dot dot
อัมริตสา ธรรมศาลา มะนาลี article

 

  

เยือนถิ่นวิหารทองคำ เที่ยวแดนธรรมะ ร่าเริงเมืองแห่งรีสอร์ท

อัมริตสา-ธรรมศาลา-มะนาลี-ชิมลา
  Bangkok-Delhi-Amritsar-Dharamsala-Manali-Shimla-Delhi-Bangkok
(
9 วัน 8 คืน)

 

 

 

กำหนดวันเดินทาง
...........................

 

                 อินเดียเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลกมีความหลากหลายในทุกๆ ด้านและมีเสน่ห์ที่ดึงดูดใจชวนให้ค้นหาไม่รู้จบนอกจากชื่อเสียงด้านความงดงามเป็นเลิศของพระราชวังโบราณ โบสถ์วิหารและมนต์ขลังแห่งศาสนสถานสำคัญที่มีอายุนับร้อยนับพันปีแล้ว นาฏลีลาศิลปะและดนตรีของอินเดียก็โดดเด่นไม่เป็นรองใครทั้งภูมิประเทศที่หลากหลายและสวยงามรวมไปถึงภูมิอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ทำให้อินเดียเป็นจุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลกที่จะมุ่งมาเยือนสักครั้งหนึ่ง
             
เราจะเป็นอีกกลุ่มนักเดินทางกลุ่มเล็กๆ ที่จะไปสัมผัสเสน่ห์ของอินเดียด้วยตัวเอง จุดหมายอาจจะอยู่ไกล แต่รายทางก็มีอะไรดีๆ ให้ได้สัมผัสไม่น้อย เปิดใจกว้างๆ แล้วไปท่องแดนภารตะด้วยกัน

ทริปนี้ น้องตาล จะพาไปลุย อัมริตสา-ธรรมศาลา-มะนาลี-ชิมลา
ไปแบบเพื่อนพาเที่ยว ไปกันง่ายๆ ไม่ใช่ในรูปแบบทัวร์ 
นั่งแท็กซี่บ้าง นั่งรถไฟบ้าง เหมารถบ้าง โรงแรมน่ารักๆ สรรหาจะกิน เลือกร้านฮิบๆ กินอะไรอร่อยๆ

  

 

   

 

โปรแกรมการเดินทาง

 

วันแรก               วันเสาร์
เส้นทาง              กรุงเทพ – เดลลี

ที่พัก                  Hotel Siam Orchid Suite

การเดินทาง         บิน Indi Go

 

10.00               รวมพลพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 
                       
จุดนัดพบ
                       
ชั้น 4 ประตู 5 เข้ามาด้านในแล้ว ให้หาที่นั่งรอกันแถวๆ นั้นก่อนค่ะ

                       
เมื่อทุกท่านมากันพร้อม ทีมงานจะพาไปที่เคาน์เตอร์สายการบิน Indi Go
                       
เพื่อ Check in บัตรโดยสารและโหลดสัมภาระ

 

12.40               ได้เวลาเครื่องออก มุ่งหน้าสู่สนามบินเมืองเดลลี ประเทศอินเดีย โดยสายการบิน Indi Go ใช้เวลาเดินทาง
                       ประมาณ
4 ชั่วโมง (เวลาในประเทศอินเดีย ช้ากว่าเวลาในประเทศไทย 1.30 ชั่วโมงพอดี) 

*ค่าอาหารบนเครื่องบิน ไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์นะคะ 

 

15.40                เดินทางถึงสนามบินนิวเดลี (New Delhi) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อย
                       
รถมารอรับพาเข้าสู่ที่พัก

 

18.00               กินอาหารค่ำพร้อมกัน แล้วแยกย้ายกันพักผ่อน พรุ่งนี้เราต้องตื่นไปขึ้นรถไฟกันตั้งแต่เช้า 
                       
 

 

วันที่ 2                วันอาทิตย์
เส้นทาง              เดลลี – อัมริตสาร์ (โดยรถไฟ)

ที่พัก                  Hotel City Heart

การเดินทาง         รถไฟนั่งขบวนไฮโซ 12029 SWARNA SHTBDI และรถเช่าส่วนตัวอย่างดี

 

06.00                ออกเดินทางมายังสถานีรถไฟ New Delhi วันนี้เราจะนั่งรถไฟข้ามรัฐมายังปัญจาบกันค่ะ

07.20                รถไฟเคลื่อนขบวน ไม่ต้องกลัวรถไฟอินเดียกันเลย รถไฟขบวนนี้นั่งสบายดีเยี่ยมค่ะ รับประกัน มีอาหารว่าง ชา ขนม เสิร์ฟระหว่างนั่งอยู่บนรถไฟด้วย 

                       

                        กินอาหารเช้าแบบง่ายๆ ที่ทีมงานแพคเตรียมมาให้ค่ะ

 

อัมริตสาร์ หรือ “อมฤตสระ" ที่แปลว่า "สระน้ำอมฤต" (pond of nectar) อยู่ในแคว้นปัญจาบ เมืองนี้ถึงแม้จะเป็นเมืองเล็กแต่เป็นเมืองของมหาเศรษฐีในสายตาชาวอินเดีย

 

รัฐปัญจาบ มีพื้นที่ 50,362 ตร.กม. เมืองหลวงชื่อจัณฑีกาห์ร มีประชากรประมาณ 24 ล้านคน ความหนาแน่นของประชากรประมาณ 500 คน/ตร.กม. มีเขตปกครองทั้งหมด 20 เขต และภาษาประจำรัฐ คือ ภาษาปัญจาบ  รัฐปัญจาบเป็นศูนย์กลางของชาวซิกข์ โดยมีสถานที่สำคัญคือ สุวรรณวิหาร หรือวัดทอง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวซิกข์

 

ปัญจาบเป็นรัฐที่สวยงามรัฐหนึ่งของประเทศอินเดีย เป็นรัฐปัญหนึ่งที่มีการวางระบบผังเมืองไว้เป็นอย่างดี โดยมีการจัดโซนแยกเป็นสัดส่วนชัดเจนไม่ปะปนกัน เช่น แบ่งเป็นเขตที่อยู่อาศัย เขตอุตสาหกรรม และเขตธุรกิจ เป็นต้น เป็นรัฐที่สวยงาม อากาศดี น่าอยู่อาศัย แต่ค่าครองชีพสูงไม่แพ้กรุงนิวเดลี

 

13.30                รถไฟนำเรามาถึงที่หมาย แล้วเข้าสู่โรงแรมที่พักโดยรถส่วนตัว พักผ่อนกันพอหายเหนื่อย แล้วออกไปหาอะไรกินกันดีกว่าหิวจะแย่อยู่แล้ว !!!!

