฝุ่น หมู่บ้านแห่งนี้เป็นเหมือนโอเอซิส ที่อุดมสมบูรณ์ ในอดีตชาวบ้านปลูกข้าวและองุ่น และนำผลผลิตเดินเท้ากว่า 3 วัน ไปยังลาดักห์ เพื่อขายแลกเปลี่ยนเป็นม้าหรือเงินสด 
หมู่บ้าน kibber Village
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ เมืองตาโบ (Tabo) *ใช้เวลาเดินทาง 4-5 ชั่วโมง
ช่วงเย็น เดินทางถึง เมืองตาโบ  เข้าสู่ที่พัก
กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน     
  
ที่พักคืนนี้
     Hotel / Guesthouse / Homestay
    โรงแรมส่วนใหญ่ ปิดในฤดูหนาว คาดว่าจะได้นอน Homestay
พักห้องละ 2 หรือ 3 คน หรือ อาจต้องนอนรวมหลายๆคน
ห้องพัก ไม่มีฮีทเตอร์ มีเพียงผ้าห่มหนาและหนัก
ต้องเตรียม ถุงนอน ไปเอง
ไม่มีน้ำอุ่น / ห้องน้ำอาจเป็นส้วมหลุม / แอบหวังว่า จะมีห้องน้ำดีๆ
  No WIFI
  No INTERNET
               
DAY 09 วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
 
tabo - kalpa
(kalpa 2960 meters)
     
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า 
ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ เมืองกัลป้า (Kalpa) 
*
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6-7 ชั่วโมง 
*วันนี้นั่งรถทั้งวัน
กินอาหารกลางวัน ระหว่างทาง
ช่วงเย็น- เดินทางถึง เมือง Kalpa เข้าสู่ที่พัก 
กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน
  
ที่พักคืนนี้
     Hotel / Guesthouse / Homestay
    โรงแรมส่วนใหญ่ ปิดในฤดูหนาว คาดว่าจะได้นอน Homestay
พักห้องละ 2 หรือ 3 คน หรือ อาจต้องนอนรวมหลายๆคน
ห้องพัก ไม่มีฮีทเตอร์ มีเพียงผ้าห่มหนาและหนัก 
ต้องเตรียม ถุงนอน ไปเอง
ถ้าโชคดี อาจได้ที่พักที่มีน้ำอุ่น / ห้องน้ำ หวังว่าจะดี
  No WIFI
  Sim2Fly (AIS)
              
DAY 10 วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
    
kalpa - shimla
(shimla 2200 meters)
     
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า 
ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ เมืองซิมลา (Shimla) 

*ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6-7 ชั่วโมง 
*วันนี้นั่งรถทั้งวัน
กินอาหารกลางวัน ระหว่างทาง
ช่วงเย็น- เดินทางถึง เมืองซิมลา (Shimla) เข้าสู่ที่พัก 
กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน
   

ที่พักคืนนี้
     Hotel in Shimla
    คืนนี้ ได้พักโรงแรม ห้องละ 2 คน
  WIFI available
  Sim2Fly (AIS)
         
DAY 11 วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
     
shimla
(shimla 2200 meters)
    
++ RESERVE DAY ++
วันสำรอง กรณีแผนการเดินทางต้องปรับเปลี่ยน   
 
    
ที่พักคืนนี้
     Hotel in Shimla
    คืนนี้ ได้พักโรงแรม ห้องละ 2 คน
  WIFI available
  Sim2Fly (AIS)
           
DAY 12 วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
เที่ยวบิน
AI464 chandigarh-delhi
  12.50-13.55
สายการบินแอร์อินเดีย
        
chandigarh - delhi
  
ตื่นนอน- กินอาหารเช้า แล้วออกเดินทางสู่สนามบิน
ถึงสนามบินจันดิการ์ Check in บัตรโดยสารและโหลดสัมภาระ 

*สามารถโหลดกระเป๋าได้หนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม
  
12.50 น. ได้เวลาเครื่องออก เดินทางสู่สนามบินเดลลี 

*ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาที
13.55 น. ถึงสนามบินเดลลี 
 
กินอาหารกลางวัน *มื้อนี้ ต่างคนต่างกิน ไม่รวมในค่าทัวร์

รอขึ้นเครื่อง 
กินอาหารค่ำ
 *มื้อนี้ ต่างคนต่างกิน ไม่รวมในค่าทัวร์

23.00 น. ได้เวลาเครื่องออก 

*ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม  *บนเครื่องบินมีบริการอาหารให้ด้วย
               
