ซันสการ์ (30 พฤษภาคม - 13 มิถุนายน 2567) ออกเดินทางแน่นอน !
ReadyPlanet.com
dot dot
ทัวร์อินเดีย - ซันสการ์ article
อัพเดทข้อมูล 19/4/2567
 

   

  

ทัวร์อินเดีย
ลาดักห์-ซันสการ์-มะนาลี
Our Journey Record : การเดินทางในเส้นทางนี้ ครั้งที่ 23
30 พฤษภาคม - 13 มิถุนายน 2567
15 วัน 12 คืน
เปิดรับไม่เกิน 8 ท่าน เท่านั้น
ออกเดินทางแน่นอน
       
คนละ 69,000 บาท
* ยังไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน
หมายเหตุ - ขอสงวนสิทธิ์ที่จะปรับราคาตามความเหมาะสม หากมีการเปลี่ยนแปลงของ ค่าธรรมเนียมน้ำมัน ภาษีสนามบิน และ อัตราแลกเปลี่ยน 
       
คำเตือน..ด้วยรักและห่วงใย
   
ทัวร์เนิบๆ เราไปกันช้าๆ แบบช้ามากๆ บางคนอาจจะเบื่อ แนะนำให้อ่านโปรแกรมให้ละเอียดก่อนจองทัวร์

ว่ากันว่า ที่นี่ คือ "สถานที่ที่สวรรค์กับโลกมนุษย์มาบรรจบกัน" 
ถึงแม้ว่า เส้นทางนี้งดงามเกินบรรยาย ชนิดที่เรียกว่า ควรไปเห็นด้วยตาให้ได้สักครั้งในชีวิต ถึงแม้ว่า เสน่ห์ของทริปนี้ อยู่ที่วิวสองข้างทาง สวยงามจนหลับตาไม่ลง แต่ ทริปนี้ไม่ได้สะดวกสบาย ไปลำบาก นั่งรถเหนื่อยมาก อาหารพื้นเมืองไม่อร่อย กินกันไม่ค่อยได้ !  
   
ด้วยเป็นพื้นที่ที่อยู่สูงเหนือจากระดับน้ำทะเลเกินกว่า 4,000 เมตร จึงสุ่มเสี่ยงต่ออาการแพ้ความสูง ทำให้ปวดหัว อาเจียน หายใจไม่ทัน หรือหัวใจวาย
   
ดังนั้น  กรุณาอ่านโปรแกรมดีๆก่อนตัดสินใจจอง 
ถ้าร่างกายไม่แข็งแรง เช่น
เป็นโรคหัวใจ ความดันสูง หอบหืด ไม่ควรเดินทาง .. 
หากชวนเพื่อนกรุณาบังคับให้เพื่อนอ่านด้วย 
เพื่อนที่เรื่องเยอะ ห้ามชวน ! 

                             
 กรุณาอ่านรายละเอียด 
 อ่านเงื่อนไขราคา และ การชำระเงิน ให้เข้าใจก่อนจอง 
 
            
 ใช้รถ Mahindra Scorpio  *นั่งคันละ 4 คน
นั่งสบาย นั่งรวมกับเพื่อนที่พักห้องเดียวกัน
เก็บกระเป๋าบนหลังคา
เบาะหน้า ข้างคนขับ   1 คน
เบาะกลาง หลังคนขับ   2 คน
เบาะท้าย   1 คน
    
        
Road Trip เดินทางยาวๆ 15 วัน
ไปกันช้าๆ ไปกันเรื่อยๆ สไตล์วันแรมทาง

เน้นความสุขใจ ในการออกไปท่องเที่ยว
เก็บบรรยากาศ ความงามของธรรมชาติด้วยสองตา
พร้อมเรื่องเล่า ถ่ายทอดเรื่องราว รู้ลึก รู้จริง
อิ่มเอมกับมิตรภาพ ของเพื่อนร่วมทาง
ปล่อยใจให้สบาย แค่ไว้ใจ แล้วไปด้วยกัน
ปล. ทริปลำบาก ขอลูกทัวร์ อึด ถึก ทน สักนิด
       
โปรแกรมการเดินทาง
       
จุดนัดพบ
สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 4-5 บริเวณที่นั่งหน้าประตู
วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567
เวลา 18.00 น. (หกโมงเย็น)
        
DAY 01 วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567
 
Bangkok - Delhi
   
เริ่มโปรแกรมทัวร์-
  
18.00 น. พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เช็คอินบัตรโดยสารและโหลดสัมภาระ
    
เที่ยวบิน TG331

Bangkok-Delhi
  สามารถโหลดกระเป๋าได้หนัก ไม่เกิน 20 กิโลกรัม
เครื่องออก เวลา 21.15 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
เครื่องถึง เวลา 02.15 น. (ตามเวลาประเทศอินเดีย)

21.15 น. ได้เวลาเครื่องออก เดินทางสู่ประเทศอินเดีย 
*
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม. 30 นาที 
     
DAY 02 วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567
 
Delhi - Leh

02.15 น. ถึงแผ่นดินอินเดีย สนามบินเดลลี

รอต่อเครื่องไป เลห์ Leh

ถ้าหิว สามารถซื้อของกิน รองท้องได้ภายในสนามบิน ระหว่างรอต่อเครื่อง "ต่างคนต่างซื้อกินที่สนามบิน"
(ค่าอาหารมื้อนี้ไม่รวมในค่าทัวร์)


06.40 น. ได้เวลาเครื่องออก เดินทางสู่เมืองเลห์ (Leh)
*
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที 
               
เที่ยวบิน AI445

Delhi-Leh
  สามารถโหลดกระเป๋าได้หนัก ไม่เกิน 20 กิโลกรัม
เครื่องออก เวลา 06.40 น. (ตามเวลาประเทศอินเดีย)
เครื่องถึง เวลา 08.10 น. (ตามเวลาประเทศอินเดีย)
 
08.10 น. เครื่องถึงสนามบินเลห์ (Leh)
เข้าสู่โรงแรมที่พัก พักผ่อนปรับสภาพร่างกาย

กินอาหารกลางวัน 

ตอนบ่ายๆ จะพาออกไปเดินเที่ยวตลาด
ไปกินขนมอร่อยๆในเมือง นั่งเล่น กินน้ำ กินกาแฟคลายร้อน
เดินเล่นเพลินๆ ซื้อขนม ตุนเสบียง
ตามอัธยาศัยตามสมควรแก่เวลา

*บังคับเดิน ต้องปรับร่างกายกันหน่อย
  
พอแดดร่มๆ จะพาไปดูบรรยากาศยามเย็นสวยๆที่ Shanti Stupa

 
LEH เมืองเลห์  (altitude 3500 metres)
อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,500 เมตร  เป็นเมืองหลวงของสหภาพลาดักห์ วันที่ 5 สิงหาคม ค.ศ. 2019 รัฐบาลอินเดียประกาศจัดตั้ง ลาดักห์ เป็นดินแดนสหภาพ แยกออกจากจาก รัฐชัมมูและกัศมีร์  ลาดักห์คือดินแดนที่ซ่อนเร้นอยู่ท่ามกลางขุนเขา ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเทือกเขาหิมาลัย เต็มไปด้วยภูเขาหิมะที่สูงกว่า 7,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล เทือกเขาสูงที่โอบล้อม ทำให้ลาดักห์กลายเป็นดินแดนลี้ลับที่ยากแก่การเข้าถึง
 