 

14.30                ท้องอิ่มเท้าก็อยากจะเดิน ออกเดินทางท่องเที่ยวกันเถิด ที่อัมริตสาไม่ได้มีแค่ Golden Temple เท่านั้นแต่ยังมี Silver Temple (Durgiana Temple) อีกด้วย แวะไปชมแล้วเก็บภาพกันค่ะ

 

                        Silver Temple เป็นวัดที่สำคัญของศาสนาฮินดูท่ามกลางเมืองของชาวซิกข์ ชื่อของวัดอย่าง Durgiana Temple มาจากชื่อของเจ้าแม่ Durga ที่ชาวฮินดูนับถือ จึงสามารถเรียกวัดนี้ได้อีกอย่างว่า  Lakshmi Narayan Temple วัดถูกสร้างขึ้นโดย Guru Harsai Mal Kapoor โดยเลียนแบบการก่อสร้างของวัดทอง ส่วนชื่อมาที่ว่าวัดเงินนั้นมาจากประตูทางเข้าที่สร้างด้วยเงินค่ะ

 

16.00                เดินทางสู่ชายแดน อินเดีย-ปากีสถาน (Wagar Boder) เมืองอัตตาริ (ATTARI) ซึ่งทุกเย็นจะมีผู้คนทั้งคนอินเดียและต่างชาติเดินทางมาที่นี่ ก่อนพระอาทิตย์ตก เพื่อรอชมพิธีสวนสนามของทหารอินเดีย และทหารปากีสถาน เส้นพรมแดนแบ่งแผ่นดินที่เคยเป็นผืนเดียวกัน ปัจจุบัน จุดพรมแดนนี้เป็นเสมือนโรงหนังกลางแจ้งขนาดใหญ่ นำแสดงโดย ทหารทั้ง 2 ชาติ ซึ่งเป็นผู้แข่งขันกันตลอดกาล ทั้งด้านการเมือง การทหาร ที่ยังคงมีการแข่งขันช่วงชิงความเป็นหนึ่งในทุกเย็นยามพระอาทิตย์ตกดินในพิธีลดธงปิดประตูพรมแดนระหว่างชายแดนปากีสถาน และอินเดีย

 

19.00                กินอาหารค่ำพร้อมกันที่ห้องอาหารของโรงแรม หลังมื้ออาหารเราจะออกไปชมความงดงามของวิหารทองคำยามต้องแสงไฟในค่ำคืน แล้วค่อยกลับมานอนฝันดีกัน 

 

 

วันที่ 3                วันจันทร์
เส้นทาง              อัมริตสา – ธรรมศาลา (Dharamsala) – McLeod Ganj

ที่พัก                  Hotel India House

การเดินทาง         รถคันเดิม

 

07.00                กินอาหารเช้าพร้อมกันที่ห้องอาหารของโรงแรม

08.00                ไปชมความงดงามของวิหารทองคำกัน พระวิหารฮัรมัรดิร ซาฮิบ หรือที่รู้จักกันดีในนาม วิหาทองคำหรือสุวรรณวิหาร (GOLDEN TEMPLE) เป็นศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของศาสนาซิกข์ มีความสำคัญเปรียบดังเมกกะ แห่งซาอุดิอาระเบียที่สักครั้งหนึ่งในชีวิตของชนชาวซิกข์ จะต้องมานมัสการและได้ลงไปอาบน้ำในสระอันศักดิ์สิทธิ์ ณ วิหารแห่งนี้ อีกทั้งยังเป็นมหาวิหารที่มีความสวยงามอร่ามไปด้วยทองคำ และยินดีต้อนรับผู้มาเยือนต่างศาสนาด้วยรอยยิ้ม

 

12.00                กินอาหารกลางวันที่ร้านอาหารในเมือง

จากนั้นเตรียมตัวออกเดินทางสู่เมืองธรรมศาลากันเลย จากอัมริตสาไปธรรมศาลา ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร แต่เป็นเส้นทางขึ้นภูเขา รถยนต์ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ตื่นเต้นเร้าใจร่วมไปกับพลขับและเพื่อนร่วมทาง แปดล้านโค้งข้างขอบเหวรอคอยอยู่ สนุกมากๆ

 

20.00                ถึงธรรมศาลา เข้าโรงแรมที่พัก กินอาหารค่ำพร้อมกันที่ห้องอาหารของโรงแรม แล้วพักผ่อนกันตามอัธยาศัย 

 

                        นอนหลับฝันดีนะคะทุกคน พรุ่งนี้เช้าจะพาเที่ยวเมืองธรรมศาลากัน

 

 

วันที่ 4                วันอังคาร
เส้นทาง              McLeod Ganj

ที่พัก                  Hotel India House

การเดินทาง         เท้าส่วนบุคคลและรถคันเดิม

 

 

07.00                ตื่นกันแต่เช้า กินอาหารเช้าให้เรียบร้อย แล้วออกไปเที่ยวชมเมืองธรรมศาลากัน วันนี้เที่ยวกันสบายๆ เดินกันสวยๆเก๋ๆ

เมืองธรรมศาลา ตั้งอยู่บนเชิงเขาหิมาลัยในเขตรัฐหิมาจัลประเทศ เป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ธรรมศาลาตอนบนหรือแม็คลอดกันจ์เป็นที่ประทับขององค์ดาไล ลามะ ประมุขและผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวทิเบตและคณะรัฐบาลพลัดถิ่นทิเบต ซึ่งชาวทิเบตและชาวพุทธนิกายวัชรยาน ถือว่าเป็นแดนศักดิ์สิทธ์ และหวังจะมาเยือนเพื่อคาราวะเจ้าแห่งชีวิตองค์ดาไลลามะสักครั้งในชีวิต เป็นชุมชนสำคัญของชาวทิเบตอพยพที่กลายมาเป็นเสมือนบ้านหลังที่สองสำหรับชีวิตลี้ภัยยาวนานกว่าห้าทศวรรษ และยังเป็นศูนย์กลางด้านทิเบตศึกษาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งดึงดูดชาวต่างชาติทั่วโลกจำนวนมากให้แวะมาสัมผัสความเป็นจริงของชุมชนทิเบตอพยพแห่งนี้