DAY 13 วันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
เที่ยวบิน
AI334 delhi-bangkok
  23.00-04.45
สายการบินแอร์อินเดีย
      
delhi-bangkok
 
04.45 น. ถึงสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ 
พร้อมกับมุมมองใหม่ๆในโลกใบเดิมที่แคบลงเสมอ เมื่อการเดินทางสิ้นสุด 
   
สวัสดีเมืองไทย

   
จบโปรแกรมทัวร์-
                   
หมายเหตุ- โปรแกรมการเดินทาง อาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของช่วงเวลา และสถานการณ์เฉพาะหน้า
       
     

ราคาทัวร์-  72,000 บาท

   
เงื่อนไข-   ต้องการพักเดี่ยว กรุณาสอบถามราคา  

ส่วนลดพิเศษ-  (หักจากการจ่ายเงินงวดสุดท้าย)
มีวีซ่าอินเดียอยู่แล้ว หรือ ทำวีซ่าเอง  ลดค่าวีซ่า  1,500 บาท
เคยเดินทางกับ วันแรมทาง ลด  1,000 บาท
      

ราคานี้รวม-

ค่าตั๋วเครื่องบิน
สายการบิน  
  
เส้นทาง Bangkok-Delhi-Chandigarh//Chandigarh-Delhi-Bangkok
ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ไทย-อินเดีย

ค่าวีซ่าอินเดีย    EVISA   *อายุวีซ่า 1 ปี Multiple Entry 

ยา Acetazolamide (Diamox) 250 mg มีสำหรับทุกท่าน
O2 ออกซิเจน ฟรี .. 
ส่วนตัวคนละ 1 กระป๋อง

อาหารมื้อหลักทุกมื้อ 
อาหารไทย  *
ทัวร์ลีดเดอร์จะทำให้กินในบางมื้อ
ค่าน้ำดื่ม (น้ำเปล่าบรรจุขวด) ไม่จำกัดจำนวน

ที่พัก  ++Homestay/Guesthouse/Hotel++
** เลือกไม่ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เฉพาะหน้า **
ห้องละ 2 ท่าน , บางคืนห้องละ 3 ท่าน 
บางคืน อาจต้องนอนรวมกันในห้องเดียว
บางคืน ไม่มีน้ำอุ่นให้อาบ
ห้องส้วม บางคืนอาจเจอส้วมหลุม 

ค่ารถตลอดเส้นทาง 
รถ Toyota Innova ลูกทัวร์นั่งคันละ 3 คน 

ค่าบัตรเข้าชมสถานที่ต่างๆ (เฉพาะตามที่ระบุในโปรแกรม)
ค่าบริการ หัวหน้าทัวร์คนไทย (ไม่รวมทิป)
ค่าบริการ ไกด์ท้องถิ่น

ประกันอุบัติเหตุ-  
CHARTIS New Hampshire Insurance 
วงเงิน 2,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท 
เงื่อนไข- ภายใต้ข้อตกลงที่มีไว้กับบริษัทประกันชีวิต
ครอบคลุมเฉพาะกรณีอุบัติเหตุ ไม่ครอบคลุมกรณี เจ็บป่วย เป็นไข้หวัด ท้องเสีย หรือ อาหารเป็นพิษ ระหว่างเดินทาง
    

ราคานี้ไม่รวม-

ค่ารถ Back Up Car กรณีสถานการณ์ฉุกเฉิน
ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ในสถานการณ์เฉพาะหน้า ที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้
ค่ากล้องถ่ายรูป และ ค่ากล้องวีดีโอ ซึ่งเรียกเก็บเป็นบางสถานที่
ค่าทิป หัวหน้าทัวร์คนไทย 
ค่าทิป ทีมงานอินเดีย ไกด์ท้องถิ่น คนขับรถ เด็กรถ
ค่าทิป เด็กยกกระเป๋าที่โรงแรม
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ
  

ค่าทิป-  
       
เด็กยกกระเป๋า ควรให้ไม่ต่ำกว่า 20 รูปี 
ต่อครั้ง
   
ทีมงานอินเดีย  (ไกด์ท้องถิ่น คนขับรถ) 
เผื่อเงินไว้ประมาณ 4,400 รูปี หรือ 2,200 บาท สำหรับ 11 วัน ในอินเดีย
(ให้ในวันสุดท้าย ของการเดินทาง)
   
หัวหน้าทัวร์คนไทย  แล้วแต่ความพอใจ
หรือไม่ต้องให้ เพราะไม่ค่อยได้ช่วยอะไร
เราต้องลำบากไปด้วยกัน