 

Shanti Stupa  (altitude 3609 metres)

อยู่ในตัวเมืองเลห์ เป็นเจดีย์สันติภาพที่สร้างขึ้นโดยชาวญี่ปุ่น ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สามารถเห็นตัวเมืองเลห์ ได้อย่างชัดเจน แสงสีทองจับทิวเขาขณะอาทิตย์ลับขอบฟ้า สวยงามจับใจ 
 
กินอาหารเย็น   ที่ร้านอาหาร จากนั้นกลับโรงแรมที่พัก 
      
DAY 03 วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2567
 
Leh
     
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า   

วันนี้จะพาออกไปเที่ยวอีกฝากฝั่งของตัวเมืองเลห์ 
 
Thiksey Gompa  (altitude 3300 metres)
วัดธิคเซย์ (Thiksey Monastery) เป็นวัดที่สวยงามที่สุดของลาดักห์ อยู่ในนิกายเกลุคปะ (หมวกเหลือง)  ภายในวัดมีองค์พระศรีอารยะเมตไตรย์ ซึ่งชาวพุทธสายมหายานเชื่อว่า เป็นพระโพธิสัตว์องค์ต่อไปที่จะคอยช่วยเหลือมนุษย์ ไปกราบพระ ขอพร เอาฤกษ์เอาชัย ก่อนการเดินทางไกลของเรา
 
วัดธิคเซย์ (Thiksey Monastery)พระศรีอารยเมตไตรย์ วัดธิคเซย์
 
กินอาหารกลางวัน  
 
แวะถ่ายรูปจุดชมวิวสวยๆริมแม่น้ำสินธุ มีฉากหลังเป็นวัดที่สร้างอยู่บนยอดเนินเขาเล็กๆ  นักท่องเที่ยวชอบจอดรถถ่ายรูปวิวจากริมแม่น้ำมากกว่า ที่จะไปเที่ยวชมวัด
 
Stakna Monastery (altitude 3600 metres)
พระอารามตัคน่า (Stakna) ก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 โดยนักบุญชาวภูฏาน เป็นอารามทางพุทธศาสนานิกายวัชรยาน ดรุกปะ (Drugpa) หรือนิกายหมวกแดง พระอารามแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเลห์ประมาณ 25 กิโลเมตร บนยอดเนินเขาทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำสินธุ คำว่า Stakna นี้ออกเสียงว่า ตั๊ก-น่า เอาเสียง S แอบไว้ในใจ มีความหมายตามตัวอักษรว่า "จมูกเสือ" เนื่องจากสร้างขึ้นบนเนินเขาที่มีรูปร่างคล้ายจมูกเสือ ในวัดมีรูปเคารพ องค์พระอวโลกิเตศวร อันศักดิ์สิทธิ์ ที่อัญเชิญมากจากรัฐอัสสัม ปัจจุบันมีพระภิกษุประมาณ 30 รูป 
 
 
แล้วไปเที่ยวต่อกันที่ พระอารามเชมเรย์ (Chemrey) วัดนี้แสงตกกระทบตอนบ่าย ฉากหลังเป็นเขาสูงใหญ่ เบื้องหน้าคือทุ่งนาเขียวขจี แซมด้วยทุ่งต้นมัสตาร์ดสีเหลืองทอง ถ่ายรูปสวย
 
Chemrey Monastery (altitude 3543 metres)
เป็นวัดในนิกายหมวกแดง มีอายุย้อนกลับไปตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 พระอารามแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเลห์ประมาณ 40 กิโลเมตร บนเนินเขาอันโดดเด่น 
 
 
 
เดินทางกลับเข้าสู่ตัวเมืองเลห์ เข้าสู่โรงแรมที่พัก

ใครจะไปตลาดก็ตามอัธยาศัย 

ให้เวลาอิสระ ช้อปปิ้ง ตุนเสบียง เตรียมเดินทางไกลไปซันสการ์

กินอาหารค่ำ  แล้วเข้านอน
      
DAY 04 วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2567
 
Leh - Alchi - Lamayuru
   
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า   

เก็บกระเป๋าขึ้นรถ ออกเดินทาง  *
แวะเที่ยวไปเรื่อยๆ
 
Nimmu  (altitude 3170 metres)
ระหว่างเส้นทาง แวะถ่ายรูปจุดชมวิวที่แม่น้ำสองสาย คือ แม่น้ำสินธุ (Indus River) และ แม่น้ำซันสการ์ (Zanskar River) ไหลมาบรรจบกัน 
 
 
Phyang Monastery  (altitude 3500 metres)
ชื่อของพระอารามหรือวัดแห่งนี้ อาจจะออกเสียงได้ว่า พะเยียง หรือ พะยัง ห่างจากเลห์ประมาณ 15 กิโลเมตร วัดพะยังเป็นเพียงหนึ่งในสองวัดในลาดักห์ที่เป็นของ นิกายดริคุงคากิว (หมวกแดงยุคเก่า) อีกแห่งหนึ่งก็คือ วัดลามายูรู พเยียงได้ชื่อมาจากภูเขาที่มีท้องฟ้าสีฟ้าสดเป็นฉากหลัง สร้างขึ้นโดยท่าน Denma Kunga Drakpa ซึ่งมาตั้งค่ายพักแรมในบริเวณนี้เมื่อต้นศตวรรษที่ 16 ขณะนั่งสมาธิ ท่านเห็นในนิมิตเป็นผู้พิทักษ์ขี่ม้าสีน้ำเงิน ก็เลยถือเอาความฝันดังกล่าวเป็นสัญญาณอันเป็นมงคลในการสร้างวัดขึ้นตรงนี้ ในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์อายุ 900 ปี ซึ่งรวบรวมรูป พระพุทธรูป รูปเคารพ ภาพพระบส พระคัมภีร์ ตลอดจน อาวุธทิเบต จีน และ มองโกเลีย ไว้มากมาย 
 
กินอาหารกลางวัน   แล้วเดินทางต่อไป ลามายุรุ
 
Lamayuru  (altitude 3510 metres)
ด้วยทำเลที่ตั้งของลามายุรุนั้นเคยเป็นทะเลสาบมาก่อน ปัจจุบันท้องทะเลสาบแห้งสนิทเห็นชั้นดินที่ธารน้ำแข็งกัดเซาะเป็นร่องลึก มองเห็นเป็นชั้นๆสวยงามแปลกตา จนถูกขนานนามว่า Moon Land หรือ โลกพระจันทร์
 
Moon Land หุบเข้าโลกพระจันทร์
 
Lamayuru Gompa  (altitude 3370 metres)
ไปเที่ยวกันที่ วัดลามายุรุ เป็นวัดพุทธศาสนาแบบวัชรยานของทิเบต ในสายนิกาย ดริคุงคากิว (หมวกแดงยุคเก่า) เช่นเดียวกันกับวัดอัลชิ วัดนี้เก่าแก่อายุราวหนึ่งพันปี สร้างโดย ล็อตซาวา ริงเซ็น ซังโป เช่นกัน วิหารของวัดตั้งอยู่บนยอดเขาสูงแวดล้อมด้วยเทือกเขาขนาดใหญ่ ภายในวัดมีถ้ำเล็กๆซึ่งประดิษฐานรูปปั้น  มหาสิทธานาโรปะ ตันตราจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของพุทธวัชรยาน (มีอายุอยู่ในช่วงปีพ.ศ 1499-1584) ซึ่งเชื่อกันว่าท่านเคยมาปฏิบัติสมาธิภาวนาในถ้ำแห่งนี้