 

Tsuglagkhang Complex ภายในบริเวณนี้ประกอบไปด้วย

·         วัดนัมกัล (Kalachakra Temple) เป็นวัดที่มีความสำคัญที่สุดในธรรมศาลา เป็นศูนย์กลางของพระลามะแห่งหิมาลัย ในเมืองนี้มีพระสงฆ์นิกายมหายาน หรือพระธิเบตปฏิบัติธรรมอยู่จำนวนมาก และเป็นพระอารามหลวงใกล้ตำหนักพำนักของท่านดาไล ลามะ ผู้นำแห่งทิเบตพลัดถิ่นแล้วยังถือเป็นวัดใหญ่มีความสำคัญในแง่ของการประกอบพิธีกรรมการให้การศึกษาแก่นักเรียนพระชาวทิเบตอพยพอีกด้วย

กราบสักการะขอพรจากพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ Sakyamuni Buddha, Padmasambhava Buddha, Avalokiteshvara Buddha ที่ประดิษฐานอยู่ภายในวัด

·         Namgyal Gompa

·         Tibet Museum

 

12.00                กินอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร แล้วเที่ยวกันต่อ

 

เดินดูความงดงามของเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งสามารถเห็นวิวยอดเขาจากเมืองธรรมศาลา และชมสถานที่สำคัญในบริเวณใกล้เคียง เช่น วิหารเซนจอห์น, อนุสาวรีย์ไว้อาลัยผู้เสียชีวิต, บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งหิมาจัลประเทศ (มหาเทพทั้งปวง), ศูนย์ปฏิบัติธรรมสำหรับชาวต่างชาติ และชาวอินเดีย, ห้องสมุดพุทธศาสนาซึ่งรวบรวมหนังสือมากมาย

 

19.00                กินอาหารเย็นแล้วแพ็คของใส่กระเป๋าเข้านอนในผ้าห่มอุ่นๆ พรุ่งนี้ต้องลงจากเมืองน่ารักอบอุ่นแห่งนี้เสียแล้ว

 

 

วันที่ 5                วันพุธ
เส้นทาง              ธรรมศาลา - มะนาลี

ที่พัก                  Hotel Arohi

การเดินทาง         รถคันเดิม

 

06.00                กินอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม

07.00                ออกเดินทางสู่เมืองมะนาลี(Manali) นั่งรถไป เสียวไป สนุกไป ชมวิวไป ถ่ายรูปไป โอ๊ย..ทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง 

12.00                กินอาหารกลางวันแบบง่ายๆ ระหว่างทาง

16.00                ถึงเมืองมะนาลี เข้าโรงแรมที่พัก พักผ่อนกันพอหายเหนื่อย แล้วไปเที่ยวชมเมืองมะนาลีกัน

 

มะนาลีเป็นเมืองที่มีทิวทัศน์ของเทือกเขาที่สวยงามมาก ในฤดูหนาวมีหิมะปกคลุมเขาทุกลูก ผู้ชื่นชอบกีฬาสกีมักมาฝึกเล่นที่เมืองนี้ และยังเป็นเมืองที่คู่รักใช้เป็นที่ฮันนีมูนอีกด้วย มีเรื่องเล่าของชื่อเมืองนี้เป็นตำนานสืบต่อกันมาว่า Manali แปลว่า Home of Manu, Manu เป็นคนเดียวในเทพนิยายของศาสนาฮินดูที่รอดชีวิตจากอุทกภัยครั้งใหญ่ เขาเดินทางมาถึงเมืองมะนาลีและสร้างมวลมนุษย์ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

-       Dhungri Temple สร้างขึ้นเพื่อบูชา Hadimba Devi เป็นวัดที่สร้างด้วยไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในมะนาลี หน้าตาคล้ายวัดแบบญี่ปุ่น แต่เป็นวัดฮินดูตั้งอยู่กลางป่าสน

-       Vashisht temple วัดฮินดู ที่มีบ่อน้ำพุร้อนอยู่ในบริเวณวัด และมีนักบวชชาวไทย ชื่อ Bamboo baba แกอยู่ที่นี่มานานหลายสิบปี ต้องฝึกภาษาฮินดี ศึกษาศาสนาฮินดูจนสำเร็จเป็น Baba ได้

 

19.00                กินอาหารค่ำพร้อมกันที่ร้านอาหาร แล้วแยกย้ายกันนอนหลับพักผ่อนเก็บแรงไว้เที่ยวมะนาลีต่อในวันพรุ่งนี้

 

 

วันที่ 6                วันพฤหัสบดี
เส้นทาง              มะนาลี

ที่พัก                  Hotel Arohi

การเดินทาง         รถคันเดิม

 

07.00                รับประทานอาหารเช้าพร้อมกัน แล้วเตรียมอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม วันนี้เราจะไปเล่นหิมะและสัมผัสอากาศเย็นยะเยือกกันที่ Rohtang Pass แล้วแวะเที่ยวที่ Solang Valley ก่อนกลับเข้ามะนาลี

-  เล่นหิมะ ถ่ายรูป และสนุกสนานกันตามอัธยาศัย

 

12.00                รับประทานอาหารกลางวันแบบง่ายๆ ที่ Rohtang Pass

                       ช่วงบ่าย ระหว่างทางกลับเข้าเมืองมะนาลี เราจะแวะเล่นกิจกรรมพาดโพนกันนิดหน่อย

 

สนุกสนานกับกีฬาเอ็กซ์ตรีมเร้าใจสร้างสีสันใหม่ๆให้ชีวิตอย่าง Zorbing และ Paragliding ใครที่ไม่อยากเล่นแค่วิ่งเล่นในสนามหญ้าเพลิน นั่งดูวิวชิลล์ๆ เห็นคนอื่นเค้าเล่นก็เพลินไปอีกแบบค่ะ

Zorbing  หรือ ซอฟบอล (Zorb) การเล่นก็ไม่ยาก เพียงแต่ต้องเข้าไปอยู่ในลูกบอลลูกโต ภายในมีอากาศให้หายใจได้สบายๆ ไม่ต้องกลัวหายใจไม่ออก จากนั้นทีมงานเขาจะปล่อยลูกบอลที่เราอยู่ข้างในเนี่ยแหละกลิ้งลงมาจากเนินเขา เพื่อให้ลูกบอลลื่นไหลไปมาอย่างอิสระ เล่นทีละ 2 คน โดยผู้เล่นจะนั่งหันหน้าเข้าหากันด้วยระยะทางกว่า 100 เมตร คุณจะได้เกลือกกลิ้งไปมาอุตลุดอย่างสบายอารมณ์ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่เกมนี้ชอบกันมากมาย สนุกที่สุด