   
จองทัวร์
ติดต่อ :      คุณปลา 0898119139 , คุณนุ้ย 0816928233 , 024054561
Line ID:     
wanramtang3
       

การชำระเงิน

1) จ่ายมัดจำ  จำนวน 20,000 บาท  ทันทีที่จอง
*ยึดมันจำถ้าขอเลิกการเดินทาง 
  
2) จ่ายงวดแรก  
จำนวน 26,000 บาท 
จ่ายภายในวันที่  17 พฤศจิกายน 2562 หรือ ภายใน 3 เดือน ก่อนเดินทาง
  
3) จ่ายส่วนที่เหลือ 
จำนวน 26,000 บาท 
จ่ายภายในวันที่  17 ธันวาคม 2562 หรือ ภายใน 2 เดือน ก่อนเดินทาง

 

เงื่อนไขการให้บริการ
จองล่วงหน้าตามช่วงเวลาที่กำหนด ชำระเงินตามเงื่อนไขข้างต้น
ขอยกเลิกการเดินทาง ยึดเงินมัดจำ และหักค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง และ/หรือ ขอยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 30 วัน เก็บค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน เมื่อท่านออกเดินทางกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง เช่น ไม่เที่ยวบางรายการ ไม่ทานอาหารบางมื้อ หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจำคืนได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น  กรณีที่การตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศ ปฏิเสธมิให้เดินทางออกหรือเข้าประเทศในรายการเดินทาง หรือ กรณีความล่าช้าจากสายการบิน การประท้วง, การนัดหยุดงาน, การก่อจลาจล ทางเราขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น  เมื่อท่านตกลงชำระเงิน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ที่ได้ระบุไว้แล้วทั้งหมด

        
ขั้นตอนง่ายๆในการจองทริปกับเรา
1  2  3  4 
คลิกเพื่อจองทริป คลิกตรวจรายชื่อ คลิกเพื่อโอนเงิน คลิกเพื่อส่งเอกสาร
       
บริการของเรา
 
คำแนะนำ อาการแพ้ที่สูง AMS ของที่ทัวร์เตรียมให้ ฝากแลกเงิน จองโรงแรม
         
           
  ถ้ามีปัญหาสั่งพิมพ์ไม่ได้ กรุณาโทรแจ้ง 024054561, 0816928233 
หรือส่ง email แจ้งขอโปรแกรมได้ที่ info@wanramtang.com
 
               
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ที่อยู่ แผนที่ วันแรมทาง
บ้านวันแรมทาง
1/60 ซ. อนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
โทรศัพท์  024054561
แฟกซ์  024054560
มือถือ - ปลา 0898119139 (AIS)
มือถือ - นุ้ย 0816928233 (DTAC)
Email info@wanramtang.com  และ  wanramtang@hotmail.com
Line ID/โทรศัพท์ wanramtang3 / 0876997475
 
วันทำงาน วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00-18.00 น.
วันเสาร์ เวลา 09.00-12.00 น.
วันอาทิตย์ หยุดงาน งดการติดต่อทุกเรื่อง
ถ้าไม่รับสายหรือโทรไม่ติด กรุณาส่งเป็นข้อความ sms ส่ง email หรือ Line
                
หรือติดต่อผ่านระบบอัตโนมัติ ด้านล่างนี้

 


ชื่อ :  *
เบอร์โทรศัพท์ :  *
อีเมล :  *
ชื่อทริปเดินทาง :  *
วันที่เดินทาง :  *
ต้องการ : จองทริป
สอบถาม
หัวข้อที่ต้องการสอบถาม :
รายละเอียด :



โปรแกรม สปิติวัลเลย์

ทัวร์สปิติวัลเล่ย์ อินเดีย (24 กรกฎาคม - 9 สิงหาคม 2563)



ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/06037
ติดต่อเรา
โปรแกรมการเดินทาง
แพ็คเกจ เที่ยวอินเดีย
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot










อุณหภูมิ พยากรณ์อากาศ
ร่วมบุญกับ วันแรมทาง


Copyright © 2007-2037 สงวนลิขสิทธิ์ภาพและบทความที่จัดทำขึ้นโดยเว็บไซต์ ห้ามลอกโดยเด็ดขาด
ติดต่อเรา
บริษัท อัพเดททัวร์แอนด์ทราเวล จำกัด
เลขที่ 1/60 ซอยอนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
โทรศัพท์ : 024054561 , 0816928233 (dtac) , 0898119139 (ais)
Email : info@wanramtang.com , wanramtang@hotmail.com
Line ID: wanramtang3