เข้าสู่ที่พัก  กินอาหารเย็น  แล้วเข้านอน
      
DAY 05 วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2567
 
Lamayuru - Suru Valley - Rangdum

ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า   

เก็บกระเป๋าขึ้นรถ ออกเดินทาง  *
แวะเที่ยวไปเรื่อยๆ
   
Fotula Top  (altitude 4118 metres)
แวะถ่ายรูปจุดชมวิว จุดสูงสุดบนเส้นทาง เลห์-ศรีนากา  จุดนี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 4,118 เมตร
 
 
Chamba Statue 
แวะไปเที่ยวชม พระศรีอารยเมตไตรย์ แกะสลักอยู่บนภูเขาหิน จากรูปแบบของการแกะสลัก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 800 ปีก่อน โดยลูกศิษย์ของ ล็อตซาวา ริงเซ็น ซังโป พระสงฆ์ชาวทิเบตที่สร้างวัดไว้ในหุบเขาหิมาลัยมากถึง 108 วัด
     
เดินทางถึงเมืองการ์กิล ไปเดินตลาด หาร้านอาหารอร่อยๆ 
   
กินอาหารกลางวัน   แล้วเดินทางต่อ
   
Suru Valley  
เป็นเหมือนโอเอซิสกลางหุบเขาที่แห้งแล้ว ชาวบ้านเพราะปลูกข้าว ผลไม้และเลี้ยงสัตว์ เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก ปัจจุบันเป็นหมู่บ้านที่มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ แวะไปชม พระพุทธรูปแกะสลักที่หน้าผา (Buddha Statue Khartse Khar) เก่าแก่อายุนับพันปี ซ่อนเร้นอยู่ในหุบเขา ไม่ไกลจากหมู่บ้าน 
 
 วัดรังดุม (Rangdum Monastery)
 
Rangdum Gompa  (altitude 4031 metres)
วัดรังดุม เป็นวัดพุทธศาสนาแบบวัชรยานของทิเบต ในสายนิกาย เกลุคปะ (หมวกเหลือง) ตามคำจารึก วัดแห่งนี้สร้างโดยกษัตริย์แห่งลาดักห์ แม้ว่าจะตั้งอยู่ในพื้นที่ Suru Valley ซึ่งเป็นชุมชนชาวมุสลิมในปัจจุบัน แต่ที่นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมซันสการ์
   
เดินทางถึง หมู่บ้านรังดุม (Rangdum Village) 

  
เข้าสู่ที่พัก  กินอาหารเย็น  แล้วเข้านอน
     
DAY 06 วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567
 
Rangdum - Skyagam

ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า   

เก็บกระเป๋าขึ้นรถ ออกเดินทาง  *
แวะเที่ยวไปเรื่อยๆ
    
ธารน้ำแข็ง Dran Drung Glacier
 
Pensi la Pass  (altitude 4406 metres)
ผ่านจุดสูงสุดบนเส้นทางถนนของวันนี้ จุดสูงสุดบนเส้นทางถนน การ์กิล - ซันสการ์ ที่ระดับความสูง 4406 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ตื่นตากับวิวของเทือกเขาหิมะสูงใหญ่ ธารน้ำแข็งดรันดรุง (Dran Drung Glacier) ที่ถูกเรียกว่าเป็น ประตูสู่ซันสการ์ เห็นธารน้ำแข็งนี้ แสดงว่าเราได้ เข้ามาสู่ หรือ กำลังออกจาก หุบเขาซันสการ์กันแล้ว 

เดินทางถึง หมู่บ้านสคากัม (Skyagam Village) ที่พักของเราในคืนนี้
 
กินอาหารกลางวัน   
  
บ่ายนี้ไปเที่ยวที่ สำนักชีเล็กๆ ในหมู่บ้านสคากัม
       
Fakmo Ling Nunnery
สำนักชีแห่งนี้มีแม่ชีอาศัยอยู่ที่นี่ไม่ถึง 20 คน  ทางเดินขึ้นไปที่ สำนักชี เหนือหมู่บ้านเป็นทางแคบๆ ที่คดเคี้ยวระหว่างทุ่งนาและลำธารเล็กๆที่ไหลเชี่ยวกราก ภูมิประเทศเกือบจะไม่มีต้นไม้ ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม  เห็นลำแสงสีชมพูและสีทองที่ส่องกระทบกับภูเขา  *มีความพิเศษนิดหน่อย คือเราตั้งใจจะไปทำบุญ สนับสนุนทุนการศึกษา ค่าอาหาร และทำนุบำรุงสร้างสำนักชี แห่งนี้กันด้วย
 
 
  
เดินเที่ยวชมบรรยากาศสบายๆในหมู่บ้าน สัมผัสวิถีวัฒนธรรมชาวบ้าน การทำนา การเลี้ยงสัตว์

เข้าสู่ที่พัก  
กินอาหารเย็น  แล้วเข้านอน
        
Zanskar
The Hidden Valley
      


แม่น้ำซันสการ์ จากวัด Starrimo


ลามะที่ซันสการ์
        
DAY 07 วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2567
 
Skyagam - Padum

ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า   

เดินเที่ยวชมบรรยากาศสบายๆในหมู่บ้าน สัมผัสวิถีวัฒนธรรมชาวบ้าน การทำนา การเลี้ยงสัตว์


กินอาหารกลางวัน   

แล้วเก็บกระเป๋าขึ้นรถ ออกเดินทาง
วันนี้ไปเที่ยววัดสำคัญๆ ที่อยู่ก่อนถึงเมืองพาดุม (Padum)
   
Dzongkhul Gompa
 
วัดซงกุล เป็นวัดพุทธศาสนาแบบวัชรยานของทิเบต ในสายนิกาย ดริคุงคากิว (หมวกแดง) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสต็อด ประวัติของวัดถูกเล่าย้อนกลับไปในสมัยของ มหาสิทธานาโรปะ ตันตราจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของพุทธวัชรยาน (ช่วงปี พ.ศ 1499-1584) เชื่อว่าท่านเคยมานั่งสมาธิอยู่ภายในถ้ำ
     ในเวลาต่อมา จึงมีการสร้างวัดครอบถ้ำแห่งนี้ไว้ เพื่ออุทิศให้ มหาสิทธานาโรปะ  ที่นี่ยังมีรอยเท้าของท่าน สามารถเห็นได้บนหินใกล้ทางเข้าถ้ำด้านล่าง ภายในวัดมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอายุราว 300 ปี วาดโดย Zhadpa Dorje จิตรกรที่มีชื่อเสียงมากในยุคนั้น 
 