Paragliding (ร่มร่อน) กิจกรรมเหิรฟ้ามหาสนุก กีฬาทางอากาศที่นักกีฬาจะมี ร่มติดอยู่ที่หลัง และมีครูฝึกประกบด้วย ปล่อยตัวเองลงจากผาสูง ในช่วงที่ลมพัดอย่างเหมาะสมบังคับตัวเอง ให้ร่อนอยู่บนท้องฟ้า และ ลงจอดบนพื้นตามจุดที่กำหนด หนึ่งในกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้รักความตื่นเต้น

19.00                กินอาหารค่ำมื้ออำลามะนาลี พรุ่งนี้เช้าเราจะออกเดินทางสู่ชิมลากัน  
  

 

 

วันที่ 7                วันศุกร์
เส้นทาง              มะนาลี – ชิมลา

ที่พัก                  Hotel.......

การเดินทาง         รถคันเดิม

  

07.00                รับประทานอาหารเช้าพร้อมกัน แล้วเตรียมตัวออกเดินทางไกลอีกครั้ง เราจะไปชิมลากัน จากมะนาลีไปชิมลา ระยะทางประมาณ 260 กิโลเมตร ระหว่างทางแวะชมเมืองคุลลู Kullu ด้วยลักษณะทางภูมิประเทศของเมืองที่ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาสูงทอดยาวจากเทือกเขาหิมาลัย และโอบล้อมด้วยแม่น้ำสายใหญ่ สาย คือแม่น้ำ Beas และแม่น้ำ Kullu จึงทำให้เมืองคุลลู(Kullu) เป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์และสวยงามตลอดปี 

 

12.00                กินอาหารกลางวันระหว่างทาง

 

16.00                ถึงเมืองชิมลา เก็บของเข้าที่พัก แล้วออกไปเดินเที่ยวในเมืองกัน

ชิมลา (SHIMLA) เป็นเมืองหลวงของ รัฐหิมาจัลประเทศ (HIMACHAL PRADESH) เป็นอีกรัฐหนึ่งที่อยู่ในเขตเทือกเขาหิมาลัย เป็นรัฐชายแดนของอินเดียที่มีพื้นที่ติดต่อกับทิเบตในทิศตะวันออก เมืองชิมลา เป็นเมืองที่มีความเป็นสหราชอาณาจักรแทรกซึมอยู่มากมาย ทั้งสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเมือง เป็นที่รู้จักในชื่อเมืองแห่งรีสอร์ท “Hill Resort” เป็นสถานที่ตากอากาศของชาวอินเดียเพราะอากาศดีในฤดูร้อน และทัศนียภาพสวยงามมากในฤดูหนาว นอกจากนั้นในฤดูใบไม้ผลิยังสะพรั่งด้วยดอกไม้หลากสีสันนานาพันธุ์ ทำให้เมืองชิมลาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี 

-      ไปเดินเล่นที่ถนน MALL ถนนเส้นหลักของเมือง และเป็นแหล่งที่ทุกคนมาถึงชิมลาต้องแวะไปเดินเล่นหรือซื้อของ เพราะมีร้านขายของ ร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม และของที่ระลึกต่างๆ มากมาย รวมทั้งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่งเช่น โบสถ์คริสต์ ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 2386 เป็นสถาปัตยกรรมแนวโกธิคที่ประดับด้วยกระจกสีสรรต่างๆ อย่างสวยงาม นอกจากนี้ก็มีอาคารเก่าแก่ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแนวอาณานิคม รวมไปถึงสถานที่ทำการของเทศบาลเมืองชิมลา

-      ลานซุบซิบ (Scandal point) เป็นที่นิยมของหน่มุสาวอินเดียมาแต่โบราณ แรงดึงดูดของลานซุบซิบถึงขนาดมหาราชายังต้องเดินทางเข้ามาซึมซับบรรยากาศด้วยตนเอง จนได้รับการกล่าวขานทั่วเมือง

 

19.00               กินอาหารค่ำพร้อมกันที่ร้านอาหารในเมือง แล้วพักผ่อนกันตามอัธยาศัย

 

 

วันที่ 8                วันเสาร์
เส้นทาง              ชิมลา - เดลลี

ที่พัก                  พักผ่อนกันบนรถไฟ

การเดินทาง         รถคันเดิมและรถไฟปรับอากาศอย่างดี

 

07.00                รับประทานอาหารเช้าพร้อมกัน แล้วไปเที่ยวชิมลากันเลย

-      ไปยังเทือกเขาคูฟรี (KUFRI) หมู่บ้านเล็กๆ ห่างจากชิมลาไปราว 16 กิโลเมตร มีโรงแรมเล็กๆ และร้านอาหารเป็นจุดชมวิวหิมาลัยที่ไม่ไกลจากชิมลา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที เป็นสถานที่ที่ชาวอินเดียนิยมใช้เป็นที่พักตากอากาศและฝึกเล่นสกี มีภูมิประเทศอยู่เหนือระะดับน้ำทะเล 2,500 เมตร 

ระหว่างทางแวะดูบ้านพักประธานาธิบดีของอินเดีย และทิวทัศน์ของเทือกเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะเป็นแนวยาวตลอดทั้งเขา

-      เมืองคะซอลี (KASAULI) ตั้งอยู่ห่างชิมลาราว 30 กิโลเมตร ไปชมวัด Hanuman Temple ที่เขา Jakhoo เป็นที่อาศัยของฝูงลิงตามตำนานที่ว่าเป็นทายาทของพญาหนุมารวานร ครั้งที่ได้เหาะเหินเดินอากาศมาแวะพักที่นี่ ที่นี่จึงมีโบสถ์จาคู (JAKHU) ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุด 2,450 เมตร ในชิมลา เพื่อบูชาหนุมาน แต่สิ่งที่ต้องระวังสำหรับการมาเที่ยวที่นี่คือแว่นตา หมวก กระเป๋า กล้องถ่ายรูป และสิ่งของต่างๆ เพราะลูกหลานหนุมานที่นี่มือไวมากๆ 

 

12.00                กินอาหารกลางวันกันที่ร้านอาหารระหว่างทาง แล้วกลับมาเตรียมตัวแพ็คของกลับบ้านกัน

-      ออกจากโรงแรมแล้วไปแวะดูพิพิธภัณฑ์ของรัฐที่มีสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ภายในจัดแสดงเกี่ยวกับจิตกรรมฝาผนัง รูปปั้น ประติมากรรมหิน งานไม้ งานเขียน ประวัติความเป็นมาของรัฐ และเครื่องประดับต่างๆ ของชนพื้นเมือง

-      แล้วออกเดินทางไปสถานีรถไฟกัลกากันเลย (ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง)

 

17.45                ได้เวลารถไฟขบวน 12012 Kalka Shtbdi เคลื่อนออกจากสถานีกัลกา (Kalka) มุ่งหน้าสู่นิวเดลี

 

19.00                กินอาหารค่ำที่แพ็คมาจากชิมลากันบนรถไฟ แล้วพักผ่อนกันตามอัธยาศัย

21.55                ถึงสถานีนิวเดลี แล้วต่อรถไปสนามบินกันเลย

­­­­­­­­23.00                ถึงสนามบิน หลับรอเวลาเคาน์เตอร์เปิดให้ Check in ได้บัตรโดยสารและโหลดสัมภาระแล้ว ก็รอเวลาขึ้นเครื่องกลับบ้านกัน

 

 

วันที่ 9                วันอาทิตย์
เส้นทาง              เดลลี - กรุงเทพ

ที่พัก                  งีบบนเครื่องแล้วกลับไปนอนต่อที่บ้านเรากัน

 

05.35                บอกลาอินเดีย ออกเดินทางกลับสู่มาตุภูมิ โดยสายการบิน Indi Go เที่ยวบินที่ 6E41 กลั้นน้ำตาอย่าร้องไห้ ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเที่ยวอีกเมื่อไร ชอบอินเดียที่สุดเลย....

  

11.20                เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมกับมุมมองใหม่ๆ ในโลกใบเดิมโลกที่แคบลงเสมอเมื่อการเดินทางสิ้นสุด....สวัสดีเมืองไทย 

  

  หมายเหตุ:  โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมของช่วงเวลาและสถานการณ์เฉพาะ
  

 

  มีภาพการเดินทางในทริปที่ผ่านมา มาฝากกันด้วย

       คลิก 

  ตอนเราไปเที่ยวกัน    "7-15 เมษายน 2552"

 

 

  

 

ค่าเดินทาง 

 

1.

ค่า "ทริปเดินทาง"  

 

XX,XXX-

บาท

 

(ไม่รวม "ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าธรรมเนียมน้ำมัน และภาษีสนามบิน")

     
  __        

2.

ค่า "ตั๋วเครื่องบิน ธรรมเนียมน้ำมัน และภาษีสนามบิน" 

 

XX,XXX-

บาท*

 

(* ราคานี้เป็นราคาโดยประมาณ ณ วันที่ 31 ม.ค. 55 ซึ่งราคาอาจเปลี่ยนแปลง ณ วันที่ออกตั๋วเครื่องบิน ถ้าตั๋วปรับราคาขึ้น เราจำเป็นต้องเก็บค่าตั๋วเพิ่มตามราคาที่ออกตั๋วจริง หรือใครสะดวกจะจองตั๋วเองก็ได้ค่ะ กรุณาโทรมาสอบถามและเช็คตั๋วเครื่องบินก่อนนะคะ)

     
  __        
 

 รวม

 

XX,XXX-

บาท

 

(ต้องการนอนเดี่ยว- กรุณาโทรสอบถามราคาค่ะ)

     
         
 

ส่วนลดพิเศษ

 

 

 

 

- จองตั๋วเครื่องบินเอง ลด XX,XXX บาท

     

 

- ทำวีซ่า อินเดีย ลด 2,000 บาท

 

 

 

 

- เคยเดินทางกับ วันแรมทาง ลด 500 บาท

 

 

 

 

  .

 

 

 

 

ราคานี้รวม

 

 

 

 

- ค่าตั๋วเครื่องบิน สายการบิน Indi Go กรุงเทพฯ-เดลลี-กรุงเทพฯ

 

 

 

 

- ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ไทย-อินเดีย

 

 

 

 

- ค่าวีซ่าอินเดีย

 

 

 

 

- อาหารมื้อหลักทุกมื้อ รวม ชา กาแฟ ของหวาน และผลไม้

 

 

 

 

- ค่าน้ำดื่ม (น้ำเปล่าบรรจุขวด) ไม่จำกัดจำนวน

 

 

 

 

- ที่พักโรงแรมน่ารักๆ ห้องละ 2-3 ท่าน + ห้องน้ำในตัว

 

 

 

 

- ค่ารถตลอดเส้นทาง

 

 

 

 

- ค่าบัตรเข้าชมสถานที่ต่างๆ

 

 

 

 

- ค่าหัวหน้าทัวร์คนไทย และไกด์ท้องถิ่น

 

 

 

 

- ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงิน 2,000,000 บาท

 

 

 

 

        .

 

 

 

 

ราคานี้ไม่รวม

 

 

 

  - ค่าอาหารบนเครื่องบิน Indi Go      

 

ค่าทิป สำหรับไกด์ พนักงานขับรถ พนักงานบริการ

 

 

 

 

- ค่ากล้องถ่ายรูป และค่ากล้องวีดีโอ

 

 

 

 

- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ

     

 

 


วิธีการสมัคร 

1.         แจ้งเรื่องไว้ในติดต่อสอบถามด้านล่างของบนความนี้ พร้อมเบอร์ติดต่อกลับด้วยนะคะ
            หรือ โทรเข้ามาพูดคุยสอบถามได้เลยค่ะที่หมายเลข 0-2405-4561
           
มือถือ 08-7699-7475 (DTAC) , 08-1692-8233 (DTAC), 08-9811-9139(AIS),
           
วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 09.00 - 18.00 น.  