Sani Gompa
 
วัดซานิ อีกวัดสำคัญริมแม่น้ำสต็อด ประมาณ 6 กิโลเมตร จากเมืองพาดุม เป็นวัดพุทธศาสนาแบบวัชรยานของทิเบต ในสายนิกาย ดริคุงคากิว (หมวกแดง) เช่นเดียวกันกับวัดซงกุล เชื่อกันว่าที่นี่เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคลาดักห์และซันสการ์ 
     ภายในวัดมี องค์พระสถูป ขนาดใหญ่ชื่อว่า สถูปกนิษกะ สร้างขึ้นในยุคสมัยของพระเจ้ากนิษกะ แห่งแคว้นกุษาณะ พระองค์ครองราชย์ในช่วงปี พ.ศ. 670-690 แคว้นกุษาณะมีพื้นที่ตั้งแต่ เอเชียกลาง คันธาระ ไปจนถึง ปาฏลีบุตร ในที่ราบลุ่มแม่น้ำคงคา การพิชิตดินแดนต่างๆและการอุปถัมภ์ศาสนาพุทธของพระองค์มีส่วนสำคัญมากในการพัฒนาของเส้นทางสายไหมและการเผยแผ่พุทธศาสนานิกายมหายาน จาก คันธาระ คาราโครัม ไปจนถึง ทิเบต และ จีน
     กล่าวกันว่า คุรุปัทมสมภพ (คุรุ รินโปเช) พระสงฆ์วัชราจารย์ผู้เทศนาและเผยแผ่ศาสนาพุทธวัชรยานในทิเบต ราวพุทธศตวรรษที่ 13-14 ได้เคยพำนักเป็นเวลาห้าปี ใน 'กัมช็อต ลากัง' ห้องขนาดเล็กที่อยู่ระหว่าง อาคารหลักและทางเดิน ทางด้านขวาของ สถูปกนิษกะ
     ถัดจาก สถูปกนิษกะ มีห้องเล็กๆมีรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของโยคีคลุมหน้าอยู่ เชื่อกันว่า มหาสิทธานาโรปะ ตันตราจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของพุทธวัชรยาน เคยมานั่งสมาธิอยู่ที่นี่เช่นกัน
 
เดินทางถึง เมืองพาดุม (Padum) 
 
Padum (altitude 3669 metres)
 
พาดุม เมืองเล็กๆ แต่เป็นเมืองหลวงหรือเมืองหลัก และศูนย์กลางการบริหารของซันสการ์ ภายใต้เขตการปกครองของลาดักห์ ประเทศอินเดีย มีประชากรอาศัยอยู่ไม่กี่พันคน ปัจจุบันเริ่มมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น มีโรงแรม โฮมสเตย์ ที่ทำการไปรษณีย์ อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ และ ร้านอาหารหลายแห่งสำหรับนักท่องเที่ยว 
       ชาวมอนเผ่าเคซา (Mons) เป็นประชากรส่วนใหญ่ในหุบเขาซันสการ์ ชนเผ่านี้ที่เคยครองถิ่นฐานในแถบเทือกเขาหิมาลัยตะวันตกมาก่อน ชาวมอนเริ่มนับถือศาสนาพุทธตั้งแต่สมัยของ พระเจ้าพระเจ้ากนิษกะ แห่งแคว้นกุษาณะ ราวปี พ.ศ. 670-690 กล่าวกันว่าชาวมอนในยุคนั้นเป็นเผ่าพันธุ์อารยัน เนื่องจากลักษณะของพวกเขาไม่เหมือนกับชนเผ่าท้องถิ่นหรือชาวมองโกเลีย ชาวมอนเป็นที่รู้จักนับถือมากในเวลาต่อมา จากการที่พวกเขาอุปถัมภ์การสร้างวัดวาอารามและสถูปเจดีย์ มากกว่า 30 แห่ง ทั่วทั้งหุบเขาซันสการ์ เช่น วัดคาซ่า วัดซานิ วัดพุคตาล และวัดอื่นๆอีกมากมาย
    
เข้าสู่ที่พัก  กินอาหารเย็น  แล้วเข้านอน
   
DAY 08 วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567
 
Padum
   
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า   

วันนี้ไปเที่ยววัดสำคัญๆ ในหุบเขาซันสการ์นี้กัน  
     
Karsha Gompa
วัดคาร์ซ่า (Karsha Gonpa)
 
วัดคาร์ซ่า เป็นวัดพุทธศาสนาแบบวัชรยานของทิเบต ในสายนิกาย เกลุคปะ (หมวกเหลือง) มีพระสงฆ์มากกว่า 100 รูป เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในหุบเขาซันสการ์ สร้างอยู่บนภูเขา ริมแม่น้ำโดดา สร้างไต่ระดับขึ้นไปบนเทือกเขาสูง จะขึ้นไปบนวัดต้องออกแรงเดินกันจนเหนื่อย
     วัดสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15 โดย ล็อตซาวา ริงเซ็น ซังโป พระสงฆ์ชาวทิเบตที่้สร้างวัดไว้ในหุบเขาหิมาลัยมากถึง 108 วัด เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่ คุรุปัทมสมภพ (คุรุ รินโปเช) พระพุทธเจ้าองค์ที่สอง ตามคติความเชื่อของพุทธศาสนาแบบวัชรยาน ภายในวัดมีหินแกะสลักโบราณอยู่หลายจุด ห้องที่เก่าแก่ที่สุดที่เหลืออยู่ของวัด คือห้องของพระอวโลติเกศวร ที่มีภาพวาดฝาผนังตั้งแต่ครั้งเริ่มสร้างวัด 

กินอาหารกลางวัน   แล้วไปเที่ยวกันต่อ
    
Stongde Gompa
วัดสตองเดย์ (Stongdey Gonpa)วัดสตองเดย์ (Stongdey Gonpa)
 
วัดสต็องเด วัดมีจุดชมวิวมุมสูงของซันสการ์ ที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่ง 
    เป็นวัดพุทธศาสนาแบบวัชรยานของทิเบตที่สำคัญอีกวัดหนึ่ง ตั้งอยู่บนภูเขาสูงห่างออกไปจากเมืองพาดุม ประมาณ 18 กิโลเมตร สร้างในปี พ.ศ. 1595 โดย มาร์ปะ ล็อตซาวา (Marpa Lotsawa) ลูกศิษย์ของ มหาสิทธานาโรปะ ตันตราจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของพุทธวัชรยาน แต่เดิมเป็นวัดพุทธศาสนาแบบวัชรยานของทิเบต ในสายนิกาย ดริคุงคากิว (หมวกแดง)
    400 ปีต่อมา วัดได้รับการดูแลโดยสายนิกายเกลุคปะ (หมวกเหลือง) มีการบูรณะก่อสร้างเพิ่มเติมเพื่ออุทิศถวายให้แก่ ท่านซงคาปะ (Tsongkhapa) พระสงฆ์ผู้ก่อตั้งสายนิกายเกลุคปะ ปัจจุบันเป็นวัดที่ใหญ่เป็นอันดับสอง ในหุบเขาซันสการ์ มีพระสงฆ์อยู่ประมาณ 60 รูป 

 
Zangla Palace
 
หมู่บ้านซังลา ในปัจจุบันไม่มีวัด มีแต่สำนักชี ที่นี่เคยเป็นที่ตั้งของ พระราชวังซังลา เมืองหลวงเก่าของซันสการ์ บางครั้งถูกเรียกว่า วัดซังลา ด้วยความเข้าใจผิด เพราะเห็นว่ามีพระสงฆ์มาอาศัยอยู่ที่นี่ เหนือหมู่บ้านขึ้นไปบนยอดเขา มีป้อมปราการชื่อว่า ป้อมซังลา (Zangla Fort) สันนิษฐานว่าสร้างราวๆพุทธศตวรรษที่ 16
   