2.         ส่งแฟกซ์ ใบจองทริป ไปที่หมายเลข 0-2405-4560
โดยใช้แบบฟอร์ม ใบจองทริป นี้ คลิกที่นี่ PDF / คลิกที่นี่ WORD ได้เลยค่ะ

 

3.         ส่งแฟกซ์ สลิปหรือสำเนาใบโอนเงิน ไปที่หมายเลข 0-2405-4560

            โพสต์ข้อความแจ้งไว้ในกระทู้
    

 
การชำระเงิน 


 

1)       จ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน จำนวน XX,XXX บาท (ราคาโดยประมาณ) ทันทีที่จอง 
          หากต้องการให้เราจองตั๋วให้ด้วย จ่ายค่า
ตั๋วตามจริง ณ วันที่ออกตั๋ว
          ซึ่งอาจจะถูกกว่าหรือแพงกว่า XX
,XXX บาท ขึ้นอยู่กับราคาตั๋วในแต่ละช่วงค่ะ 
          (
กรุณาโทรถามราคาก่อนโอนเงิน) 


2)       จ่ายค่ามัดจำทริป       จำนวน     5,000 บาท ทันทีที่จอง

3)       จ่ายส่วนที่เหลือ
         จำนวน     XX,XXX  บาท  ภายใน 30 วันก่อนเดินทาง
 
          (กรุณาโทรตรวจสอบยอดเงินก่อนโอนงวดสุดท้าย)

 

       โอนเข้าบัญชีชื่อ..  นางสาวชนิตา กัลยาณมิตร
                                ธนาคารกสิกรไทย
                                สาขา เซ็นทรัล พระรามที่ 2 
                                บัญชีออมทรัพย์ 
                                เลขที่ 743-2-71576-5

 

 

เงื่อนไขการให้บริการสำหรับทริป อินเดีย 

 

 

 

    • จองล่วงหน้าตามช่วงเวลาที่กำหนด
    • ชำระเงินตามเงื่อนไขข้างต้น
    • ขอยกเลิกการเดินทาง หักค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง และ/หรือ 
    • ขอยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน หักค่าใช้จ่ายท่านละ 15,000 บาท
    • ขอยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 10 วัน หักค่าใช้จ่ายท่านละ 50% ของราคาทริป
    • ขอยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 5 วัน เก็บค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน
    • ค่าบริการนำเที่ยวมิได้คิดเป็นการเหมา แต่คิดสินจ้างเฉพาะค่านำเที่ยวและค่าบริการเท่านั้น ค่าใช้จ่ายที่นักท่องเที่ยว ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น เช่น ค่าวีซ่า ค่าประกัน ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าโรงแรมที่พัก ค่าอาหาร ที่ผู้จัดนำเที่ยวได้จ่ายทดรองให้นักท่องเที่ยวแต่ละคนไปก่อน โดยจ่ายไปจริงเท่าใดก็จะเรียกเก็บคืนจากนักท่องเที่ยวเท่านั้น และถ้ามีส่วนลดใดๆ จากผู้รับค่าใช้จ่ายดังกล่าว ก็จะคืนส่วนลดนั้นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งหมด
    • เมื่อท่านออกเดินทางกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง อาทิ ไม่เที่ยวบางรายการ, ไม่ทานอาหารบางมื้อ หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจำคืนได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
    • กรณีที่การตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศ ปฏิเสธมิให้เดินทางออกหรือเข้าประเทศในรายการเดินทาง หรือเกิดกรณีความล่าช้าจากสายการบิน, การประท้วง, การนัดหยุดงาน, การก่อจลาจล ทางเราขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • เมื่อท่านตกลงชำระเงิน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ที่ได้ระบุไว้แล้วทั้งหมด


การส่งเล่มพาสปอร์ต เพื่อขอวีซ่า

ตัวอย่างวีซ่าอินเดียปัจจุบัน

เอกสารและข้อมูลที่ต้องส่งมาด้วย
เพื่อขอวีซ่าอินเดีย
เนื่องจากสถานทูตอินเดียเพิ่งประกาศเปลี่ยนแบบฟอร์มการขอวีซ่าใหม่ (เริ่มใช้ ตั้งแต่ วันที่ 2 เมษายน 2555) จำเป็นต้องขอข้อมูลเพิ่มมากขึ้น สถานทูตอินเดียเข้มงวดมาก ไม่ได้ทำง่ายๆเหมือนเมื่อก่อน ถ้าข้อมูลไม่ครบ วีซ่าอาจจะไม่อนุมัติ เรื่องจะถูกตีกลับออกมา และที่สำคัญ ผู้ยื่นจะไม่ได้รับเงินค่าวีซ่าคืน ค่ะ
คลิก.. เพื่อสั่งพิมพ์แบบฟอร์ม
สำหรับกรอกข้อมูลที่ต้องใช้ประกอบการขอวีซ่า


1.
เล่มหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุเหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน

(ถ้าอายุไม่ถึง 6 เดือน จะไม่สามารถขอวีซ่าอินเดียได้ค่ะ กรุณาทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ก่อนนะคะ)


2. รูปถ่าย จำนวน 2 ใบ สำหรับการขอวีซ่า อินเดีย
รูปถ่าย ต้องเป็นรูปสี บนพื้นหลังสีขาว และต้องมีขนาด 2x2 นิ้ว เท่านั้นค่ะ
กรุณาบอกร้านถ่ายรูปว่า ขนาด 2x2 นิ้ว เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส เท่ากันทั้งกว้าง ทั้งยาว
ห้ามส่งขนาดอื่น มิเช่นนั้นเราจะไม่สามารถดำเนินการสมัครวีซ่าของท่านได้ สถานทูตเข้มงวดมาก ค่ะ

ตัวอย่างภาพถ่าย
ขนาดรูปต้องเป๊ะตามนี้เลย ย้ำว่า 2x2 นิ้ว เป๊ะๆ
ถ้าไม่ได้ขนาดเราจะให้ท่านส่งรูปมาใหม่ ส่งจนกว่าจะ 'ใช่ขนาดที่ต้องการ' นะคะ
ถ้ารูปที่ท่านมีอยู่ไม่ได้ขนาด ก็อย่าส่งมาให้เรา อย่าคิดเอาเองว่า 'มันใช้ได้' เพราะว่ามันจะ 'ใช้ไม่ได้' ค่ะ
รบกวนเชื่อกันด้วยนะคะ ถ้าไม่มีรูปที่ขนาดตามนี้ ก็ช่วยไปถ่ายใหม่ด้วย ..ขอบคุณค่ะ
ปล. ควรเลือกรูปที่คุณดูดี เพราะว่าวีซ่าปัจจุบัน โชว์รูปด้วยนะคะ (ตามตัวอย่างข้างบน)



3. สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด (*ต้องเซ็นต์ชื่อรับรอง ลายเซ็นต์เหมือนที่เซ็นต์ในเล่มพาสปอร์ต)

4. สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด (ไม่จำเป็นต้องเซ็นต์ชื่อรับรอง)

5. แจ้งที่อยู่ปัจจุบันที่ติดต่อได้ - ถ้าตรงตามบัตรประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้าน ให้เขียนบอกด้วย
และกรุณาระบุ
รหัสไปรษณีย์ และหมายเลขโทรศัพท์บ้าน หรือ โทรศัพท์มือถือ (ถ้ามี)

6. กรุณาระบุอาชีพ
คือ
ถ้าเป็นพนักงานบริษัทเอกชน - ให้ระบุตำแหน่ง ชื่อบริษัทฯ ที่อยู่บริษัทฯ รหัสไปรษณีย์ และหมายเลขโทรศัพท์
ถ้าเกษียณราชการแล้ว - ให้ระบุชื่อหน่วยงานที่เคยสังกัด พร้อมที่อยู่ รหัสไปรษณีย์ และ หมายเลขโทรศัพท์
ถ้าเป็นแม่บ้าน - ให้แจ้งอาชีพและสถานที่ทำงานของสามี
ถ้าประกอบธุรกิจส่วนตัว - ให้เขียนแจ้งรายละเอียด พร้อมที่อยู่สถานประกอบการ
ถ้าเป็นนักเรียน/นักศึกษา - ให้แจ้งชื่อสถานศึกษา พร้อมที่อยู่ โดยละเอียด
ถ้าเป็นเด็กเล็กๆ - ให้แจ้งอาชีพและสถานที่ทำงานของ บิดาหรือมารดา

(หมายเหตุ- ที่อยู่ของสถานที่ทำงาน กรุณาเขียนให้ละเอียด พร้อมรหัสไปรษณีย์ และ หมายเลขโทรศัพท์)
** หนังสือรับรองการทำงาน ใบรับรองเงินเดือน หรือ bank statement ไม่จำเป็น ต้องส่งมา**

7. กรุณาแจ้งศาสนาที่นับถือ เช่น ศาสนาพุทธ คริสต์ หรือ อิสลาม เป็นต้น

8. หากแต่งงานแล้ว กรุณาแจ้ง ชื่อ-นามสกุล และสถานที่เกิด (ระบุจังหวัด) ของคู่สมรส
กรณีคู่สมรส หย่าร้างหรือเสียชีวิต- ให้แจ้งว่า หย่าแล้ว หรือ เสียชีวิตแล้ว

9. กรุณาแจ้ง ชื่อ-นามสกุล และสถานที่เกิด (ระบุจังหวัด) ของ บิดาและมารดา (ทั้งสองท่าน)

10. กรุณาแจ้งวุฒิการศึกษาที่จบ เช่น มัธยมศึกษา ม.6 , ปริญญาตรี , ปริญญาโท เป็นต้น

11. กรุณาแจ้งลักษณะรูปพรรณที่เด่นชัดในร่างกาย เช่น ผิวสีแทน ตาสีดำ ผมดำยาว เป็นต้น

12. กรุณาแจ้ง ชื่อ-นามสกุล บุคคลอ้างอิงที่ติดต่อได้ที่ประเทศไทย ระบุที่อยู่ รหัสไปรษณีย์ โทรศัพท์ โดยละเอียด
13. กรุณาแจ้งชื่อ/นามสกุล พร้อมเลขที่บัตรประชาชน ของผู้รับผลประโยชน์ สำหรับทำประกันการเดินทาง

14. ถ้าเคยเดินทางเข้าอินเดียมาแล้ว กรุณาแจ้ง
หมายเลขวีซ่าเดิม และ วันที่ออกวีซ่า
(Date of Issue)
วันเดือนปี ที่เดินทางออกจากอินเดียล่าสุด
เมืองที่ขึ้นเครื่องออกจากอินเดียล่าสุด เช่น New Delhi, Kolkata หรือ Mumbai
เป็นต้น
ที่อยู่สถานที่ที่เคยไปพักล่าสุด
เช่น ถ้าเป็นโรงแรมที่พัก ให้ระบุชื่อโรงแรม และที่อยู่ โดยละเอียด

หมายเหตุ-
การให้ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้อง จะเป็นผลดีกับผู้สมัครขอวีซ่าเอง
เรียนให้ทราบว่า ตามกฏและแบบฟอร์มการขอวีซ่า แบบใหม่ของประเทศอินเดีย มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2555 เป็นต้นไปนั้น สถานทูตอินเดีย ค่อนข้างเข้มงวดและเคร่งครัดกับผู้ที่ประสงค์จะยื่นขอวีซ่า ทางเราจำเป็นต้องขอข้อมูลมากมายและยุ่งยากจุกจิก ข้างต้น เพื่อทำให้วีซ่าอนุมัติโดยง่าย และไม่เสียเวลา หรือเสี่ยงที่วีซ่าจะไม่อนุมัติ ค่ะ

กำหนดวันส่งเอกสาร-
กรุณาส่งเล่มพาสปอร์ตและเอกสารประกอบ อย่างน้อย 3 สัปดาห์ ก่อนวันเดินทาง
ส่งเล่มพาสปอร์ตได้ที่-

น.ส. ชนิตา กัลยาณมิตร
สำนักงาน วันแรมทาง

1/60 ซ.อนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150
(วงเล็บมุมซอง วันที่ทริปที่เดินทาง)
เรียนให้ทราบว่า-

1) ปกติเราจะไม่ส่งเล่มพาสปอร์ตคืนให้นะคะ เราจะถือไปให้ทุกคนในวันที่เดินทางเลย
แต่ ท่านใดที่ต้องการเล่มพาสปอร์ตคืนก่อนการเดินทาง กรุณาแจ้งความประสงค์ และระบุที่อยู่สำหรับส่งพาสปอร์ตคืนให้ชัดเจน
ด้วยค่ะ เราจะส่งคืนให้ทาง
ems ค่ะ

2) รบกวนโทรแจ้งให้เราทราบล่วงหน้าก่อนส่งเล่มพาสปอร์ตนะคะ
เราจะได้รอรับ เล่มพาสปอร์ตของท่านจะได้ไม่ตกหล่นสูญหายค่ะ

  

คำแนะนำ 

 

ภูมิอากาศ
ช่วงที่เราเดินทางกันนี้ อาจมีฝนตกและอากาศเย็นค่ะ
อุณหภูมิตอนกลางวันประมาณ 15-20 องศา ถ้าแดดแรงก็อาจจะเริ่มร้อนค่ะ
ส่วนตอนเช้าและกลางคืน อุณหภูมิจะเย็นลง อยู่ที่ประมาณ 5-10 องศา
พื้นที่บนเขา อากาศเย็นจัด 0-5 องศา
 
 
เวลา

ช้ากว่าไทย 1.30 ชม.