กลับเข้าสู่ที่พัก  
กินอาหารเย็น  แล้วเข้านอน
    
DAY 09 วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2567
 
Padum - Purne
     
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า   

เช้านี้พักสบายๆ ตุนเสบียง ก่อนเดินทางไกลอีกครั้ง


กินอาหารกลางวัน 

เก็บกระเป๋าขึ้นรถ ออกเดินทางไป Purne 
*
นั่งรถราวๆ 3-4 ชั่วโมง
 
Purne  (altitude 3950 metres)

 
หมู่บ้านพูเน่ จุดพักแรมของนักเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นนักเดินเขา หรือนักท่องเที่ยวอย่างพวกเรา ที่นี่มีที่พักแรมที่เป็นแคมป์ ห้องเป็นเต็นท์ กันลมกันหนาวได้พอประมาณ เป็นห้องน้ำรวม (ไม่มีห้องน้ำในห้องพัก) ไม่มีน้ำอุ่น ควรเตรียมถุงนอนส่วนตัวไปด้วย

เดินทางถึง พูเน่ (Purne) แคมป์ที่พักของเรา

กินอาหารเย็น  แล้วเข้านอน
    
DAY 10 วันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2567
 
Phuktal Gompa

ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า   

เตรียมตัวเตรียมใจ เตรียมแพ็คอาหารกลางวัน แล้วออกเดินทาง


ขึ้นรถ ออกเดินทางไป วัดพุคตาล ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 8 กิโลเมตร รถจอดส่งที่ทางเดินเข้าสู่วัด วันนี้เราจะเดินไปเที่ยว วัดพุคตาล (Phuktal Gompa) เป็นการเดิน Hiking เดินประมาณ 2-3 ชั่วโมง

คาดว่ากว่าเราจะไปถึงวัด ตอนกลางวัน 

กินอาหารกลางวัน

ซึ่งก็จะเป็นอาหารพื้นเมือง เราจะแพ็คอาหารของเราไปบางส่วน เผื่อกินของพื้นเมืองไม่ได้
 
Phuktal Gompa

 
วัดพุคตาล เป็นวัดพุทธศาสนาแบบวัชรยานของทิเบต ในสายนิกาย เกลุคปะ (หมวกเหลือง) ตั้งอยู่ในหุบเขาลุงนัค (Lungnak Valley) อันห่างไกลทางตะวันออกเฉียงใต้ของซันสการ์ เป็นวัดแห่งเดียวในลาดักห์และซันสการ์ ที่สามารถเข้าถึงได้ด้วยการเดินเท้าเท่านั้น มีพระสงฆ์ประมาณ 70 รูป เสบียงสำหรับวัดจะนำขึ้นมาด้วยม้า ลา และ ล่อ ในเดือนที่อากาศอบอุ่น ในช่วงฤดูหนาวที่กลายเป็นน้ำแข็ง สิ่งของเหล่านี้จะถูกลำเลียงทางเลื่อน ส่งผ่านแม่น้ำซันสการ์ ที่กลายเป็นน้ำแข็ง
    สถานที่แห่งนี้มีถ้ำตามธรรมชาติ  เมื่อประมาณ 2,550 ปีที่แล้ว เคยมี พระสงฆ์ นักแปลภาษาทิเบต นักปราชญ์ โยคี มหาสิทธา จำนวนมากมาย มาอาศัยอยู่ ทำเลที่ตั้งอันห่างไกลของถ้ำ เหมาะสำหรับพระสงฆ์ที่ต้องการความสงบและความสันโดษในการทำสมาธิ เชื่อกันว่าผู้ที่มาอาศัยอยู่ในถ้ำยุคแรกๆคือ พระอรหันต์ 16 รูป พระสาวกของพระพุทธเจ้า
    เวลาต่อมา มีการสร้างวัดขึ้นรอบๆถ้ำ สร้างริมหน้าผาคล้ายรังผึ้ง ภายในวัด มีวิหารหลัก ห้องสวดมนต์ ห้องสมุดที่มีข้อความศักดิ์สิทธิ์หายาก ห้องครัว รวมถึงถ้ำดั้งเดิมและน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ซึ่งได้รับการคุ้มครอง มีแผ่นหินที่เป็นการระลึกถึง Alexander Csoma de Koros นักภาษาศาสตร์ชาวฮังการี ผู้เชี่ยวชาญภาษาทิเบต ที่เคยมาพักอยู่ที่นี่ระหว่างที่เขามาสำรวจลาดักห์ เพื่อเขียน พจนานุกรมภาษาอังกฤษ-ทิเบต เล่มแรก ระหว่างปี ค.ศ. 1826-1827

เที่ยวชมวัดให้คุ้มเหนื่อย แล้วเดินทางกลับ ค่อยๆเดินกันไป
กลับถึงแคมป์ที่พักของเรา  กินอาหารค่ำ  แล้วเข้านอน

คืนนี้ลำบากกันอีกสักคืน เป็นห้องน้ำรวม ไม่มีน้ำอุ่น
     
DAY 11 วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2567
 
Purne - Jispa
   
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า   

เก็บกระเป๋าขึ้นรถ ออกเดินทาง  *แวะเที่ยวไปเรื่อยๆ
 
วันนี้เดินทางไกล ต้องผ่านระดับความสูง 4000-5000 เมตร หลายจุด
    
Gumbok Rangan 
(altitude at the base of the mountain is about 4,500 metres)
วันนี้เดินทางออกจาก หุบเขาซันสการ์  จุดหมายปลายทางวันนี้คือหมู่บ้านจิสป้า (Jispa) ในรัฐหิมาจัลประเทศ จาก Purne แคมป์ที่พักของเรา คงต้องนั่งรถกันทั้งวัน ตามข้อมูลที่ได้มา เราจะเดินทางลัดเลาะไปตามแม่น้ำ Kurgiak River ผ่านหมู่บ้าน Dangze Village หมู่บ้าน Kurgiakh Village จนไปถึงภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นที่เคารพของชาวซันสการ์ ชื่อภูเขา Gumbok Rangan ว่ากันว่าวิวที่นี่สวยตะลึง !! จากนั้นเราจะลัดเลาะไปตามทาง แล้วไต่ขึ้นสู่ช่วงถนนที่สูงที่สุดชื่อว่า Shinkula Pass ที่ระดับความสูง 5091 เมตร เป็นสัญลักษณ์ว่า เราออกจากหุบเขาซันสการ์ กันแล้วจริงๆ
 

 
 
Shinkula Pass  (altitude 5091 metres)
จาก Shinkhun Pass รถวิ่งตามทาง ไต่ลงสู่ที่ต่ำ ถนนจะนำพาเราผ่าน Zanskar Sumdo จุดพักของนักเดินเขา ก่อนที่ถนนจะมาถึง บนเส้นทางนี้ไม่มีหมู่บ้านถาวร จะมีเพียงแต่ร้านน้ำชาและพื้นที่ตั้งแคมป์ จากจุดพักนี้เราเดินทางต่ออีกไกลจึงจะเริ่มผ่านหมู่บ้านเล็กอย่าง หมู่บ้าน Chhika-be Village หมู่บ้าน Barig Village และเมื่อเราเดินทางถึง Darcha จุดที่มี Check Post เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารเดินทางของเรา ก็จะมาถึงทางหลวงเส้นเดิมที่เรารู้จัก คือเส้นทาง Manali - Leh เป็นอันสิ้นสุด เส้นทางใหม่ ที่ทีมสำรวจเล็กๆของเราเดินทางกัน 

กินอาหารกลางวัน  ระหว่างทาง

เดินทางถึง หมู่บ้านจิสป้า (Jispa) ที่พักของเรา

กินอาหารเย็น  แล้วเข้านอน
      
DAY 12 วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567
 
Jispa - Manali
    
ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า   

เก็บกระเป๋าขึ้นรถ ออกเดินทาง  *แวะเที่ยวไปเรื่อยๆ
 
Jispa (altitude 3200 metres)
 
เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ริมฝั่งแม่น้ำ Bhaga ที่สวยงามในเขต Lahual Spiti ของรัฐหิมาจัลประเทศ อยู่ท่ามกลางหุบเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ จึงทำให้มีทิวทัศน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างน่าอัศจรรย์ หมู่บ้านนี้มีคนอยู่น้อยมาก เราจะพบว่ามีเจดีย์พุทธตั้งอยู่ประปราย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่แวะพักที่นี่หนึ่งหรือสองคืน เพื่อเพลิดเพลินและชื่นชมความงามของหมู่บ้าน
 
Atal Tunnel  
ใช้เส้นทาง ขับผ่านอุโมงค์ Atal (หรือที่รู้จักในชื่ออุโมงค์ Rohtang) ระยะทาง 9.02 กม. เป็นอุโมงค์ทางด่วนสายเดียวที่ยาวที่สุดในโลก บนพื้นที่สูงกว่า 3,048 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล สามารถย่นระยะทางไปได้ถึง 46 กิโลเมตร และยังช่วยให้การเดินทางบนถนนเส้นนี้ปลอดภัยมากขึ้นอีกด้วย อุโมงค์นี้เพิ่งเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2563
 
Manali  (altitude 2050 metres)
เป็นเมืองในหุบเขา อยู่ในรัฐหิมาจัลประเทศของอินเดีย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของหุบเขา Kullu มีแม่น้ำ Beas  ไหลผ่าน มะนาลีเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการค้าโบราณผ่าน เมืองลาฮอล และลาดักห์ เหนือช่องแคบคาราโครัม และเข้าดินแดนของจีน มะนาลีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอินเดีย
 
กินอาหารกลางวัน  ระหว่างทาง

เดินทางถึง มะนาลี เข้าสู่โรงแรมที่พัก แล้วออกไปเที่ยวกันเลย
 
Hadimba Temple
เป็นวัดฮินดูกลางป่าสน สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2096 โดยมหาราชา บาฮาดูร์ ซิงห์ เพื่อบูชาเทวีฮาดิมบา (Hadimba Devi) เป็นวัดที่สร้างด้วยไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในมะนาลี ภายในวัดมีถ้ำเล็กประดิษฐานเทวรูปเทวีฮาดิมบา สร้างอุทิศให้กับ เทวีฮิดิมบิ ภรรยาของ ภีมะ (โอรสที่เกิดจากพรของพระพายและเป็นน้องชายต่างมารดาของหนุมาน) ซึ่งเป็นบุคคลในมหากาพย์มหาภารตะของอินเดีย วัดแวดล้อมรอบด้วยป่าสนซีดาร์ สร้างขึ้นเหนือหินก้อนใหญ่ที่ยื่นออกมาจากพื้นดิน ใช้เป็นที่บูชายันต์เหล่าเทพเจ้าในอดีต
 
Vashisht Temple
Vashisht เป็นหมู่บ้านที่อยู่ห่างจากตัวเมืองมะนาลี ข้ามแม่น้ำเบียส ไป 3 กม. หมู่บ้านนี้มีชื่อเสียงในเรื่องบ่อน้ำพุร้อนกำมะถัน เชื่อว่าน้ำพุร้อนถูกชำระให้บริสุทธิ์โดยวัดหลักสามแห่งบริเวณนั้น วัดที่สร้างบูชา พระเจ้าวาชิชต์ พระศิวะ และพระนารายณ์ เชื่อกันว่าน้ำจากน้ำพุร้อนนี้มีพลังในการรักษา ซึ่งสามารถรักษาโรคผิวหนัง การติดเชื้อ และความเจ็บปวดได้มากมาย มีห้องอาบน้ำแยกสำหรับทั้งชายและหญิง ใกล้ๆวัดมีร้านค้า ขายของที่ระลึกมากมายให้ได้เดินเล่นหาซื้อของฝากกันด้วย
 
ไปเดินเล่นที่ Main Bazaar ถนนคนเดินในมะนาลี
กินอาหารค่ำ  แล้วเข้านอน
     
DAY 13 วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567
   
Manali - Chandigarh

ตื่นเช้า- 
กินอาหารเช้า   

เก็บกระเป๋าขึ้นรถ 
ออกเดินทางไป เมืองจันดิการ์ (Chandigarh)

กินอาหารกลางวัน  ระหว่างทาง

เดินทางถึง เมืองจันดิการ์ (Chandigarh) เข้าสู่ที่พัก  กินอาหารค่ำ แล้วพักผ่อน    
  
DAY 14 วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2567
 
Chandigarh - Delhi - Bangkok

ตื่นเช้า- กินอาหารเช้า  แล้วพักสบายๆ เก็บกระเป๋าเตรียมกลับบ้านกัน

กินอาหารกลางวัน  ที่ห้องอาหารโรงแรม

13.00 น. ออกเดินทางไปสนามบิน

ถึงสนามบิน เช็คอินบัตรโดยสารและโหลดสัมภาระ


15.30 น.  ได้เวลาเครื่องออก มุ่งหน้าสู่กรุงนิวเดลี 
*ใช้เวลาเดินทางประมาณ 55 นาที 
 
 
เที่ยวบิน UK707

Chandigarh-Delhi
  สามารถโหลดกระเป๋าได้หนัก ไม่เกิน 20 กิโลกรัม
เครื่องออก เวลา 15.30 น. (ตามเวลาประเทศอินเดีย)
เครื่องถึง เวลา 16.40 น. (ตามเวลาประเทศอินเดีย)

16.40 น. 
ถึงสนามบินนิวเดลี   รอต่อเครื่องกลับกรุงเทพ

กินอาหารค่ำ  "ต่างคนต่างซื้อกินที่สนามบิน"
(ค่าอาหารมื้อนี้ไม่รวมในค่าทัวร์) 
 
เที่ยวบิน TG316

Delhi-ฺBangkok
  สามารถโหลดกระเป๋าได้หนัก ไม่เกิน 20 กิโลกรัม
เครื่องออก เวลา 23.30 น. (ตามเวลาประเทศอินเดีย)
เครื่องถึง เวลา 05.25 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

23.30 น. ได้เวลาเครื่องออก เดินทางสู่ประเทศไทย
*
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม. 25 นาที 
  
DAY 15 วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567
 
Bangkok

05.25 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ.. สวัสดีประเทศไทย


จบโปรแกรมทัวร์-


หมายเหตุ-  โปรแกรมการเดินทาง อาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของช่วงเวลา และสถานการณ์เฉพาะหน้า
         