ค่าเงิน

100 รูปีอินเดีย เท่ากับ 65-70 บาท โดยประมาณค่ะ

สิ่งที่ต้องเตรียมไป

หมวกกันแดดหรือร่ม, ผ้าปิดจมูกกันฝุ่น, ยาทากันยุง (กลางคืนยุงค่อนข้างเยอะค่ะ), ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น, ฟิล์มถ่ายภาพ, ปลั๊กชาร์จแบตเตอรี่ของกล้องดิจิตอล, ปลั๊กแปลงขาเสียบ

 

เสื้อผ้า

- อากาศเย็น และหนาวตอนเช้าตอนค่ำ เตรียมเสื้อกันหนาว และอุปกรณ์กันหนาว ถุงมือ ถุงเท้า หมวก ผ้าพันคอไปด้วยค่ะ

- หมวกกันแดด เผื่อไปด้วยนะคะ กลางวันบางวันแดดแรงค่ะ

รองเท้า
- ใช้ผ้าใบ หรือ บูท ก็ได้ แล้วแต่สะดวก แต่ควรจะเตรียมถุงเท้าหนาๆ ไปด้วยค่ะ


อุปกรณ์ส่วนตัว
-พวกแชมพู สบู่ ยาสีฟัน หมวกคลุมผม อะไรพวกนี้ เตรียมไปด้วยนะคะ ที่โรงแรมมีให้บ้าง ไม่ให้บ้างค่ะ
-ผ้าเช็ดตัว เผื่อไปด้วยนะคะ เพราะของโรงแรม สีตุ่นๆ แข็งและหยาบมาก ดังนั้นควรเตรียมกันไปเองคะ
-อากาศที่อินเดียค่อนข้างแห้ง ควรเตรียมโลชั่นทาผิว และลิปมันไปด้วยนะคะ

ปลั๊กไฟ
- เตรียม
adapter ส่วนตัวไปด้วย เพราะที่นี่ส่วนใหญ่ใช้ปลั๊กกลม ถ้าเครื่องใช้ไฟฟ้าของท่าน (โดยเฉพาะที่ charge กล้อง) เป็นแบบแบนจะหาที่เสียบยากหน่อยและหาสามตาอันเล็กๆ ติดไปด้วย เพราะถ้าต้องชาร์จหลายคนจะได้ไม่มีปัญหา

ถุงนอน หรือ ผ้า
- ผ้าปูที่นอน หรือผ้าห่มที่ทางโรงแรมจัดเตรียมให้ อาจจะไม่สะอาดเอี่ยม อาจจะมีกลิ่นอับ ถ้าจะให้อุ่นใจอาจจะหาผ้าบางๆเป็นผ้าสารพัดประโยชน์ ติดไปสักผืน ใช้รองนอน ใช้ปูนอน หรือใช้ห่มตามแต่สะดวก หรืออาจจะหาถุงนอนส่วนตัว ติดไปสักผืนก็ได้ค่ะ

 

  

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

ที่อยู่

"บ้านวันแรมทาง"
1/60 ซ.อนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150
แผนที่ "บ้านวันแรมทาง" << คลิกที่นี่ค่ะ

โทรศัพท์ (สำนักงาน)
แฟกซ์ (สำนักงาน)
มือถือ (ปลา)
มือถือ (นุ้ย)
มือถือ (สำนักงาน)

0-2405-4561
0-2405-4560
08-9811-9139 (AIS)
08-1692-8233 (DTAC)
08-7699-7475 (DTAC)

Email

info@wanramtang.com

วันทำงาน
เวลา

วันจันทร์-วันศุกร์
09.00- 18.00 น.

ติดต่อ

เวลางาน:           โทรเข้าสำนักงาน ติดต่อใครก็ได้ค่ะ
นอกเวลางาน:     โทรมือถือ "ปลา" หรือ "นุ้ย" ได้เลยนะคะ

หรือ คลิกไปที่ >>

    

   

ถ้าสั่งพิมพ์ไม่ได้ กรุณาโทรแจ้ง 02-405-4561, 08-1692-8233
หรือส่ง
email แจ้งขอโปรแกรมได้ที่ info@wanramtang.com ขอบคุณค่ะ 
   

 

 

 


ชื่อ :  *
เบอร์โทรศัพท์ :  *
อีเมล :  *
ชื่อทริปเดินทาง :  *
วันที่เดินทาง :  *
ต้องการ : จองทริป
สอบถาม
หัวข้อที่ต้องการสอบถาม :
รายละเอียด :



ทัวร์อินเดีย

แสวงบุญ สังเวชนียสถาน ทัวร์อินเดีย article
ทัวร์อินเดีย - เลห์ ลาดักห์ article
ทัวร์อินเดีย - Spiti Valley สปิติวัลเล่ย์
ทัวร์อินเดีย - ซิมลา มะนาลี ธรรมศาลา อัมริตสา article
ทัวร์อินเดีย - ถ้ำอชันต้า ถ้ำเอลโลร่า article
ทัวร์อินเดีย - ราชาสถาน article
ทัวร์อินเดีย - โกลกัตตา ศานตินิเกตัน article
ทัวร์อินเดีย - แคชเมียร์ article
ทัวร์อินเดีย - มะนาลี ลาดักห์ article
ซันสการ์ article
สิกขิม ดาร์จีลิ่ง
VOF Valley of Flowers article
ทัชมาฮาล ชัยปุระ article



ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/06037
ติดต่อเรา
โปรแกรมการเดินทาง
แพ็คเกจ เที่ยวอินเดีย
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot










อุณหภูมิ พยากรณ์อากาศ
ร่วมบุญกับ วันแรมทาง


Copyright © 2007-2037 สงวนลิขสิทธิ์ภาพและบทความที่จัดทำขึ้นโดยเว็บไซต์ ห้ามลอกโดยเด็ดขาด
ติดต่อเรา
บริษัท อัพเดททัวร์แอนด์ทราเวล จำกัด
เลขที่ 1/60 ซอยอนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
โทรศัพท์ : 024054561 , 0816928233 (dtac) , 0898119139 (ais) โทรสาร : 024054560
Email : info@wanramtang.com , wanramtang@hotmail.com
Line ID: wanramtang3