ที่พัก

อาจจะไม่ได้สะดวกสบายมากนัก จัดให้ตามความเหมาะสม ในแต่ละสถานที่ ส่วนใหญ่พักห้องละ 2 ท่าน แต่บางคืนที่นอนโฮมสเตย์ ถ้าจำเป็น อาจต้องพักห้องละหลายคน
 
เลห์  2 คืน 
พักโรงแรม สะอาดปลอดภัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม 
 
มี wifi
 
ลามายุรุ  1 คืน 
พักโรงแรม สะอาดปลอดภัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม   
มี wifi
 
ซันสการ์     ที่พักจะเปลี่ยนไปตามแต่ละหมู่บ้านที่ไปพัก
 
หมู่บ้านรังดุม  1 คืน     
พัก Guesthouse พออยู่ได้ ไม่ค่อยสะดวกสบายนัก  
ไม่มี สัญญานเน็ต
 
หมู่บ้านสคากัม  1 คืน     
พัก Homestay พออยู่ได้ ไม่ค่อยสะดวกสบายนัก  
ไม่มี สัญญานเน็ต
 
เมืองพาดุม  2 คืน 
พักโรงแรม สะอาดปลอดภัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม   
มี wifi
 
หมู่บ้านพูเน่  2 คืน     
พักแคมป์ เป็นเต็นท์ใหญ่ มีเตียงนอนด้านใน 
แต่ไม่มีห้องน้ำในตัว ต้องใช้ห้องน้ำรวม 
ควรเตรียมถุงนอนส่วนตัวไปด้
วย 
ไม่มี สัญญานเน็ต
 
จิสป้า  1 คืน 
พักโรงแรม สะอาดปลอดภัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม   
ไม่มี สัญญานเน็ต
 
มะนาลี  1 คืน 
พักโรงแรม สะอาดปลอดภัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม   
มี wifi
 
จันดิการ์  1 คืน 
พักโรงแรม Holiday Inn โรงแรม 5 ดาว พักให้สบายหายเหนื่อย   
มี wifi
    
ราคาทัวร์
 
ท่านละ   69,000  บาท
* ราคานี้ ยังไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน
 

 
  จ่ายเพิ่มค่าตั๋วเครื่องบิน ประมาณ  22,000 - 24,000 บาท++
    จ่ายตามราคาจริง ณ วันที่จอง/วันที่ออกตั๋ว
      จองเร็วได้ตั๋วถูก จองช้าได้ตั๋วแพง

   หมายเหตุ - 
ขอสงวนสิทธิ์ที่จะปรับราคาตามความเหมาะสม หากมีการเปลี่ยนแปลงของ ค่าน้ำมัน และ อัตราแลกเปลี่ยน เนื่องด้วยความผันผวนของสถานการณ์โลก ในปัจจุบัน
  

      

ส่วนลด-  (หักจากการจ่ายเงินงวดสุดท้าย)
มีวีซ่าอินเดียอยู่แล้ว หรือ ทำวีซ่าเอง ลดค่าวีซ่า 950 บาท

 

ราคานี้รวม-

ค่าวีซ่าอินเดีย *ประเภท  e-Tourist VISA 30 Days 

ยา Acetazolamide (Diamox) 250 mg มีสำหรับทุกท่าน
O2 ออกซิเจน ติดรถเป็นกองกลาง 1 แท็งค์ กรณีฉุกเฉิน

อาหารมื้อหลักทุกมื้อ  รวม ชา กาแฟ ของหวาน และผลไม้  
*ท่านใดไม่กินอาหารเย็น ไม่คืนค่าอาหาร

อาหารไทย  ทัวร์ลีดเดอร์ ทำให้กินในบางมื้อ
น้ำดื่ม (น้ำเปล่าบรรจุขวด) ไม่จำกัดจำนวน 

ที่พัก  โรงแรม/แคมป์ ตามที่ระบุ พักห้องละ 2 คน
 
ค่ารถตลอดเส้นทาง 
ใช้รถ Mahindra Scorpio นั่งคันละ 4 คน


ค่าบัตรเข้าชมสถานที่ต่างๆ เฉพาะตามที่ระบุในโปรแกรม
ค่าบริการ หัวหน้าทัวร์คนไทย (ไม่รวมทิป)
ค่าบริการ ไกด์ชาวอินเดีย และคนขับรถ (ไม่รวมทิป)

ประกันการเดินทาง-  
เงื่อนไขครอบคลุมภายใต้ข้อตกลงที่มีไว้กับบริษัทประกันชีวิต 

   


ราคานี้ไม่รวม-

ค่าตั๋วเครื่องบิน สายการบินตามที่ระบุในโปรแกรม  
ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ไทย-อินเดีย
อาหารเช้า  ที่สนามบินเดลลี วันแรกของการเดินทาง
อาหารค่ำ  ที่สนามบินเดลลี วันสุดท้ายของการเดินทาง
ค่ากล้องถ่ายรูป และ ค่ากล้องวีดีโอ ซึ่งเรียกเก็บเป็นบางสถานที่
ค่าทิป escort หรือผู้ช่วยหัวหน้าทัวร์ ชาวอินเดีย
ค่าทิป หัวหน้าทัวร์คนไทย
ค่าทิป ทีมงานอินเดีย ไกด์ท้องถิ่น คนขับรถ
ค่าทิป ค่าทิป เด็กยกกระเป๋าที่โรงแรม
ค่าใช้จ่าย ในการรักษาพยาบาล / ค่ากักตัวที่ประเทศอินเดีย
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ




เงินทิป-  
   
เด็กยกกระเป๋า ควรให้ไม่ต่ำกว่า 40 รูปี ต่อกระเป๋า 1 ใบ
    
ทีมงานอินเดีย 
(ไกด์ท้องถิ่น คนขับรถ) 
เผื่อเงินไว้ประมาณ 5,400 รูปี หรือ 2,600 บาท 
สำหรับ 13 วัน ในอินเดีย  
(ให้ในวันสุดท้าย ของการเดินทาง)


หัวหน้าทัวร์คนไทย 
เผื่อเงินไว้ประมาณ 2,800 บาท สำหรับ 14 วัน 
(ให้ในวันสุดท้าย ของการเดินทาง)

         
 การชำระเงิน


1)  จ่ายมัดจำ 20,000 บาท  ทันทีที่จอง   
      *ยึดมัดจำ หากขอเลิกการเดินทาง

2)  จ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน  2x,xxx บาท  ทันทีที่จอง 
      
*หากขอยกเลิกการเดินทาง
       คืน/ไม่คืนเงิน ตามเงื่อนไขของสายการบิน

      (กรุณาสอบถามราคาก่อนจองทัวร์)


3)  จ่ายส่วนที่เหลือ   49,000  ภายในวันที่  30 เมษายน 2567

   
 เงื่อนไขการให้บริการ


จองล่วงหน้าตามช่วงเวลาที่กำหนด ชำระเงินตามเงื่อนไขข้างต้น

ขอยกเลิกการเดินทาง ยึดเงินมัดจำ  และหักค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง และ/หรือ ขอยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 30 วัน เก็บค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน 

กรณีเกิดการระบาดต่างๆ จนทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ ขอสงวนสิทธิ์ในการ เลื่อน/ยกเลิกการเดินทาง ตามแต่สถานการณ์เฉพาะหน้า 

เมื่อท่านออกเดินทางกับคณะแล้ว หากท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง เช่น ไม่เที่ยวบางรายการ ไม่ทานอาหารบางมื้อ หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจำคืนได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น  กรณีที่การตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่ประเทศไทยและต่างประเทศ ปฏิเสธมิให้เดินทางออกหรือเข้าประเทศ หรือ กรณีความล่าช้าจากสายการบิน การประท้วง การนัดหยุดงาน การก่อจลาจล ทางเราขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น  เมื่อท่านตกลงชำระเงิน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ที่ได้ระบุไว้แล้วทั้งหมด


กรณีเจ็บป่วยระหว่างเดินทาง หรือในขณะที่อยู่ในประเทศอินเดีย เบื้องต้นจะรักษาตามอาการ ทั้งนี้ผู้ร่วมทางต้องดูแลตัวเอง หากมีอาการหนักจะนำส่งโรงพยาบาลที่อินเดีย เพื่อให้เข้ารับการรักษา หากต้องการเดินทางกลับประเทศไทยก่อนกำหนด สามารถทำได้โดยคิดค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง ณ ขณะนั้น

 

         
 
คลิก..เพื่อดูโปรแกรมการเดินทาง
หรือ ขอโปรแกรมได้ที่  คุณนุ้ย 0816928233
หรือ แจ้งทาง LINE ID : 
@wanramtang 
 
    
ขั้นตอนง่ายๆในการจองทริปกับเรา
1 
คลิกเพื่อจองทริป คลิกตรวจรายชื่อ คลิกเพื่อโอนเงิน คลิกเพื่อส่งเอกสาร
 
บริการของเรา
คำแนะนำ เตรียมของ เรื่องอาการแพ้ที่สูง
               
.. ประสบการณ์ 17 ปี  พาเที่ยว Leh Ladakh Zanskar ..
            
26 กันยายน - 8 ตุลาคม 2550 14-23 ตุลาคม 2550 8-21 กรกฎาคม 2551
ep 1  -  ปี 2550
26 กันยายน - 8 ตุลาคม
มะนาลี ลาดักห์ แคชเมียร์
ep 2  -  ปี 2550
14-23 ตุลาคม
ลาดักห์ แคชเมียร์ ทัชมาฮาล 
ep 3  -  ปี 2551
8-21 กรกฎาคม
มะนาลี ลาดักห์ แคชเมียร์
         
30 มิถุนายน - 12 กรกฎาคม 2552 10-19 ตุลาคม 2552
ep 4  -  ปี 2552
30 มิถุนายน - 12 กรกฎาคม
ลาดักห์ แคชเมียร์ ทัชมาฮาล
ep 5  -  ปี 2552
15 กันยายน - 2 ตุลาคม
มะนาลี ลาดักห์ ซันสการ์ แคชเมียร์
ep 6  -  ปี 2552
10-19 ตุลาคม
ลาดักห์ แคชเมียร์
           
23 กรกฎาคม - 8 สิงหาคม 2553 21 สิงหาคม - 6 กันยายน 2553 7-22 ตุลาคม 2554
ep 7  -  ปี 2553
23 กรกฎาคม - 8 สิงหาคม
มะนาลี ลาดักห์ แคชเมียร์
ep 8  -  ปี 2553
21 สิงหาคม - 6 กันยายน
มะนาลี ลาดักห์ แคชเมียร์
ep 9  -  ปี 2554
7-22 ตุลาคม
มะนาลี ลาดักห์ แคชเมียร์
         
ep 10  -  ปี 2555
27 มิถุนายน - 8 กรกฎาคม
มะนาลี ลาดักห์ แคชเมียร์
ep 11  -  ปี 2556
7-22 กุมภาพันธ์
Chadar Trek แม่น้ำน้ำแข็งซันสการ์
ep 12  -  ปี 2557
3-12 กรกฎาคม
แคชเมียร์ ลาดักห์ เทศกาลหน้ากาก
         
 
ep 13  -  ปี 2557
1-12 สิงหาคม
แคชเมียร์ ซันสการ์ ลาดักห์
ep 14  -  ปี 2557
15-24 กรกฎาคม
ลาดักห์ Stok Trekking
ep 15  -  ปี 2559
20 เมษายน - 1 พฤษภาคม
ดาฮานู เลห์ ลาดักห์
         
ep 16  -  ปี 2559
8-19 กรกฎาคม
เลห์ ลาดักห์ เทศกาลหน้ากาก
ep 17  -  ปี 2559
28 สิงหาคม - 10 กันยายน
มะนาลี เลห์ ลาดักห์
ep 18  -  ปี 2561
7-17 ตุลาคม
แคชเมียร์ เลห์ ลาดักห์
           
ep 19  -  ปี 2562
5-13 เมษายน
Winter in Leh เลห์ ลาดักห์
ep 20  -  ปี 2562
26 กรกฎาคม - 6 สิงหาคม
แคชเมียร์ เลห์ ลาดักห์
ep 21  -  ปี 2565
16-30 พฤษภาคม
เลห์ มะนาลี ซิมลา
 
   
ep 22  -  ปี 2565
3-14 กรกฎาคม
เลห์ ลาดักห์ เทศกาลหน้ากาก
 ep 23  -  ปี 2567
30 พฤษภาคม - 13 มิถุนายน
ลาดักห์ ซันสการ์ มะนาลี
 
       
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ที่อยู่ แผนที่ วันแรมทาง
บ้านวันแรมทาง
1/60 ซ.อนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
โทรศัพท์  024054561
มือถือ - ปลา 0898119139 (AIS)
มือถือ - นุ้ย 0816928233 (DTAC)
Email wanramtang@hotmail.com
Line Official ID @wanramtang
 
วันทำงาน วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00-18.00 น.
วันเสาร์ เวลา 09.00-12.00 น.
นอกเวลางาน งดการติดต่อทุกเรื่อง
ถ้าไม่รับสายหรือโทรไม่ติด กรุณาติดต่อทาง Line
           
หรือติดต่อผ่านระบบอัตโนมัติ ด้านล่างนี้

 


ชื่อ :  *
เบอร์โทรศัพท์ :  *
อีเมล :  *
ชื่อทริปเดินทาง :  *
วันที่เดินทาง :  *
ต้องการ : จองทริป
สอบถาม
หัวข้อที่ต้องการสอบถาม :
รายละเอียด :



ทัวร์อินเดีย




ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/06037
ติดต่อเรา
โปรแกรมการเดินทาง
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot










อุณหภูมิ พยากรณ์อากาศ
คำแนะนำเรื่อง อาการแพ้ความสูง Altitude Sickness อาการเวลาอยู่บนพื้นที่สูง Acute Mountain Sickness (AMS)


Copyright © 2007-2037 สงวนลิขสิทธิ์ภาพและบทความที่จัดทำขึ้นโดยเว็บไซต์ ห้ามลอกโดยเด็ดขาด
ติดต่อเรา
บริษัท อัพเดททัวร์แอนด์ทราเวล จำกัด
เลขที่ 1/60 ซอยอนามัยงามเจริญ 12 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
โทรศัพท์ : 024054561 , 0816928233 (dtac) , 0898119139 (ais)
Email : wanramtang@hotmail.com
Line ID: @wanramtang